ป.ตามลากคอสาวแก๊งต้มคนแก่

วันที่ 26 ม.ค.65 ที่ บก.ป. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม น.ส.ชณัชชา อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาขบวนการ “แก๊งกําถั่ว” ข้อหา ตัวการร่วมกันฉ้อโกง  จับกุมได้ที่หน้าร้านตัดผม ใน ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า  มีผู้เสียหายเป็นหญิงชรา อายุ 75 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับตำรวจกองปราบปราม ให้ช่วยจับกุม น.ส.ชณัชชา หลอกลวงผู้คนในลักษณะกลุ่มขบวนการ “แก๊งกำถั่ว”  

เหตุเกิดเมื่อเดือน มี.ค.61 หลังผู้เสียหายประกาศขายบ้านในราคา 7.5 ล้านบาท และประกาศขายแมนชั่น ในราคา 35 ล้านบาท

ต่อมาไม่นานได้มีนายป้อม ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง ติดต่อขอเป็นนายหน้าก่อนจะพาหญิงสาวชื่อเจ๊เพ็ญ ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง มาพบเพื่อขอดูบ้านและแมนชั่นหลังที่ประกาศขาย อ้างว่าพาคนมาซื้อบ้านหลังดังกล่าว

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวต่อว่า หลังผู้เสียหายไว้ใจ กลุ่มผู้ต้องหาทำทีพาผู้เสียหายไปพบกับชายที่อ้างว่าต้องการจะซื้อบ้านคือ เสี่ยโอฬาร เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ นัดเจอกันที่บังกะโลรับรองในเขตพื้นที่ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

เมื่อมาถึงทั้งหมดได้ออกอุบายชักชวนเล่นพนันกำถั่ว ก่อนที่กลุ่มผู้ต้องหาจะเริ่มแผนการให้นายป้อม และ เจ๊เพ็ญ เสียพนัน แล้วแกล้งทำทีโวยวายผู้เสียหาย อ้างว่ารู้เห็นกับเสี่ยโอฬาร โกงการพนัน เพื่อกดดันและบังคับให้ผู้เสียหายยอมชดใช้เงินพนันที่เสียไป

ด้วยความกลัวจึงยอมจ่ายเงินให้ 2 ล้านบาท แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านเริ่มเอะใจ ก่อนพยายามติดต่อไปหากลุ่มผู้ต้องหาแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก แจ้งความไว้ที่ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และกองปราบให้ช่วยติดตามจับกุมแก๊งกำถั่วขบวนการดังกล่าว

พ.ต.อ.วิวัฒน์ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องสืบทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีลักษณะเป็นขบวนการใหญ่ เชื่อมโยงหลายเครือข่าย แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน รวมถึงยังมีรูปแบบกลอุบายหลอกลวงผู้คนด้วยวิธีการหลากหลาย

เช่น หลอกชักชวนให้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอม, หลอกให้มาร่วมลงทุนซื่อที่ดิน และหลอกให้มาเล่นพนันกำถั่ว เหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนสูงอายุที่มีฐานะ ที่ผ่านมาพบมีผู้ตกเป็นเหยื่อกลุ่มผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 80 ล้านบาท

ก่อนจะสามารถจับกุม น.ส.ชณัชชา เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ ทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับธุระกรรมการเงิน อยู่ในพื้นที่ จ.ระยอง ได้ดังกล่าว

สอบสวนให้การปฏิเสธ ตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันตามท้องที่ต่างๆติดตัวอีก 6 หมายจับ นำตัวส่ง สภ.พุทธมณฑล ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเตรียมขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆรวมถึงตัวการใหญ่ของขบวนการ มาดำเนินคดี