ผบช.ก.ส่ง108นักสืบ ร.ร.สืบสวนกองปราบรุ่นที่5ลงสนามล่าโจร

ผบช.ก. ส่ง 108 นักสืบหน้าใหม่ลงสนาม หลังเรียนจบโครงการ “โรงเรียนสืบสวนกองปราบ” เน้นทำงานคลายคดีเป็นภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันที่ 11 ก.ค.65 ที่ห้องประขุม 1 อาคารกองบังคับการปราบปราม พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสูงในสังกัด  ร่วมพิธีปิดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพทีมงานผู้ปฏิบัติงานสืบสวน กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ โรงเรียนสืบสวนกองปราบ รุ่นที่ 5 พร้อมมอบวุฒิบัตรให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เข้าอบรมทั้งชั้นประทวนและสัญญาบัตร  108 นาย

โครงการดังกล่าว  เปิดการฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน ถึง 11 กรกฎาคม65 รวมระยะเวลา 15 วัน  มีผู้เข้ารับการการฝึกอบรม เป็นตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 87 นาย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ถึง 9, กองบัญชาการตำรวจนครบาล,กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 21 นาย รวมทั้งสิ้น 108 นาย

พลตำรวจโท จิรภพ กล่าวว่า

กองปราบปรามเป็นหน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำคดีสำคัญ บำบัดทุกข์บำรุงสุข ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และสะสางคดีที่มีความสลับซับซ้อนมากมายหลายครั้ง

ปัจจัยหนึ่งซึ่งผู้บังคับบัญชาเล็งเห็นความสำคัญเป็นอย่างมาก  คือการขับเคลื่อนการทำงานแบบบูรณาการ การสร้างเครือข่ายของบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านสืบสวน มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน และเท่าทันเทคโนโลยี  สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายจนประสบความสำเร็จ มีผลงานมากมาย

พลตำรวจโท จิรภพ กล่าวต่อว่า

ผลที่ได้จากการฝึกอบรมนั้น ก่อให้เกิดการพัฒนาความรู้ความสามารถของตำรวจผู้ปฏิบัติงานสืบสวนของหน่วยอย่างแท้จริง เนื่องจากหลักสูตรมีการเน้นเนื้อหาทั้งทางด้านวิชาการควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติ โดยเพิ่มการมีส่วนร่วม เน้นการบริหารงานสืบสวนเป็นทีม
เพิ่มขีดความสามารถในการนำซอฟแวร์ ที่ทันสมัยมาใช้ในการทำงาน และมีจริยธรรมในการใช้วิชาสืบสวนด้วย

นอกจากนี้ยังสร้างเครือข่ายระหว่างนักสืบ ให้มีการถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานระหว่างกันมีการแบ่งปันข้อมูล เกิดเป็นความร่วมมือกันโดยให้ทำงานสืบสวนในภาพรวมให้เป็นผลงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“ผมเชื่อว่าตำรวจนักสืบหน้าใหม่ทั้งชายหญิงเหล่านี้ จะกลายเป็น “นักสืบ” และ “ทีมสืบสวน” จนกลายเป็น ดรีมทีมประเทศไทย ร่วมกันคลี่คลายคดีสำคัญในอนาคตต่อไป” พลตำรวจโท จิรภพ กล่าว

.