ผู้กองเชษฐ์ ร.ต.อ. เชษฐ์ศุภากร พิริยะพงษ์พันธ์

3873

แฟ้ม (ไม่)ลับสีกากี

ผู้กองเชษฐ์ ตำรวจหนุ่มมือสืบสวนอนาคตไกล ผู้ถือคติ ความสำเร็จไม่ได้ตกลงจากฟ้า อยู่ที่การแสวงหาและอดทนรอ

ร้อยตำรวจเอก เชษฐ์ศุภากร พิริยะพงษ์พันธ์ หรือ ผู้กองเชษฐ์ รองสารวัตร (สอบสวน) กองกํากับการ 4 กองบังคับการกองปราบปราม ช่วยราชการชุดปฏิบัติการที่ 5 อายุ 27 ปี

เกิดวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 พื้นเพเป็นคนจังหวัดนครปฐม การศึกษา จบชั้นมัธยมศึกษา จากรั้วชมพู-ฟ้า โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่นที่ 129

ศึกษาต่อโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 52 และ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 68

รับราชการครั้งแรก เลือกทำงานที่บ้านเกิด บรรจุตำแหน่ง รองสารวัตร(สอบสวน ) สภ.เมืองนครปฐม

ผู้กองเชษฐ์ กล่าวว่างานสอบสวน เปรียบเสมือนต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ได้เรียนรู้และทราบถึงปัญหาของประชาชน

ต่อมาผู้บังคับบัญชาไว้วางใจ ให้ไปช่วยราชการเป็นหัวหน้าชุดปราบยาเสพติด ทำให้ได้รู้จักงานด้านการสืบสวนกวาดล้างจับกุมผู้ค้าและเสพยาเสพติดในพื้นที่

จากนั้นย้ายมาประจำกองกำกับการ 4 กองบังคับการกองปราบปราม ช่วยราชการชุดปฏิบัติการที่ 5 ทำงานด้านการสืบสวนคดีสำคัญต่างๆ

แรงบันดาลใจที่ทำให้อยากเป็นตำรวจของผู้กองเชษฐ์นั้น เพราะครอบครัวมีอาชีพค้าขายอยู่ที่ จ.นครปฐม มักจะพบเจอนักเรียนนายร้อยตำรวจแต่งเครื่องแบบถือกระเป๋าแบบเจมส์บอนด์เดินผ่านหน้าบ้านเป็นประจำ

ด้วยความฝันอยากเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ จบมาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จับกุมคนร้ายช่วยเหลือประชาชน

ประกอบกับคุณพ่อและคุณแม่ของผู้กองเชษฐ์ คอยอบรมสั่งสอนและชี้นำให้ลูกๆ รักการใฝ่เรียน

แถมน้องชายเอง ยังจบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรุ่นที่ 132 ศึกษาต่อโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 56 โรงเรียนนายเรือรุ่นที่113

ส่วนน้องสาวได้เรียนด้านเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร

ผู้กองเชษฐ์ มีผู้การก้อง หรือ พลตำรวจตรี จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม เป็นแบบอย่างในด้านการทำงานและการประพฤติปฏิบัติตัว

และ รองเต่า พันตำรวจเอก จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เป็นแบบอย่างด้านงานสืบสวน

แต่ถ้าจะถามผู้กองเชษฐ์ ว่าชอบงานส่วนไหนมากที่สุด ผู้กองเชษฐ์ ชอบงานสืบสวน มากที่สุด

งานสืบสวนเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะด้านและการทํางานเป็นทีม

เพื่อสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมารับโทษ ตามกระบวนการยุติธรรม

เป็นงานที่ต้องหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลาเนื่องจากคนร้าย การกระทำผิดไปตามยุคสมัยที่พัฒนาขึ้น

สุดท้ายมุมมองที่มีต่ออาชีพตำรวจ อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่เสียสละเวลาส่วนตัว เพื่อส่วนรวม ไม่เพียงแต่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายที่มีอำนาจเอาผิดผู้อื่น

แต่ต้องเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายที่ต้องมีความรู้และ วิจารณญาณในการตัดสินใจ เพราะทุกการตัดสินใจมีผลต่อผู้อื่นเสมอ ไม่ว่าผู้กระทำผิดหรือ ผู้ร่วมงาน

ผู้กองเชษฐ์กล่าวปิดท้าย

จักรีวุธ ฉายปรีชา บันทึก

26/5/62