สืบจอหอล่อซื้อยานรก ผู้ต้องหาเปิดฉากยิงสู้ ตำรวจยิงตอบโต้เสียชีวิต 1 ก่อนจับเป็นแฟนสาววัย18พร้อมยาเสพติด ผู้การโคราชเผยตำรวจใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ สภ.จอหอ จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผู้กำกับการ สภ.จอหอ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์ของผู้ต้องหา รวมถึงรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับความเสียหายจากเหตุยิงปะทะระหว่างปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 23.55 น. วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ชุดสืบสวน สภ.จอหอ รับแจ้งจากสายลับ จะมีการลักลอบส่งมอบยาเสพติดบริเวณถนนสุรนารายณ์ (ทางหลวงหมายเลข 290) เลยสะพานมุ่งหน้าอำเภอโนนไทย หมู่ 9 ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา เป็นบริเวณทางขึ้นถนนวงแหวนรอบนอกที่สามารถเชื่อมต่อไปยังทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) ได้
เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อและติดตาม กระทั่งพบรถยนต์ของผู้ต้องสงสัย 2 คัน เข้ามายังจุดนัดหมาย จึงขับรถเข้าปิดหัวปิดท้ายพร้อมแสดงตัวเพื่อเข้าจับกุม แต่ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเปิดทางหลบหนี ทำให้ตำรวจต้องใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวและระงับเหตุ ตามหลักยุทธวิธี ส่งผลให้รถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ทะเบียน บย 4443 สระแก้ว ถูกกระสุนปืนหลายนัด
หลังเหตุสงบ พบ นายภฐณ ณิฐิณัณญา อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนหญิงสาวที่อยู่ในรถอีกคัน ทราบชื่อ น.ส.ลลิตา อายุ 18 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ เป็นแฟนผู้เสียชีวิต ถูกควบคุมตัวดำเนินคดี
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 20 กรัม ยาบ้า 200 เม็ด ซุกซ่อนอยู่กับตัวผู้เสียชีวิต พร้อมปืน 9 มิลลิเมตรและเครื่องกระสุน นอกจากนี้ จากการตรวจค้นรถยนต์อีกคันยังพบยาบ้าเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง พบรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รวม 5 คัน บางคันได้รับความเสียหายจากเหตุยิงปะทะ
พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำหญิงสาวที่ถูกจับกุม ให้การรับสารภาพว่า ได้เดินทางมาพร้อมผู้เสียชีวิตเพื่อนำยาเสพติดมาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ และคำให้การดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายค้ายาเสพติดทั้งหมด
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ตามหลักยุทธวิธี เริ่มจากมาตรการเบาไปหาหนัก แต่เมื่อผู้ต้องหามีอาวุธปืนและเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงมีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนตอบโต้เพื่อป้องกันชีวิตของเจ้าหน้าที่และระงับเหตุ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและหลักยุทธวิธีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจเก็บพยานหลักฐานอย่างละเอียด พร้อมเร่งขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ และตรวจสอบเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

























