ผู้การไก่ ปคบ. ปกป้องผู้บริโภค

713
วันนี้ Policenewsvarieties จะพารู้จัก ผู้การไก่-พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบก.ปคบ.

นายตำรวจหนุ่มที่มีอุดมการณ์มุ่งมั่น เป็นเครื่องจักรสีกากีที่อยู่เบื้องหลังการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค เจ้าตัวไม่ชอบออกหน้าโชว์ แต่ชอบบรรยากาศการทำงานเป็นทีม

“ ผมเป็นคนพิจิตร จบนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 45   บรรจุครั้งแรกปี 2535  เป็น รอง สว.สอบสวน สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ขึ้นสารวัตรสืบภาค 4  ทำงานนโยบายเรื่องยาเสพติด 

 ย้ายกลับเป็นสารวัตรสืบภาค 2  ขึ้น รอง ผกก.ป.พัทยา  เป็น รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวนที่นนทบุรี  สมุทรปราการ  ขึ้น ผกก.สำโรงเหนือ 
เป็นนายเวร รอง ผบ.ตร.  จากนั้นมาเป็นรองผู้การกองปราบ แล้วขึ้นเป็นผู้การที่นี่….”
ผู้การไก่เริ่มก่อนเล่าต่อ
มาอยู่จะ 10 เดือนแล้ว ก็สนุก ผมสู้ด้วยหลักการของผม ให้เห็นว่า เราต้องมายืนในจุดที่มันควรจะยืนแล้วนะ เพราะปัจจุบัน บช.ก.คนที่มาทำงาน ไม่มีเสียเงินเสียทอง  เอาวิชาความรู้มาใช้ เอาพื้นฐานจากกองปราบมาใช้
 

แล้วได้ ย้ง-พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิตติเจริญศักดิ์  จากรอง ผกก.1 กองปราบ มาเป็น ผกก.2 บก.ปคบ.ก็รับผิดชอบทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพฯ  ก็สนุกเลย  

ปคบ.แยกมาจากส่วนหนึ่งของกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ.เดิมเป็นแผนกหนึ่งของ ปอศ.เพราะเรามองเหมือนเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ไปลัก วิ่ง ชิง ปล้น แต่คลาสสิกกว่า เป็นพวก white collar crime  

เริ่มสนุก ปราบอาชญากรรมเฉพาะทาง
เมื่อก่อน ไม่เคยมาทำงานในด้านนี้เลยไม่รู้สถานการณ์ในด้านนี้ มาจากกองปราบ ก็ทำแต่คดีอาชญากรรมส่วนใหญ่

แต่เอาเข้าจริงๆ  สนุก เพราะเหมือนเป็นเทรนของอาชญากรรมที่เกี่ยวกับผู้บริโภค ไม่เฉพาะประเทศไทยประเทศเดียว ทั่วโลกมันเกิดไปหมดเลย
               
อย่าง อเมริกา นิยมบริโภคน้ำผึ้ง ก็จะมีน้ำผึ้งปลอม ออสเตรเลีย พวกวิตามินแบล็กมอร์ ก็จะมีของปลอม ผู้บริโภคจะถูกเอารัดเอาเปรียบ เกิดจากผู้ประกอบการที่ขาดคุณธรรม ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม

 

คนปลูกไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ปลูก เพราะคนปลูกให้มันน่ากิน ใส่สารเคมีให้มันเยอะ มันเป็นสภาพแบบนี้ หน่วยงานนี้เลยแยกตัวออกมา เป็นอาชญากรรมเฉพาะทาง

รับ ยังมีตำรวจหลับตาข้างเดียว
อีกส่วนหนึ่งคือ ที่มาที่ไป ของ ปคบ.ผมไม่ได้โทษนะ คือเรื่องพวกนี้ ผลกระทบกับประชาชน มันเหมือนกับภัยที่เป็นภัยเงียบ  ตำรวจหลายคนก็มองเรื่องผลประโยชน์เป็นหลัก

พอรู้ว่าอันนี้มันผิด คุณก็ดอดเข้าไป แล้วเหมือนหลับตาข้างหนึ่ง หรือบางที คุณจับ แล้วจับไม่สุด อาจจะด้วยเพราะเขามาจากกองทะเบียนส่วนใหญ่ แต่มันเป็นหน้าที่ผม ที่ผมมาเป็นหัวหน้าหน่วยตรงนี้อยู่แล้ว
               
กำชับ ไซบูตามีน  จับให้หมด
น้องๆ ที่นี้เป็นเด็กดีทุกคน พอเราปรับความเข้าใจกันได้แล้ว เน้นเลยเรื่องอาหารเสริม ยาลดความอ้วน ถ้ามีใส่ไซบูตามีน พี่ขอร้อง จับให้หมด จับให้เรียบ ตอนนี้เบาไปเยอะ เพราะยกระดับเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท โทษแรง

มันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท  กินเข้าไปแล้ว  จะไปกดประสาทการอยากอาหาร  พอกินเข้าไป เราไม่อยากอาหาร แน่นอนเราจะผอม แต่เราต้องกินตลอดนะ เพราะถ้าเราหยุดกินปุ๊บ ร่างกายจะปรับตัว จะกลับมาอ้วน

ต้องใช้ตามคำสั่งหมอ
แต่ถ้าเรากินต่อไปนานๆ ร่างกายจะรับไม่ไหว เราจะตาย ไซบูฯ นี่ใช้ในทางการแพทย์ สมมติเราอ้วนมากๆ เราไปหาหมอ หมอจะตรวจร่างกายเราก่อนว่าจะให้ไซบูฯ ได้มั้ย

ถ้าหมอบอกว่าต้องให้ ก็ต้องดูอีกว่า จะให้เท่าไหร่  ระยะเวลาเท่าไหร่ สมมติว่า ให้ 3 วันแล้วหยุด คือต้องกินภายใต้การควบคุมของหมอ

แต่พอไปใส่ในอาหารเสริม คนกินมันไม่รู้  คือในอนาคต ถ้าสถานการณ์เรื่องอาหารและยา เรายังไม่สามารถแก้ไขได้ เราจะมีคนเข้ามาในระบบสาธารณสุขมารักษา ไม่ว่าจะเป็นไตวาย จะเยอะเลย เพราะเราไปกินยาไง ไม่ได้กินอะไร

โจรใช้เทคโนโลยี่เข้าถึงผู้บริโภค
ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้การโฆษณามันเข้าถึงประชาชนได้ การโฆษณาถูกลง แทบจะไม่ต้องเสียอะไร  มันออกผลิตภัณฑ์สักตัวหนึ่ง  ทำภาพยนตร์โฆษณาดีๆ หรืออาจจะไปก็อปมา

มันอาจจะมีจริงๆ แว่นอัจฉริยะ อาจจะมีในอเมริกา เขาอาจจะทำได้จริงๆ เขาก็ไปเอาพวกนี้มา แต่ของที่มันขาย ไม่ใช่แบบนั้น เป็นการหลอกลวง เข้าข่ายความผิดโฆษณาเกินจริง แล้วยังมีในเรื่องของข้อหาฉ้อโกงประชาชนด้วย

2วิธีแก้ ป้องกัน-ปราบปราม
แล้วเวลาเราเช็ค เฟซบุ๊กมันอยู่ต่างประเทศ คือโฆษณาจากต่างประเทศ แล้วเราสั่ง โอนเงินไป  ก็โอนไปต่างประเทศ ก็เป็นปัญหาเพราะมันข้ามโลก

 นำเสนอผู้ใหญ่แล้ว คือตอนนี้ในการแก้ปัญหา  มีแค่ 2 ด้าน คือป้องกัน และปราบปราม ปราบปราม คือเราบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ในด้านของการป้องกัน คือสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนให้มากที่สุด

 

เรื่องของ อย. คนไทยยังตื่นตัวน้อย
ส่วนหนึ่ง ผมคิดเองว่า คนไทยยังตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องสิทธิตัวเองน้อยเกี่ยวกับเรื่องผู้บริโภค เราซื้ออาหาร อาหารเสริม  แทบจะไม่ได้ดูเลยว่า มี อย.รึเปล่า

ขณะเดียวกัน มันตัวเล็กๆ ถึงดู บางทีก็ไม่รู้ อย.นี้ มันออกให้กับผลิตภัณฑ์นี้รึเปล่า มันเล็กเกิน
              

แนะใช้แอพฯตรวจสอบย้อนหลัง
ปัจจุบันหน่วยงานราชการ เขาทำช่องทางให้กับประชาชน สำหรับการตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ได้เร็ว แต่ขณะเดียวกัน พอสื่อออกมา ประชาชนไม่รับรู้ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว 

ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่าง อย.นี่ ต้องเพ่ง ผมเคยเสนอแบบว่า ต้องทำเหมือนบุหรี่ ให้ประชาชน ทำให้มันเป็นจุดเด่น 
เหมือนโฆษณาอะไรที่พอขายของ เขาจะเอาโทรศัพท์ไปดูปุ๊บ ก็รู้ว่ามะละกอนี้ ปลูกมาจากที่ไหน ใช้ดินอะไร  ต่างประเทศเขาทำหมดแล้ว แต่บ้านเรายัง เขาเรียกว่าการตรวจสอบย้อนหลัง  

 แอพ อย.ตรวจเลข
ผู้การไก่ พูดพร้อมให้ดูแอพพลิเคชั่น อย.ตรวจเลข นี่คือแอพ ของ อย.พิมพ์ตัวเลข ของ อย.เข้าไป กดค้นหาปุ๊บ  จะขึ้นเลย เพราะฉะนั้น ถ้าเป็น อย.ปลอม  ก็ไม่ขึ้น
ถ้าประชาชนโหลดแอพพวกนี้ เวลาจะซื้ออะไร  ตรวจสอบได้ แอพ  อย่างนี้น่าจะประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบ
              
ผมคาดการณ์อย่างนี้ ถ้าตั้งเป้าใน 5 ปี เราต้องประเมินว่า ประชาชนคนไทย จะไม่ซื้ออาหาร  ไม่ซื้อเครื่องสำอางมาใช้ ที่ไม่มี อย.  ถ้าเราตั้งเป้าอย่างนี้ปุ๊บ กลุ่มธุรกิจที่ทำแทบจะไม่ต้องจับ เพราะทำมาไม่มีคนซื้อ

 

ให้ซื้อเฉพาะที่มี อย.มีเลข การโฆษณาในเฟซ ต้องเขียน อย.มาเลยเป็นการตรวจสอบเบื้องต้น อย่างน้อยสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

เน้นร่วมงานกันทุกฝ่าย
อย่างการทำงาน ที่นี่ไม่มีมอตโต้เลยนะ ไม่มีเลย ผมชอบเป็นส่วนหนึ่งของทีม ทำอะไร ผมจะเหมือนเป็นพี่ เป็นเพื่อน ทุกคนมีปัญหาเข้ามาหา มาพูดคุยได้ ก็จะแบบนี้  แต่จริงๆ ก็คือความร่วมมือกันนะ ถึงจะสำเร็จ  เพราะมันจะต้องร่วมงานกันทุกฝ่าย

อย่างคุณเสรี อ่องสมหวัง  ผมไปเจอเขา ผมบอกว่า ผมจะได้ประโยชน์จากงานของผม จากผู้หญิงคนนี้ เขาเก่งมากนะ บางทีเขาก็ส่งมาให้ผม

 

ค้นกันวันละ3-4 หมาย
ผมจะรีบขอบคุณเขา   วันหลังมีอะไรอีก ก็ยินดีให้ความร่วมมือ แล้วเดี๋ยวไปด้วยกัน พันธมิตรสำคัญ มีอะไรให้ทำเยอะเลย มันจะแบบสนุกมาก ผมบอกว่า เอางานมาแลก ขึ้นไปข้างบน แล้วเราจะได้ขยายหน่วยได้ 

ปคบ.ไม่ใช่นานๆ จับที แต่จับทุกวัน ทำงานกันทุกวันเลย ทุกวันนี้มันมีแค่ 233 คน ลูกน้องผมแทบจะกรอบหมดแล้ว เซ็นหมายค้นที วันละ 3-4 หมาย

 

รง.สีขาว ผู้ประกอบการดีๆ
อย่างเครื่องสำอาง มันมีโรงงานสีขาว ที่เขาตั้งใจผลิตเครื่องสำอางที่ไม่มีสารอันตราย  แต่แน่นอน พอไม่มีสารอันตรายเลย การเห็นผลของการใช้ หรือการรักษา มันอาจจะค่อยๆเป็น ค่อยๆ ไป 

ขณะเดียวกัน  จะมีโรงงานซึ่งลักลอบทำ อยากขายสินค้านี้ให้ดีๆ ทำยังไงล่ะ
ก็แอบใส่สารปรอท  เป็นสารต้องห้าม  ใส่ปุ๊บ 3-4 วัน  เห็นผลเลย หน้ามันขาว มันกัด แต่เราไม่รู้ ใส่สเตอรอยด์ มันดีแต่ทีแรก แต่ต่อไป ใช้ไป 3-5 เดือน ทีนี้ผิวบาง ฝ้า

ถ้าเราไม่จับ เราไม่ปราบ โรงงานซึ่งเป็นโรงงานสีขาว แน่นอนผลิตของมา มันขายไม่ได้ คนไม่อยากใช้ เพราะไม่เห็นผลทันที ผมก็มองว่า 2 ทาง ก็คือสุดท้ายโรงงานพวกนี้ ถ้าไม่ปิด ก็ต้องแอบทำ แล้วเอามาขาย

เรากำลังผิดทิศผิดทาง   เพราะถ้าเราจับพวกนี้  ผลิตมาหลอกขายคนในประเทศเราเอง เราจะไม่พยายามคิดนวัตกรรมใหม่ๆ เราก็จะรู้ว่ามันดีมาก ทำจนมีชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์ อย่างนี้ ส่งไปขายได้ ทางยาวมันควรจะเป็นอย่างนั้น

มิติป้องกันสำคัญสุด
สารเคมีที่ปราบศัตรูพืช ก็เหมือนกัน อย่างฉีดยาฆ่าแมลง ประเภท แมลงกระโดด เขาอนุญาตให้ใส่สารเคมีตัวนี้  เป็นสารอันตรายได้ 10% ในฉลากแสดง 10%

แต่พอไปชักจากร้านค้าไปตรวจ มัน 20% แน่นอนเลยมันเห็นผลอยู่แล้ว เกษตรกรเอาไปฉีด เขาบอก 7 วันเก็บได้แล้ว แต่ 7 วัน  มัน 20%

ใครกินล่ะ เรากิน ลูกผมกิน เราจะช่วยคนเหล่านี้เหรอ  สถานการณ์มันอย่างนี้  เพราะฉะนั้นนอกจากปราบปราม เราต้องป้องกัน ผมว่ามิติในเชิงป้องกันสำคัญที่สุด ต้องมาเล่นเทรนพวกนี้

จีน กม.แรง ประหารอย่างเดียว
เดี๋ยวนี้ลัก วิ่ง ชิง ปล้น น้อย เดี๋ยวนี้วงจรปิดเยอะ แล้วงานพวกนี้พื้นที่ทำได้ แต่ด้านนี้มันเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เกิดขึ้นเยอะ แล้วกฎหมายเราอ่อน จีนนี่ประหารชีวิตเลยนะ ทำอาหารปลอม ประหารเลย กฎหมายแรง

บ้านเราแค่ปรับ มีโทษจำคุก แล้วครั้งแรกก็อาจจะปรับ ก็เข้าใจ แต่เราอาจจะลืมว่าเมื่อก่อน มันไม่ใช่อาชญากรรม
               
ต้องเพิ่มโทษไม่แค่ปรับ แต่ยึดทรัพย์ด้วย
ตอนนี้มันยกระดับ เป็นปัญหาอาชญากรรมของทั้งโลก มันเป็นเรื่องของความโลภ ยังจะเสนอให้เข้าเป็นความผิดมูลฐานด้วย มีแนวคิดเหมือนกัน คุยกับเลขาฯ อย.ว่า คนพวกนี้ทำเพื่อหวังเงิน เมื่อเป้าหมายคือเงิน เราก็ต้องหนามยอกเอาหนามบ่ง

คือถ้าจับ นอกจากจะเสียค่าปรับแล้ว คุณต้องถูกยึดทรัพย์ด้วย  แต่มันคงอีกนาน เป็นแค่แนวคิด  

ต้องจับให้ถึงแหล่งผลิต       
ในการทำงาน  เราควรจะเป็นพาร์ทเนอร์ให้หน่วยงาน สคบ. สมอ. และ อย. เช่น เจ้าหน้าที่ อย. เขาไม่มีความชำนาญเรื่องการสืบสวน อย่างเขาเข้าไปตรวจสินค้าในตลาด ไปตรวจเครื่องสำอาง ผิดกฎหมาย แต่ทำยังไงล่ะ  จะสืบ ว่าใคร ผลิต ผลิตจากที่ไหน 

บางที ความสามารถตรงนี้ ในการสืบค้น หรือสืบสวนไปยังแหล่งต้นตอ เขาสู้ตำรวจไม่ได้ เขาจะมาส่งข้อมูลนี้มาให้เรา เราก็ต้องสืบสวนที่มาของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ แล้วก็เอามาดำเนินคดี ตำรวจจะมีเทคนิคการสืบ
               
คนขายก็ไม่รู้ คิดว่าขายของดี
เพราะเราไปเอาคนขาย บางทีเขาก็ไม่รู้ อย่างเช่น ชาที่เคลมว่าเป็นชาอย่างดี แก้ปวด เราจับต้นตอไม่ได้ เพราะต้นตอมันผลิตจากประเทศจีน เอามาวางขายในแหล่งที่คนมีความเชื่อว่าของจากเยาวราช ของดี จากเมืองจีน เป็นสมุนไพร
คนก็ไม่ได้ดู เพราะพวกนี้ไม่มี อย.พอซื้อมาบริโภค คิดว่าดี กินแล้วกระปรี้กระเปร่า เพราะมันใส่ยาแก้ปวดไปเยอะ แต่เขาไม่รู้ ไม่คิดว่าอันนี้มันมียาแก้ปวด เพราะมันเหมือนใบชา
               
อันตราย ใบชาผสมยาแก้ปวด
กระทั่ง อย.ไปตรวจ เอามาแยกตรวจ ทำไมโฆษณาว่าชาสมุนไพร จะแก้ปวดได้ยังไง พอมาตรวจปุ๊บ โอ้โห มียาแก้ปวดตั้ง 6-7 ชนิดที่ผสมเข้าไป ก็ให้เราไปจับ  จับจากเยาวราช

แต่คนยังไม่รู้อีกเยอะ ว่าทำไมเยาวราชมันขาย แม่ค้าอาจจะบอกว่า ตำรวจเขามาจับ ไม่ให้ขาย แต่อาจไม่ได้บอกว่า ชาตัวนี้มันอันตรายยังไง

จับบนดิน หนีไปขายในโซเชี่ยล
เสร็จปุ๊บ ยังมีคนต้องการ มันก็ไปขายในเว็บไซต์ ขายในเฟซบุ๊ก โฆษณาขายกัน 500-800 บาท อย่างที่เราไปถล่มที่เชียงราย  คนขายนี่ มันก็กินเองด้วย เพราะมันก็ไม่รู้เหมือนกัน มันก็ให้เมียมันกิน จนเมียมันเป็นโรคไต เดินไม่ได้

ทีนี้มันก็เปิดเพจขาย เราอยากได้ มีขายในนี้ เราก็สั่งมันไป ทีนี้ก็เดินไปที่ท่าขี้เหล็ก ไปซื้อมาที 40-50 ขวดๆ ละ 200
แล้วมันก็มาขาย 500 เป็นอาชีพของมันได้แล้ว เดือนหนึ่งมันส่ง 100 กระปุก มันก็ได้แล้ว 3-4 หมื่น
               
ต้องให้ปชช.มีวิธีตรวจสอบ
ถามว่าเราปราบคนพวกนี้มันจบมั้ย พอเราไปบอกว่า มันใส่ยาแก้ปวด เขาก็ตกใจ ถูกมั้ย แต่มันต้องถูกดำเนินคดี เพราะมันเป็นคนขาย แต่ไม่ถึงต้นตอ แหล่งผลิต สิ่งเหล่านี้ มันก็ต้องทำ
ถึงสุดท้าย จะทำยังไง จะทำให้ผู้บริโภคทุกคนมีความฉลาดในการเลือกในการอะไรต่างๆ โดยมีหน่วยงานราชการ เป็นตัวซัพพอร์ตข้อมูลในการที่จะให้ประชาชนมีวิธีการตรวจสอบแค่ว่าใคร ที่เป็นเจ้าของๆ

สืบให้ได้ใครเป็นเจ้าของสินค้า อย่างนี้ช่วยแล้ว ถือว่าได้บุญ

กากีกลาย5/8/62