ผู้ช่วยต่อ ประชุมบช.น.เร่งรัดจับค้าปืนออนไลน์

วันที่18ต.ค.64 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป5)เดินทางไปร่วมประชุมกวดขัยการจับกุมอาวุธปืนออนไลน์

มีพล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

มีรายงานว่า การกวดขันจับกุมการค้าอาวุธปืนออนไลน์ ปัจจุบันเห็นได้ว่ามีการใช้อาวุธปืนในการก่ออาชญากรรมอยู่บ่อยครั้ง

รวมถึงการมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบนท้องถนน บางครั้งก็จบลงด้วยการใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีจนเสียชีวิตและบาดเจ็บ จนน่าเป็นห่วงว่าจะกลายเป็นการมีพฤติกรรมเลียนแบบเกิดขึ้น

นอกจากจะเป็นภัยต่อประชาชนเเล้ว ยังเป็นต้นเหตุของการก่อให้เกิดกลุ่มผู้มีอิทธิพลและอาชญากรรมที่มีความรุนเเรงใน
สังคม

จากการตรวจสอบอาวุธปืนที่นำมาใช้ในการก่อเหตุส่วนใหญ่พบว่า เป็นอาวุธปืนที่ซื้อขาย
กันโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการซื้อขายกันทางออนไลน์

รัฐบาลมีนโยบายในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์รอง ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดดำเนินการ

โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ทำหน้าที่หัวหน้าควบคุมดูแลและสั่งการเกี่ยวกับกฏหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน

ที่ผ่านมามีการตรวจค้นจับกุมของ บช.ก.โดยกองบังคับการปราบปรามและหน่วยงานใน ตร.จำนวนมาก

รวมถึงล่าสุดเมื่อวันที่15 ต.ค.2564 บช.น. โดย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.
สั่งการให้มีการสืบสวนขยายผลจากการจับกุมพ่อค้าอาวุธสงคราม

และทราบว่าอาวุธปืนดังกล่าวซื้อมา
จากเฟสบุ๊กชื่อ Denver Nanato

จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าของบัญชีคือนายกรกช แอดมินกลุ่มซื้อขายอาวุธปืนแอพพลิเคชั่นไลน์ชื่อ “เพื่อนGUN” มีนางจิราพรไสว และนายจิตรินจัดส่งอาวุธปืนให้ลูกค้าทางพัสดุ

จึงได้วางแผนเข้าตรวจค้นและจับกุมบุคคล
ทั้งสาม พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนดัดแปลงไทยประดิษฐ์ รวม 18 กระบอก อาวุธปืนมีทะเบียน อีก1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 590 นัด นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

หากมีการตรวจยึดและจับกุมลักษณะนี้ ขอให้มีการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับ
ผู้ที่สั่งซื้อทุกราย

รวมถึงให้หน่วยงานที่มีอำนาจสืบสวนจับกุมทางเทคโนโลยี ได้แก่ สอท. และ บก.
ปอท. หามาตรการในทางป้องกันไม่ให้มีการซื้อขายกันทางออนไลน์

รวมทั้งสนับสนุนและบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

และเนื่องจากจะมีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน 2564  ให้ทุกหน่วย ทุกพื้นที่ไปออกมาตรการมิให้เกิดอาชญากรรมที่นำอาวุธปืนมาใช้
ในการก่อเหตุ

รวมทั้งเร่งรัดสืบสวนจับกุม หากมีการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจต่างๆ ก็ให้ตรวจยึด
ปืนทั้งที่ไม่มีเลขทะเบียนและเลขทะเบียนเป็นเป้าหมาย ในการตรวจค้นด้วยอีกส่วนหนึ่ง