“พี่ตูนฟีเวอร์”แห่ระดมทุนหาเงินผิดกม.

809

อาชญา (ลง) กลอน
โดย…ธนก บังผล

กระแส “พี่ตูน บอดี้สแลม” วิ่งจาก อ.เบตง จ.ยะลา ถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อปลายปีที่แล้ว

สร้างความตื่นรู้ให้กับคนไทยเรื่องการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมได้ในวงกว้าง 55 วัน รวมระยะทาง 2,215 กิโลเมตร กับยอดเงินบริจาคมากกว่า 1,100 ล้านบาท

ใครบางคนอาจคิดว่าถ้าทำเลียนแบบพี่ตูนบ้าง เป้าหมายบริจาคเหมือนกันได้มาสักล้านบาทก็สบายไปหลายเดือน

ถ้าไม่เอาเงิน เกิดฟลุ๊คขึ้นมาอาจเกาะพี่ตูนดังขึ้นมาเป็นพลุแตก ออกรายการทีวีมีคนรู้จักทั่วประเทศ ดีไม่ดีอาจได้เข้าสู่วงการบันเทิง

นี่ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ

ยอมรับตรงๆว่าเคยเขียนเรื่องเกาะสุนัขรับประทาน หาเงินจากความเจ็บป่วยน่าเวทนาของหมาแมว ถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กขอรับบริจาคเงินค่ารักษาก่อนจะเข้ากระเป๋าตัวเอง

แต่ไม่เคยคิดว่าต้องมาเขียนเรื่องบางคนออกมาประกาศระดมทุนด้วยการวิ่งบ้าง เดินบ้าง จัดงานวิ่งแล้วเบี้ยวเงินบ้าง สารพัดรูปแบบ

ยิ่งล่าสุดหลายคนเข้าไปดูภาพยนตร์เรื่อง 2215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว หนังที่ถ่ายทอดเบื้องหลังการวิ่งของพี่ตูนเพื่อนำรายได้บริจาคให้กับโรงพยาบาล 11 แห่ง ทั่วประเทศแล้ว

เกิดอาการ “อิน” จนกลายเป็นแรงบันดาลใจอยากลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนั้นบ้าง เจตนาดีครับ แต่วิธีที่ไปถึงมันไม่ใช่

เริ่มต้นที่กรณีแรกเลย เป็นที่พูดถึงกันมากในโซเชียลมีเดีย หลังหนุ่มอายุเพียง 25 ปี ประกาศวิ่งจากเชียงราย จุดหมายอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช

เงินทุกบาทบริจาคโปร่งใส มีคิวอาร์โค้ด เลขบัญชีเหมือนของ “พี่ตูน” ที่เบิกร่องสร้างประวัติศาสตร์มาก่อนแบบเป๊ะๆ

ด้วยระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร เขาใช้เวลาเพียง 19 วัน นั่นหมายความต้องวิ่งวันละประมาณ 42 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางระดับ “ฟูลมาราธอน” หรือพูดง่ายๆคือ “พี่ตูน” ยังต้องชิดซ้าย

เพราะบางวันก็ยังวิ่งได้แค่ 20 กิโลเมตร บางทีก็ต้องพักฟื้นฟูสภาพร่างกายหลายวันอย่างที่เป็นข่าว

แต่เขาคนนี้…ตรงเวลาไม่ขาดไม่เกิน

ระหว่างทางที่เด็กคนนี้วิ่งผ่านบางจังหวัด มีบางคนที่ได้ข่าวและต้องการออกมาร่วมวิ่งเป็นกำลังใจ แล้วก็พบความผิดปกติบางอย่าง

จนมาโป๊ะแตกตรงที่เริ่มเดิน แล้วเริ่มโบกรถ ไม่วิ่งแล้ว ในระหว่างนั้นก็โพสต์เฟซบุ๊กเหมือนว่าตัวเองยังวิ่งอยู่ตลอด

กรณีนี้ถามว่าอินกับความสำเร็จของพี่ตูนมากเกินไปหรือเปล่า ผมคงตอบได้คำเดียวว่า

“เยอะครับ”

การจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่มันต้องมีระบบ มีทีมงาน มีทีมแพทย์คอยดูแล มีวินัยเตรียมตัวซ้อมกันนานกว่าครึ่งปี ไม่ใช่เอะอะอยากดังก็ลุกขึ้นมาวิ่ง

แค่ความตั้งใจดีอย่างเดียวไม่ได้ แล้ววิ่งก็คือต้องวิ่งครับ ไม่ใช่วิ่งไปเดินไป เหนื่อยแล้วขึ้นรถเพียงเพราะต้องการให้ถึงในเวลา 19 วัน

กระซิบกันว่า ถึงแม้จะมีผู้บริจาคเงินทางคิวอาร์โค้ดเข้าโรงพยาบาลศิริราชทุกบาททุกสตางค์

แต่ระหว่างทางเด็กหนุ่มคนนี้ก็ได้มาไม่น้อย ค่าข้าว ค่าน้ำ ค่าโรงแรม ค่ารถ กางเกงวิ่ง รองเท้าใหม่ พร้อมเงินติดกระเป๋าแบบเบี้ยบ้ายรายทาง

หากรู้สักนิดนะครับ ทางโรงพยาบาลศิริราชเองก็มีโครงการเดิน-วิ่ง หาเงินสร้างนั่นนู่นนี่บ่อยๆเป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว ถ้าไม่พร้อมจะวิ่งจริงๆ อย่าทำแบบนี้อีกเลยครับ

อีกกรณีหนึ่ง เป็นการจัดงานวิ่งเพื่อหารายได้ให้ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี

หลายคนที่ติดตามข่าวก็คงจะทราบแล้วว่าผู้จัดงานนี้สุดดราม่าขนาดไหน

หลังจากยอดรายได้ทั้งหมด 6,869,900 บาท หักค่าใช้จ่ายในการจ้างกลุ่มวงดนตรี อาทิ บอดี้สแลม ,BNK48 และวงเคลียร์ มาเล่น เหลือเงิน 3,467,515.89 บาท

โดยผู้จัดได้ทำป้ายมอบเงินให้กับทางโรงพยาบาล ถ่ายรูปเป็นหลักฐานอย่างดี

แต่ปรากฏว่าเบื้องหลังกลับเอาเงินให้โรงพยาบาลเพียง 549,415 บาทเท่านั้น ครับ…

เงินที่เหลือหายไปไหนมีแต่คนอยากรู้

กรณีสุดท้ายที่อยากยกมาเป็นตัวอย่าง ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Somchai Vachirachongkol ออกมาโพสต์ว่าจะเดินจาก จ.ยะลา ถึง จ.เชียงราย เป็นจำนวน 55 วันเพื่อซื้อสิ่งของที่จำเป็นที่สุดให้กับผู้พิทักษ์ป่า โดยจะเริ่มเดินในวันที่ 8 พ.ย. เป็นต้นไป

ว่าแล้วเขาก็ให้บัญชีธนาคารสำหรับโอนเงิน ซึ่งเป็นบัญชีส่วนตัว พร้อมเบอร์โทรติดต่อ

หลายคนไม่เพียงสงสัยในการนำบัญชีส่วนตัวมาเปิดรับบริจาคซึ่งการตรวจสอบความโปร่งใสนั้นเป็นไปได้ยากแล้ว

ก็ยังสงสัยว่าการเดินตากแดดนานๆเป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ไม่น่าจะเป็นไปได้ ศัพท์ทางการแพทย์เขาเรียกอะไรสักอย่างนี่ละครับ

แต่เอาสั้นๆคือเป็นไปไม่ได้แน่นอน และถ้ายังดึงดันที่จะเดินให้ได้ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่พ้นภาคใต้

เราเห็นคนทำดีเพื่อสังคมแล้วเราอินได้นะครับ สามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่เราไม่ควรนำเรื่องดังกล่าวมาใช้เป็น “ผลประโยชน์” แอบแฝง

ดูแลตัวเองให้ดี ดูแลครอบครัวให้ดี ไม่เป็นภาระสังคมยิ่งดีที่สุด

ถ้ายังแห่ออกมาระดมทุนกันอย่างนี้ ระวังจะผิด พ.ร.บ.เรี่ยไร พ.ศ.2487 ถูกจับไม่รู้ตัวนะครับ ถึงตอนนั้นจะมาบอกว่าทำดีไม่ได้ดี โดนรังแก …

อายเค้านะครับ