Monday, February 2, 2026
More
    Homeท่องปทุมวันภารกิจ“ผู้การตั้ว”หัวหน้าตำรวจบุรีรัมย์

    ภารกิจ“ผู้การตั้ว”หัวหน้าตำรวจบุรีรัมย์

    ”บุรีรัมย์“เป็น1ใน4จังหวัดอีสานใต้ที่มีแนวชายแดนติดกัมพูชา เป็นพื้นที่ที่มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาเมื่อปีที่แล้วถึง2ยก

    ขณะเดียวกันอย่างที่รู้กันอยู่ บุรีรัมย์  เป็นเมืองแห่งกีฬาเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาเยือนเพื่อชมการแข่งขันกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอลและการแข่งรถที่สนามช้าง ซึ่งกลายเป็นศูนย์อพยพขนาดใหญ่ในช่วงที่มีเหตุสู้รบแนวชายแดน

    ท่องปทุมวัน จะพาไปรู้จัก “ผู้การตั้ว-พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม” ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์  หัวหน้าตำรวจเมืองเซาะกราวคนปัจจุบัน

    เจ้าตัวเกิดที่อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เป็นพี่ชายคนโตจาก3 คนของครอบครัวรับจ้าง

    จบชั้นมัธยมห้องคิง ที่โรงเรียนยุพราช จ.เชียงใหม่ เพราะฝันอยากเรียนวิศวะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  แต่สุดท้ายต้องเบนเข็มทิศชีวิตเพราะพอเรียนจริงแล้วรู้ตัวเองว่าไม่เก่งคำนวณ แต่เก่งในเรื่องที่ต้องใช้ความจำ เลยเปลี่ยนแนว

    “ผมไปสอบนักเรียนพลก่อน   4 เดือน เขาจะเปิดให้สอบเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ โควตาภายในรับ 50 คน ผมก็เลยแข่งเฉพาะที่เป็นตำรวจเก่าที่อายุไม่เกิน 25 ปี แล้วเรายัง ม.6 อยู่ ยังได้เปรียบเพราะพี่ๆ ส่วนใหญ่จะ 25  จะล้าแล้ว เป็นช่องทางที่สามารถปรับจากนักเรียนพลเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจได้“

    “เราวางแผนไว้  แล้วมีคนบอกว่าช่องทางนี้ไปได้ คู่แข่งน้อยกว่าเยอะ เพราะทั่วๆไปสอบเป็นหมื่นคน ส่วนเราแข่งกับคนน้อยกว่า

    ทั่วไปแข่งประมาณ 8,000-10,000 คน แต่ของผม ตำรวจเก่าเข้าเกณฑ์อายุไม่ถึง 25 ปี ประมาณ 2,000 ไม่เกิน 3,000 คน“

    สอบปีแรกก็ได้เลย เข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 43 เท่ากับ ม.6 ปกติ  ก็ได้เข้าไปเรียนเตรียมทหาร พร้อมเพื่อนที่สอบเข้ามาตามปกติ ไปอยู่ปี 1 ด้วยกัน “

    ผู้การตั้วเล่าให้ฟังถึงเส้นทางเริ่มต้นชีวิตสีกากี

    บรรจุเป็นผู้หมวดน้อย”สังขะ”สุรินทร์

    จบจากสามพราน ปี 2533 ไปบรรจุที่ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ อยู่สักปีหนึ่งเข้าไปอยู่เมืองสุรินทร์ เป็นพนักงานสอบสวนได้ปีเดียว ผู้การให้ไปเป็นนายตำรวจติดตาม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ท่านเถกิง เจริญศรี  คล้ายๆ เป็นนายตำรวจติดตาม แล้วกลับมาเป็นพนักงานสอบสวนอีก 1 ปี เป็นนายเวรผู้การพล.ต.ต.สุรเทพ ช่วงงาม นรต. 21 

    สว.จร.เมืองช้างรวดเดียว6ปี 

    ลงจากนายเวรมาเป็นสารวัตรจราจรเมืองสุรินทร์ ถูกส่งเข้าโรงเรียนสารวัตร คืออาวุโสน้อยที่สุดตอนนั้น แต่นายส่งผมเข้าโรงเรียนสารวัตร ตอนนั้นต้องต่อสู้กับพี่ๆ หลายคน แต่นายก็ผลักดันผม คือคุณสมบัติครบแต่อาวุโสยังน้อย  นายไปต่อสู้ให้

    การแต่งตั้งสมัยนั้นยังแค่ระดับภาค สมัยท่านแหลมทอง ญาณอุบล ตอนนั้นผู้ช่วย ผบช.ภาค ยังมีบทบาท ขอผมเข้าโรงเรียนสารวัตรจบออกมา ก็ได้เป็นสารวัตรจราจร แต่ว่าเกณฑ์มัน 5 ปี แต่ผมเข้าปีที่ 6 ก็ 6 ปีได้เป็นสารวัตรจราจร จากสารวัตรจราจรก็อยู่ 6 ปี

    ขึ้นรองผกก.หัวหน้าสภ.พนมดงรัก              

    ขึ้นเป็นรอง ผกก.หัวหน้าโรงพักพนมดงรัก จ.สุรินทร์ พื้นที่ตาควาย  ไปอยู่ปี 2547-2548 ยังไม่มีปะทะ เคยเข้าไปตรวจช่องทางปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม ตอนนั้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเขมร ยังเป็นบวกยังมีการเปิดจุดผ่อนปรนชั่วคราว  มีการนำของป่ามาค้าขายแลกเปลี่ยนระหว่างกัน

    ติดยศพ.ต.อ.เป็นผกก.4โรงพัก

    จากนั้นไปเป็น รอง ผกก.สภ.เมืองที จ.สุรินทร์ โรงพักเล็กๆใกล้ๆ ศีขรภูมิ  พอครบเกณฑ์ได้ขึ้นเป็น ผกก.โรงพักลำดวน จ.สุรินทร์ ติดยศ พ.ต.อ.ประมาณปี 2555  

    จากนั้นมาเป็นผกก.สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์  รอบแรกมาอยู่ 3 ปี มาสักการะปราสาทหินเขาพนมรุ้ง  แล้วผู้ใหญ่เมตตาให้กลับโรงพักเมืองสุรินทร์  1ปี แล้วย้ายไปโรงพักเมืองที ที่ปรับฐานะหัวหน้าโรงพัก เป็น ผกก.

    รองผู้การยาว9ปีอาวุโสขึ้นนายพล

    ขึ้นรอง ผบก.ที่ชัยภูมิ  3 ปีครึ่ง แล้วกลับมาสุรินทร์ อยู่ได้ปีหนึ่งย้ายไปยโสธร แต่ไป 15 วัน มีคำสั่ง ให้มาช่วยฯ ที่บุรีรัมย์ เป็นรอง ผบก.ปฏิบัติหน้าที่ดูงานมั่นคง กิจการสนามช้างทั้งหมด  โมโตจีพี วิ่งมาราธอน ฟุตบอล ที่สนาม  ท่านรุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรมสมัยท่านเป็นผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์  ให้ไปอยู่ตรงนั้น 

    อยู่ 2 ปี  กลับไปเป็นรองผู้การที่สุรินทร์ รวมแล้วเป็นรองผู้การ 8-9 ปี ถึงได้ขึ้นผู้การบุรีรัมย์ เมื่อปี68  ขึ้นเพราะอาวุโส


    ทำโรงพักเพื่อปชช.-ได้ที่1ตลอด

    ผมเคยถูกนายบอกว่า ให้มันขึ้นเป็นหัวหน้าโรงพักมันเด็กไปน่าจะไปอยู่ตำแหน่งอื่นก่อน ผมก็เกิดแรงฮึดในใจ ไปทำโรงพักเพื่อประชาชน ผมได้ที่ 1 ของจังหวัด ของภาค แล้วของ ตร.เลยนะครับ ตอนผมไปอยู่ปีแรก หัวหน้าโรงพักพนมดงรัก ก็ได้ที่ 1 ทำโรงพักเพื่อประชาชน ทำมวลชนสัมพันธ์ ทำยุทธศาสตร์ของภาค 3 สมัยท่านอดุลย์ แสงสิงแก้ว กับท่านสถาพร หลาวทอง ผมก็ได้ที่ 1 ท่านอดุลย์ เป็น ผบช.ภ.3 เวลานั้น  ได้ที่ 1 เรื่องโรงพักเพื่อประชาชน ชปส.มาโดยตลอด 

    คือไปปุ๊บ ก็ประสานกับภาคส่วนราชการ นำรถมาพัฒนาอาคาร สถานที่ พาลูกน้องทำเรื่องโรงพักกับเรื่องชุมชนมวลชนสัมพันธ์  ช่วยป้องกันยาเสพติดได้ด้วย ทำมา 9-10 ปี

    แต่พอจังหวะที่เขาใช้เกณฑ์ในการพิจารณา ว่าจะขึ้นตำแหน่ง ผกก.หรือเป็นรองผู้การ ต้องทำโรงพักดีเด่นจะได้ พอถึงปีนั้นเขาแข่งขันสูง เราไม่สามารถจะทานแรงต้านได้  แต่ผมก็เข้าใจ รับได้ในกติกาหลายๆตัว นักชกครับสู้แล้วก็ต้องยอมรับ ทำเต็มที่แล้ว ตอนหลังเขาก็ยกเลิก 

    นำวิสัยทัศน์ ผบ.ต่าย มาปฏิบัติ          

    มาเป็นผู้การที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่นี่มี 34 โรงพัก กำลังพลมีทั้งหมด 2,500 นาย ผมยึดวิสัยทัศน์ท่าน ผบ.ตร.ท่านกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ เป็นหลัก เอาตัวนั้นมาปฏิบัติเลยครับ ไม่เพิ่มวิสัยทัศน์ใหม่ ไม่เพิ่มงานใหม่ เอาสิ่งที่ท่านให้ไว้มาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม

    แล้วผมโชคดี  ที่ผ่านมา  ท่านสนับสนุนผมให้ถึงจุดหมายปลายทาง ท่านบอกว่า ให้เป็นตำรวจที่ดีของประชาชน  ท่านพูด ท่านสอนอย่างนี้ 

    ให้ปชช.-นทท.ปลอดภัยสูงสุด

    ผมก็มีหน้าที่ทำให้เกิดผล มานำลูกน้องในหน่วย ทำยังไงก็ได้ให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เกิดความเชื่อมั่นในตัวเรา  เหมือนเวลาเกิดเหตุ ไประงับเหตุ ด้วยความรวดเร็ว  ให้เขารู้สึกมั่นใจในความปลอดภัย

    มีงานท่องเที่ยวใน จ.บุรีรัมย์ ทำยังไงให้นักท่องเที่ยวซึ่งเมืองเราเป็นเมืองกีฬาและการท่องเที่ยว ทำยังไงให้พี่น้องประชาชนกับชาวต่างชาติที่มาเที่ยวบุรีรัมย์เกิดความปลอดภัยสูงสุด แต่ไม่รบกวนต่อการใช้ชีวิตตามปกติของเขาพยายามปรับ พยายามพูดคุย แล้วส่วนใหญ่ผมจะชอบลงไปขลุกอยู่กับเขา

    อย่างมาราธอน ล่าสุด ผมก็อยู่กับทีมงานลูกน้อง จนตี 3 ตี 4 แล้วลูกน้องส่วนหนึ่งคือโชคดี เพราะเคยอยู่ด้วยกันมาแล้ว 3 รอบ รอบนี้รอบที่ 3 ก็พอจะรู้จังหวะ รู้ไทม์มิ่ง กันอยู่ ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี 


    สำหรับปัญหาส่วนใหญ่ในบุรีรัมย์ ผู้การตั้วเล่าให้ฟังว่า

    ส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ คือเรื่องยาเสพติด เหมือนว่าไม่ใช่เป็นพื้นที่แพร่ระบาดรุนแรง แต่เป็นเส้นทางผ่าน เส้นทางลำเลียงจากอีสานเหนือ แล้วอาจจะมาพักที่เรานำส่งต่อไปยังพื้นที่ชั้นใน

    การแพร่ระบาดในพื้นที่ของเรา ยังมีอยู่ในกลุ่ม ก็ลงไปเอ็กซเรย์  พบว่ามีผู้เสพเยอะพอสมควร  เราพยายามขยายเครือข่ายเริ่มต้นจากผู้เสพโยงไปถึงผู้ค้า  เขารับจากฝั่งอีสานเหนือ มาช่องทางไหน ยังไง ช่วงหลังๆจับได้เยอะ จับได้เป็นระยะๆ

    ยาเสพติดทำงานร่วมกับปปส.

    บางข้อมูลไม่มีฐานเดิมว่าอันนี้เป็นเป้า เป็นบุคคลเฝ้าระวัง ก็เป็นกลุ่มใหม่ ก็น่าเป็นห่วง จะต้องเฝ้าระวัง เพิ่มความเข้ม เพิ่มมาตรการด้านการข่าว แล้วมีการประสานการทำงานร่วมกับ ปปส.จะมีข้อมูลบางตัว ว่าขยับ มีการเคลื่อน เขาจะส่งข้อมูลรถ ข้อมูลบุคคลให้เราทราบในการตั้งจุดตรวจเพื่อสกัดกั้นเรื่องยาเสพติด ที่ของบ้านเรานะ 


    ส่วนเรื่องอื่นๆก็ไม่น่าหนักใจ  สถานบริการอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ยังไม่เกินเวลา แล้วยังไม่พบการกระทำผิดที่เกี่ยวกับเรื่องสถานบริการ

    จับแว้นเดือนร้อยกว่าคัน           

    ส่วนเยาวชนที่ใช้ถนนเป็นที่แข่งรถในทาง ก็จับเยอะ คือบุรีรัมย์ เป็นพื้นที่มีการจัดการแข่งขันโมโตจีพี เมื่อก่อนจะให้เด็กวัยรุ่น วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ มาขี่รถเพื่อเป็นสถานที่ระบาย ให้วัยรุ่นได้มีสถานที่ผ่อนคลาย แต่หยุดมาพักหนึ่ง

    ล่าสุดก็มีกิจกรรมตรงนี้คล้ายๆกับว่า เป็นการแข่งขันระดับอาเซียน ให้วัยรุ่นที่ชอบดิฟท์รถ เข้าโค้งวน แตเป็นการแข่งขันในสนาม มีกรรมการกลาง 

    แล้วก็เวลามา ให้เอามอเตอร์ไซค์ใส่ท้ายรถ ไม่ให้ขี่ ทางสนามแจ้งมาเลยว่า ถ้าหากมีกลุ่มวัยรุ่นเอารถที่มีสภาพดัดแปลง เอามาขี่บนท้องถนนให้จับกุมตามกฎหมาย 

    ที่ผ่านมาจับได้เดือนละ 100 กว่าคัน ยึดรถไว้เดือนละ 100 กว่าคัน ก็กวดขันเข้ม เรื่องการแข่งรถในทาง แล้วก็รถดัดแปลง

    มาใหม่ๆจับเยอะเลย  ตอนนี้ก็เบาลง  เบื้องต้นคือยึดรถมา ทำบันทึกตรวจยึด เชิญผู้ปกครอง มาพบแล้วก็ดำเนินคดี เปรียบเทียบปรับ ผู้ปกครองโดนด้วย 

    ผู้การบุรีรัมย์ยังพูดถึงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาว่า 

    ผมมาจังหวะพอดีเลย คือบุรีรัมย์ เราดูแลแนวชายแดนทั้งหมด 39 กิโลฯเป็นของ อ.ละหานทราย กับ อ.บ้านกรวด มีส่วนของโรงพัก 5 โรงพัก มีบ้านกรวด ละหานทราย โนนเจริญ โคกกระชาย รวม 39 กิโลฯ

    พื้นที่ขึ้นลงจริงๆ จะเป็นบริเวณบ้านกรวด ที่ไม่ใช่หน้าผาสูงชัน สามารถข้ามผ่านไปได้ แล้วฝั่งโน้นก็มีสถานที่ที่เราทราบกันอยู่ กาสิโน 


    การช่วยเหลือเริ่มเข้าระบบ

    คือผมมารอบนี้ถือว่าโชคดี เป็นรอบที่ 2 ครั้งแรกเมื่อหน้าฝนรอบก่อนโน้นมีการอพยพชาวบ้านมาที่นี่แล้วหนึ่งรอบ

    รอบนี้รอบที่ 2 ก็เริ่มเข้าระบบ แล้วบุรีรัมย์ ก็โชคดีที่ว่าผู้นำของเราทุกภาคส่วนเป็นทีมเดียวกัน การบริหารจัดการผมถือว่าเป็นระบบมาก เหมือนว่าเราได้ซ้อมรอบแรก รอบที่ 2 รู้เลยว่าจากบ้านกรวด ละหานทราย มาที่ศูนย์พักพิงตรงไหนๆ ยังไงบ้าง 

    พิทักษ์ส่วนหลัง5โรงพักชายแดนเขมร

    ในส่วนของตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 โรงพักชายแดน มีการจัดทำแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ดูแลเบื้องต้นก็คือเรื่องของการจราจรก่อนช่วงที่เขาอพยพทั้งไปและกลับ เฉพาะโรงพักที่เกี่ยวข้องและโรงพักที่เป็นรายทาง ที่จะมาที่สนามช้างเซอร์กิต จราจรเป็นหลัก เพราะจะมีสภาพปัญหาการจราจรเยอะพอสมควร

    แล้วจะมีเส้นทางพิเศษบางเส้น ต้องให้ทางทหารนำอาวุธเข้าแนวชายแดน  ต้องมีการบริหาร มีการสงวนเส้นทางไว้ ที่ผ่านมาเรื่องของการจราจรก็โอเค.

    ปฏิบัติหน้าที่่ร่วมกับ ชรบ.

    ส่วนเรื่องของ 5 โรงพัก จะมีตำรวจ ป.จราจร ร้อยเวร สอบสวน ใครที่ทำหน้าที่ปกติ ยังคงทำหน้าที่อยู่ ไม่มีอพยพ ตำรวจยังอยู่ที่นั่น ยกเว้นลูกเมีย อาจจะให้อพยพมาที่นี่ แต่ตัวตำรวจยังปฏิบัติหน้าที่ แล้วตั้งชุดตรวจร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน โรงพักละ 6 ชุด ตรวจตลอด 24 ชั่วโมง ดูแลทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ที่มาที่ศูนย์อพยพ

    แล้วโชคดีครับ เพราะความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ผ่านมา ไม่มีเหตุ ไม่มีเคส ที่ว่าข้าวของหรือทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่อพยพมาสูญหาย ที่ฝากไว้ก็ไม่มีหาย 

    เข้มปลอดภัยศูนย์พักพิงสนามช้าง

    ในส่วนของที่ศูนย์พักพิงที่สนามช้าง  ผู้ว่าฯ ประชุมทุกวัน 9 โมง กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  มีการดำเนินการตามภารกิจ  ในส่วนของตำรวจที่เกี่ยวข้อง วันที่อพยพมา จัดกำลังตำรวจไว้ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงดูแลพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่มาพักที่ศูนย์พักพิง ติดกล้องที่สนามวงจรปิด ทุกเต็นท์และโดยรอบ เพื่อที่จะดูเรื่องความปลอดภัยด้วย 

     

    จุดตรวจ4มุมเมืองรอบศูนย์พักพิง

    แล้วเอาจิตอาสาที่เป็นตำรวจ มาช่วยชาวบ้าน ขนข้าวของ แล้วจราจรก็ดูแล  ไปร่วมทำโรงทานที่ศูนย์พักพิง แล้ว4 จุดสี่มุมเมืองรอบสนามช้าง มีการตั้งจุดตรวจร่วม  เฉพาะสนามช้างนะ ตั้งจุดตรวจ 4 จุด โดยรอบสนาม แล้วก็อีก 14 โรงพัก วงกลาง มาตั้งจุดตรวจ เพราะ

    ตอนนั้นมีข่าวว่าจะมีการโดนสปาย สแกมเมอร์ ก็ตั้งจุดตรวจ 14 จุด  มีเครื่องสแกนโดรนที่สนาม มีโดรนขึ้นตรงไหน ในนี้เราจะรู้เลย ว่าตรงไหนขึ้นบ้าง เขตรอยต่อ ก็จะพิสูจน์ทราบ แล้วก็ตรวจตราตามโรงแรม เดูพวกกลุ่มจีนเทา พวกรัสเซีย ก็ทำเต็มร้อย ไม่มีปัญหาข้อขัดข้อง ตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง

    ศูนย์ช้างรับผู้อพยพได้ 5หมื่นกว่า

    ศูนย์ช้างเรารับผู้อพยพรับจริงได้ 5 หมื่นกว่า แต่ที่มาจริงก็ประมาณ 4 หมื่นกว่า ไฟต์ที่แล้ว ไฟต์แรกเลย ตอนนั้นผมยังไม่มา แต่ไฟต์ 2 นี่ นอนประมาณ 15 วัน  รวม 4 หมื่นคน รับเต็มที่ได้ 5 หมื่น

    แล้วรอบๆ ของจังหวัด เรามีศูนย์ฯ ในแต่ละอำเภอ ก็มี ประโคนชัย นางรอง แล้วก็ที่เขากระโดง ที่เป็นของ อบจ.ก็มี ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด ประมาณ 116 ที่ ของบุรีรัมย์ ที่เป็นศูนย์พักพิง ใหญ่เล็กก็ตามขนาด 

    ลั่นขวัญกำลังใจกำลังพลยังดี

    ส่วนกำลังพลที่อยู่ตามชายแดนก็ไปเยี่ยมครับ เบื้องต้นคือประสานกับผู้นำท้องถิ่น หาข้าวหาของหางบประมาณ ไปเยี่ยมเขาทุกโรงพัก ดูเขามีขวัญกำลังใจดี คือช่วงแรกตื่นเต้น ปีนี้เขาบอกว่าเบากว่ารอบก่อน รอบก่อน 500 กว่าลูก


    รอบก่อนโน้น เป็นกระสุนปืนใหญ่ แต่รอบนี้ประมาณสัก 169 ลูก แล้วลงตรงพื้นที่ ป่าเขา พื้นที่ทำการเกษตร

    เขาก็บอกว่า เขาก็เริ่มชิน ถ้าเขาได้ยินเสียง ก็จะเข้าที่กำบัง ของเราที่น่าเป็นห่วง เป็นที่ไหน ที่บ้านกรวด แต่ก็ถือว่าโอเค.ขนาดมีสถานการณ์ 

    งานมาราธอนนักวิ่ง3.5หมื่นคน

    ในเรื่อง มาราธอน ปีนี้มีนักวิ่งประมาณ 35,000 คน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างดี

    ผมดีใจที่ได้เห็นรถติดนะ แต่ขอให้พี่น้องประชาชนอดทนนิดหนึ่ง ดีใจที่รถติดเพราะแสดงว่า มีคนเข้ามาเที่ยวบ้านเราเยอะ  นักวิ่งให้ความสนใจมาก แล้วมาราธอนที่ผ่านมา ก็เรียบร้อยดี 

    เรื่องของการรักษาความปลอดภัยและการจัดการจราจร   ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ไม่มีเกิดขึ้นเลย มีการจัดระบบการจราจร จัดกำลังดูแลการจราจรในระยะ 42.5 กม. ระยะฮาล์ฟ มินิมาราธอน  ระหว่างนั้น จะมีรถแห่ สร้างความสนุกสนานให้กับประชาชน 

    มีการจัดกำลังตำรวจไว้ดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว วันนั้นก็ตี 3 นักวิ่งสุดท้าย วิ่งเสร็จ เจ้าหน้าที่ออกจากสนาม อย่างปลอดภัย ประมาณตี 3 ก็เรียบร้อย

    บุรีรัมย์ทุกอย่างลงล็อกหมดแล้ว

    ในเรื่องของการเมือง  คือผมเทียบกันระหว่างบุรีรัมย์ กับสุรินทร์ ผมว่าอยู่บุรีรัมย์สบายใจกว่าคือทุกอย่างเป็นระบบ เข้าที่เข้าทางหมดแล้ว ส่วนข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทั้งหมด ก็มีหน้าที่ต้องวางตัวเป็นกลาง ตามนโยบายผู้บังคับบัญชา

    การเมืองการต่อสู้ แข่งขันกันก็ประมาณหนึ่ง อยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้  ยังไม่มีเหตุร้องเรียน เกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียง หรือเหตุอะไรต่างๆ ที่เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง


    มีการทำลายป้ายกันบ้าง ที่เขต 1 ที่เมือง ที่สตึก และที่ลำปลายมาศ ของที่เมืองนี่ ติดตามจับกุมตัวได้ เป็นวัยรุ่น คึกคะนอง แล้วก็ไปทำลายป้าย จับได้ 1 คดี มีอยู่ 3 เคส จับได้ 1 เคส ส่วนอีก 2 เคสที่เหลือ คือไล่ไม่มีข้อมูลจะขยายผลไปถึงผู้ที่ก่อเหตุ

    วัยรุ่นคะนองทำลายป้ายหาเสียง

    คือวัยรุ่นที่จับได้ นี่คือคึกคะนอง แล้วเมามา อันนั้นมีกล้อง ตรงไหนมีกล้อง เราได้หมด เหมือนพวกรถซิ่ง ถ้าเกิดมีวิ่งผ่านมา เราก็ใช้วิธีการดูจากกล้อง แล้วก็ไปตามรถ ซึ่งเราก็ใช้วิธีการนี้ รถที่วิ่งผ่านมา เราใช้กล้องในการช่วยขยายผลคดีต่างๆ แล้วท่านอนุทิน หรือทางท่านเนวิน  ก็ไม่ได้กำชับอะไรมาถึงตำรวจ บอกแค่ว่าให้ทำตัวเป็นกลางเท่านั้น

    ย้ำกำชับลูกน้อง 2เรื่องสำคัญ

    เวลาเยี่ยมลูกน้องตามโรงพัก ผมจะฝากเขา 2 เรื่อง  คือ ทำยังไงให้พี่น้องประชาชนรู้สึกมีความมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รู้สึกว่าปลอดภัย ถ้าอยู่ในพื้นที่ของโรงพักนี้ มีเหตุตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุไว เกิดเหตุตำรวจจับกุมตัวได้  เวลามาแจ้งความได้รับบริการที่ดี ได้รับความเป็นธรรมไม่ต้องร้องขอให้คนอื่นต้องฝากมา

    ห่วงความปลอดภัยขณะระงับเหตุ

    เรื่องที่ 2 ที่ฝากไป เวลาไประงับเหตุ ให้ประเมินสถานการณ์คู่ต่อสู้ ให้ประเมินสถานการณ์สูงไว้ก่อน ว่าเขามีอาวุธ เพราะฉะนั้นออกไป  คือหนึ่งจะต้องไปเป็นคู่  มีปืนสั้น ปืนยาว  ไปถึงแล้วต้องได้เปรียบ ถึงจะชาร์จ ถึงจะจับ

    ถ้าเกิดไม่ได้เปรียบ ไม่ต้องแลก รอได้  ไปตามจิกได้ทุกคดี แล้วไม่อยากให้เกิดความสูญเสียกับตำรวจ เขาก็โอเค.

    …………………………………………………………………………

    นี่คือส่วนหนึ่งของบทสนทนากับ“ผู้การตั้ว-หัวหน้าตำรวจจังหวัดบุรีรัมย์” เมืองที่มีภารกิจมีอีเวนต์เต็มมืออีกแห่งครับ…

    เฮียเก๋1/2/69

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments