ยิงรถบิ๊กโจ๊ก เขย่าเก้าอี้บิ๊กแป๊ะ

2064

เป็นข่าวสะเทือนยุทธจักรสีกากีตั้งแต่ต้นปี เมื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีต ผบช.สตม.

ถูกคนร้ายขี่จยย.ใช้ปืนยิงรถเก๋งที่เจ้าตัวขับมาจอดไว้หน้าร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่งใน ในท้องที่ สน.บางรัก โดยพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เพิ่งขึ้นไปนวดได้เพียง 1 ชม.เศษ

เหตุเกิดเมื่อค่ำวันที่ 6 ม.ค.63 ในจังหวะที่ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่หลายคนรู้อยู่ว่า นายตำรวจรุ่นพี่รุ่นน้องที่ห่างกันถึง 11 รุ่น เคยรักกันหวานชื่นก่อนที่จะมีข่าวรักร้างน้ำผึ้งขมถึงขั้นไม่เผาผี อยู่ในช่วงลากิจ

สิ้นเสียงปืน ไม่แปลกที่นายตำรวจเจ้าของฉายา โจ๊ก หวานเจี๊ยบ จะซัดไปที่คู่กรณีรุ่นพี่ที่อยู่บนยอดปิรามิดสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“สำหรับบุคคลต้องสงสัยนั้นพอมีข้อมูลแต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร หากไม่ใช่คนมีอำนาจก็ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ ถ้าตอนนี้ตนเป็น ผบ.ตร. และจับคนร้ายไม่ได้ อย่างน้อยต้องออกมารับผิดชอบ

ที่ผ่านมาในหลายคดีก็มีตำรวจเก่งฝีมือดีย้ายเข้ามาสังกัดในนครบาล แต่คดีตนเข้าสู่วันที่ 3 แล้วยังไม่มีวี่แววความคืบหน้าแต่อย่างใด…..”  

พร้อมโยนประเด็นใหญ่ที่เชื่อเป็นสาเหตุการยิงมาจากเรื่องโครงการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ไบโอเแมทริกซ์ ที่ มูลค่า2,000 ล้านบาท พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เซ็นยกเลิกคำสั่งสมัยเป็น ผบช.สตม. 

พร้อมนำเอกสารรายงานแจ้งปัญหาการใช้งานไบโอแมทริกซ์  มีผู้หวังดีส่งมาให้ยืนยันว่าระบบนี้ไม่ได้ดีจริง แต่ที่จับคนร้ายได้หลายๆคดีเป็นเพราะฝีมือตำรวจ

ส่วนเรื่องรถสายตรวจอัจฉริยะยี่ห้อ BMW ที่ สตม.จัดซื้อจัดจ้างในราคากว่า 900 ล้านบาท แต่กลับใช้เป็นรถนำขบวนเท่านั้น ทั้งที่หน่วยงานอื่นใช้รถที่ราคาถูกกว่า

ส่วนเหตุที่มาจากการถูกยิงในขณะนี้ ส่วนตัวพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เชื่อว่าใกล้ถึงเวลาที่ ป.ป.ช. จะนัดเรียกสอบพยานที่เกี่ยวข้องกับโครงการไบโอแมทริกซ์  ทาง ป.ป.ช. มีประสานมา  แต่ยังไม่ได้ระบุวันที่จะนัดสอบพยาน

จะอย่างไรก็แล้วแต่ พื้นฐานในการแสวงหาข้อเท็จจริงหลังเกิดเหตุ ใครได้ประโยชน์ ใครเป็นผู้เสียประโยชน์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เป็นผู้เสียประโยชน์ เพราะเป็นผู้ถูกกระทำแน่

แต่ถามว่า บิ๊กแป๊ะ จะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้หรือไม่ ตอบได้เลยว่า ไม่เลย มีแต่เสียเท่านั้น

ถามต่อ ถ้าบิ๊กโจ๊กทำเองได้หรือไม่ ตามทฤษฎีเป็นได้ แต่ถ้าถูกจับได้ว่าสร้างสถานการณ์ จะเป็นข้อเสียมากกว่าข้อดี บิ๊กโจ๊กคงไม่บ้า

แล้วใครล่ะที่ได้ประโยชน์ จากเรื่องนี้

มันต้องมี….

อย่าลืม บิ๊กแป๊ะ นั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.มาจนปีสุดท้ายปีที่ 5 ปิดประตูนั่งเก้าอี้ของรองผบ.ตร.ไปหลายคน อย่างที่เห็น

แต่ถ้าศึกชนช้างของ 2 นายตำรวจครั้งนี้ มีมือที่3จับบิ๊กทั้งคู่ชนกัน โดยมีเรื่องการร้องเรียนทุจริตโครงการไบโอแมทริกซ์ เปรียบเป็นน้ำมันที่ราดลงกองไฟให้ลุกโชนขึ้น

สมมุติ บิ๊กแป๊ะ เกิดพลาดท่า สมมตินะครับ ถึงขั้นกระเด็นจากเก้าอี้ ผบ.ตร.ก่อนวันเกษียณอายุ

คราวนี้จะเห็นได้ชัดเลย ใครจะได้ผลประโยชน์จากศึก 2 บิ๊กตำรวจครั้งนี้

สรุปแล้วต้องจับมือปืน 2คนนี้ให้ได้ ความจริงจะปรากฏ ไม่เช่นนั้น วงการตำรวจจะเป็นอย่างคำที่เขาว่า

วงการนี้มันเถื่อน ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้…..

กากีกลาย8/1/62