ยิงแบบไม่ดูศูนย์ ชี้คนโดนคน

4510

 

14 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นวันสถาปนา กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดปีที่26 ขอแนะนำ นายพลมือปราบยานรก ที่ทำงานอยู่ใน ปส.อย่างยาวนานอีกคนครับ

พี่ทนัย-พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ เป็นตำรวจอีกคนที่ผมรู้จักมานาน เป็นตำรวจอีกคนที่ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าเป็นตำรวจน้ำดี ไม่มีเรื่องของผลประโยชน์อื่นใดมาเกี่ยวข้อง นอกจากประเทศชาติ โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด

ผลงานจับกุมยาเสพติดของพี่ทนัย มีมากมาย ใช้ทั้งเทคโนโลยี่ ใช้ทั้งประสบการณ์ ความเด็ดขาดในการเข้าจับกุม

ยิ่งได้มีโอกาสเห็นเครื่องไม้เครื่องมือไฮเทคบางส่วนของ ปส.แล้ว ผมเชื่อคำพูดของพี่ทนัย ถ้าคุณถูกชุดสกัดกั้นตาม คุณไม่มีทางรอด

วันนี้มาย้อนอ่านเรื่องเขี้ยวเล็บคู่กายนายพลคนนี้ที่ผมเคยสัมภาษณ์ไว้กันครับ

ยิงแบบไม่ดูศูนย์ ชี้คนโดนคน

พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.ประจำ บช.ปส. อดีตหัวหน้าศูนย์สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด บช.ปส.1 ในทีมงานสำคัญของพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร.มือปราบโจรที่ผันตัวไปจับงานยาเสพติดอย่างจริงจัง และพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส.

ผลงานจับกุมยาเสพติดของศูนย์สกัดกั้นฯ ตามแนวคิด พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ โดยมี พล.ต.ต.ทนัย รับบัญชา ทำให้ศูนย์ดังกล่าวเป็นรูปเป็นร่าง เป็นหน่วยงานสำคัญในการปราบยาเสพติด จนกระทั่งพัฒนามาเป็น บก.สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด เมื่อวันที่ 22 เม.ย.56

แม้ผู้การทนัย ไม่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธจักรดงนักเลง ไม่ได้เดินสายบู๊เหมือน พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 หรือ พล.ต.ต.ไชยยา รุจจนเวท ผบก.ปส.1 สองขุนศึกคู่ใจพล.ต.อ.เพรียวพันธ์

แต่ผลจับกุมของศูนย์สกัดกั้นฯตั้งแต่คดีแรกเมื่อวันที่ 23 ม.ค.55 ถึงคดีที่ 38 เมื่อวันที่13เม.ย.56 จับกุมยาบ้าได้ 27,731,020 เม็ด ยาไอซ์ 453 กก.เฮโรอีน 42 กก. เป็นเครื่องการันตีได้ว่านายพลคนโคราชคนนี้ ฝีมือฝีไม้ไม่ธรรมดา

ทั้ง 38 คดีที่ว่า พล.ต.ต.ทนัย ลงไปจับกุมด้วยตัวเองเหมือนไพร่ราบ

หลายครั้งปีนต้นไม้ขึ้นดูเป้าหมายที่กำลังลงจากดอย นี่คือเพชรอีกเม็ดหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เจ้าตัวบอกว่า ก่อนนี้เมื่อช่วงปี 44-45 เป็นรองผกก.ฝอ. อยู่ 191 แต่สมัครใจย้ายมาอยู่ บช.ปส. เพราะสถานการณ์ยาเสพติดเริ่มรุนแรง โดยมองว่าถ้ามาอยู่ปส.น่าจะมีงานให้ทำมาก และถ้ามีโอกาสได้ทำงาน ความก้าวหน้าจะตามมา

กระทั่งได้มาร่วมงานกับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ สมัยท่านเป็นผบช.ปส. เริ่มจากทำหน้าที่สะกดรอย ถ่ายภาพ ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ จากระยะไกล โดยท่านใช้เงินส่วนตัวซื้อกล้องแคนนอน ราคาหลายแสนบาท ระยะทาง 500 เมตร ถ้าไม่มีอะไรบัง เห็นหน้าได้ชัดเจน เป็นหลักฐานสำคัญตอนขึ้นศาล

ในส่วนเขี้ยวเล็บประจำกาย กระบอกแรกใช้ ปืนรีวอลเวอร์ Smith&Wesson Model 15 ขนาด.38 ลำกล้อง 4 นิ้ว แต่มันหนัก เลยเปลี่ยนมาใช้ SIG SAUER P230 SL. ขนาด 380 ก่อนเปลี่ยนมาใช้ Beretta 92 FS ขนาด 9 มม.

เหตุที่ใช้ Beretta เพราะตอนเป็นร้อยเวร สน.พญาไท ไปสอบสวนคดีจีนฮ่อ ยิงสู้กับสืบเหนือที่ไปล้อมจับ คนร้ายใช้ปืน Beretta 92 FS ขนาด 9 มม. กระบอกเดียว แต่สืบเหนือเกือบ 10 คนถึงกับกระเจิง

เลยไปศึกษา และลองยิง ก่อนตัดสินใจซื้อ และใช้มาจนถึงขณะนี้ ชอบเพราะนอกจากอำนาจการยิงสูง คุมปืนได้ ยังจุกระสุนได้เยอะด้วย

“ปืนที่ใช้ยิงต้องคุ้นเคยแต่อ้อนแต่ออก อย่าไปเปลี่ยน มันเป็นเรื่องของความชำนาญ ยิงตามความชำนาญ ผมยิงเยอะมาก แต่ยิงตามหน้าที่ ยิงยาง ยิงรถ ไม่เคยยิงคน ยิงแบบ SHOCK ACTION ไม่จำเป็นไม่ปะทะ “

ว่างจากจับคนร้าย จะไปซ้อมยิงโดยไม่ดูศูนย์ ระยะ 15 หลา เอาเป้ามาแขวนหลายๆใบ เห็นเป้าหมายข้างหน้า ยิงเลย ถึงไม่เข้า x แต่อยู่ในกลุ่ม ชี้คนโดนคน ยิงจนหมดแมก รวมทั้งซ้อมเปลี่ยนแมกกาซีนด้วย เวลายิงจะยิง 2 นัด แบบแท็ป ปังๆ ต้องฝึกให้ชำนาญ

Cop’s Magazine Vol.7 No.81 May 2013

ปัจจุบันตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด