รองหวาน-นายพลใหญ่ หัวใจลูกหนัง

7420

 

รองหวาน-พล.ต.ต.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผบช.ภ. 2 ลูกชายคนที่ 2 จาก 4 คนของพล.ต.ท.ธรรมนิตย์ ปิตะนีละบุตร อดีต ผบช.ภ.4 สวนกุหลาบรุ่น 103 นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 42

จบการศึกษาปริญาโทและเอกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมาเป็นอาจารย์สอนโรงเรียนนายร้อยตำรวจนานกว่า 15 ปี มีตำแหน่งทางวิชาการ เป็นรองศาสตราจารย์ จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ก่อนเป็น ผบก.ตม.6 ผบก.ภ.จว.นครนายก ขึ้นเป็นรองผบช.ภ.2 และเพิ่งได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว ประจำปี 2561 สาขาพัฒนาสังคม

นอกจากนี้ พล.ต.ต.ธัชชัย ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมที่สำคัญ อาทิหลักสูตร International Senior Police Officers Command Courseตำรวจระดับผู้บริหาร จาก 31 ประเทศทั่วโลก)หลักสูตร International Humanitarian Law,หลักสูตร ตำรวจอาเซียนฯลฯ

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นชีวิตจิตใจของรองหวาน นั่นคือกีฬาฟุตบอล เจ้าตัวเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นหลงใหลในเสน่ห์ลูกหนัง

เริ่มเล่นครั้งแรกตำแหน่งผู้รักษาประตู
“ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปที่ชอบฟุตบอล จำได้ว่า ครั้งแรกเล่นเป็นประตู ตอนอยู่ ป.1 ที่เซนต์หลุยส์ แปดริ้ว มีมาสเซอร์ท่านหนึ่ง ก็บอกว่าไอ้นี่เป็นทีมชาติได้เลย ตอนนั้นจะกล้า บ้าบิ่น กล้าจะกระโดดบินไปรับลูก อาจารย์ก็จะมาชม เราก็บ้ายอ คราวนี้ก็ไปกันใหญ่เลย เข้ากรุงเทพฯมาเรียนม.1ที่สวนกุหลาบรุ่น103 คัดนักฟุตบอลโรงเรียนสวนกุหลาบ รุ่นจิ๋ว ผมก็มาเล่นกองหน้า เล่นบอลกรมพละ กทม….”

เจอตำแหน่งที่ชอบ เล่นกองกลาง
พอขึ้นรุ่นเล็กก็เบื่อเล่นกองหน้า ขออาจารย์มาเล่นเซ็นเตอร์ พอเล่นรุ่นกลาง รุ่น 15 ปี ไปเล่นกองกลาง คู่กับไอ้เต้ หัวใจวายตายไปแล้ว จนทุกวันนี้เพื่อนก็จะให้เล่นกองกลางตัวรุก หน้าต่ำ เพราะผมก็เล่นริมเส้น เล่นอยู่สองอย่าง เพราะเด็กๆ ผมเป็นแชมป์วิ่ง 100 เมตร เป็นนักกรีฑาโรงเรียนด้วย สวนกุหลาบ ตอนอยู่เซนต์หลุยส์ ก็วิ่ง 100 เมตร เล่นแค่ถึง ม.3

มันส์เพราะเป็นตัวขับเคลื่อนเกม
คือกองกลางนี่วิ่งน้อยสุดแล้ว แต่มันเชื่อมบอล จะเล่นยากที่สุด มันคัฟเวอร์หมดหน้า หลัง ต้องคุม แต่วิ่งน้อย แล้วผมรู้สึกว่ามันมันส์ตรงที่เราเป็นตัวขับเคลื่อนเกม ผมเล่นหนักก็ได้ แต่ว่าจ่ายบอลก็ได้ มันเหมาะกับเรา แต่ตอนผมเล่นกองหน้า ผมก็ยิงประตูได้ เป็นดาวซัลโวนะ ที่สวนกุหลาบ ตอนนั้นยิงประตูรุ่นจิ๋ว ก็ติดสกอร์ตลอด เพราะผมเร็ว ไอ้ชาติ มันเปิดบอลแม่นไง ส่งมาปุ๊บ ก็ทะลุทุกลูกตอนเด็กๆ แต่พอมาเล่นกองกลาง กลับมันส์กว่า

เกือบทิ้งบอลไปเล่นดนตรี
พอขึ้น ม.ปลาย ผมก็เล่นดนตรี เล่นกีตาร์ ตั้งวงดนตรี ชื่อแมงตับเต่า ไปประกวดได้ที่ 2 ของโรงเรียน ก็มีเพื่อนที่เป็นนักบินเอฟ 5 ตอนนี้ออกไปเป็นกัปตันการบินไทย มือคีย์บอร์ด เป็น ดร.อยู่ที่ กพ.แล้วก็กีตาร์อีกคน เป็นวิศวกร มือกลองเป็นเจ้าของร้านผ้า อยู่ที่ตึกใบหยก แล้วมือเบส ก็ เอ็ม -พ.ต.อ.พงษ์สยาม มีขันทอง แต่ที่สุดก็เลือกฟุตบอล อาจเพราะผมชอบฟุตบอลมากกว่าดนตรี ด้วยสัญชาตญาณของเรา

เรียนป.เอกท่ีอเมริกา เล่นบอลให้มหา’ลัย
จบโรงเรียนนายร้อย ผมเลือกลงเป็น รอง สว.สืบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้ปีกว่าๆ ไปเรียนต่อที่อเมริกา จบแล้วเรียนปริญญาเอกต่อที่เท็กซัส ยูนิเวอร์ซิตี้ ด้านอาชญวิทยา เพราะคิดว่าไหนๆมาเรียนแล้ว ทำอะไร ก็ทำให้มันสุดๆจะได้ไม่ต้องมาคิดวันหลังว่าทำอะไรค้าง เรียนอยู่ 5 ปี

ระหว่างเรียน ก็เล่นฟุตบอลให้มหาวิทยาลัย ช่วงกำลังจะเริ่มมีฟุตบอลอาชีพในสหรัฐอเมริกา แล้วฟุตบอลหญิงอเมริกา เริ่มดังได้แชมป์โลก เผอิญที่มหาวิทยาลัย เขาต้องการคนไปเล่นฟุตบอล ผมก็ไม่ได้บอกใครว่าเรียนปริญญาเอก ตอนนั้นอายุเพิ่ง 25-26 ก็ไปแข่งกับมหาวิทยาลัยอื่น เหมือนเราไปเตะบอลเดินสาย เล่นเป็นทัวร์นาเมนต์ของเท็กซัส ได้ประสบการณ์อะไรหลายๆอย่าง

กล้ามเนื้อหน้าอกฉีก นอนพัก3เดือน
ตอนแรกโค้ชเขาก็เห็นเราก็งง เพราะเป็นคนเอเชีย แล้วสมัยก่อนผอมบาง หนักแค่ 61-62 ประมาณนี้ ตอนแรกห็นเราก็เหยียดๆจะไม่ให้เล่น แต่พอเห็นทักษะเราใช้ความเร็วกับความคล่องของเราเล่นกองกลางตัวรุก แต่ก็มีเจ็บบ้าง เพราะบางทีเจอคู่ต่อสู้ สูง 190 ผมใช้การวิ่งไปเอาบอล พอถึงมันเอาศอกไม่ได้เจตนนานะ แค่ชนเบาๆ ต้องนอน รพ.3 เดือน กล้ามเนื้อหน้าอกฉีก

ดูเหมือนไม่แรง แต่ด้วยสรีระมันใหญ่กว่าเราเยอะ สูงตั้ง 190 ตัวเบ้อเร่อเลย คนดำด้วย แตนั่นคือสไตล์ บอลทั่วไป ไม่โกรธ แต่เข้าเหลี่ยมพอดี จังหวะมันทำให้เจ็บ แต่จริงๆ ระหว่างเล่นก็เจ็บบ่อย เพราะฝรั่ง เวลาเล่น มันเอาจริง ไม่มีหัวเราะ ซ้อมก็ไม่หัวเราะ ไม่เหมือนเรา มันแบบมืออาชีพ ซ้อมคือซ้อม ก็ได้ประสบการณ์ที่ดี

กลับไทย เป็นอ.สอนหนังสือ หยุดบอลไปพัก
ผมเรียนปริญญาจนกระทั่งอายุ 30 ที่เท็กซัส เรียน 5 ปี ก็จบกลับมาทำงานอยู่ที่สำนักงานแผนงานงบประมาณ ปี 2541 หยุดเล่นบอลเลย แล้วมาเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย สอนวิชาอาชญวิทยา เรื่องของกระบวนการยุติธรรมเปรียบเทียบระหว่างประเทศ ตอนนั้นยศ ร.ต.อ. แล้วไปเป็นอาจารย์พิเศษอยู่ที่จุฬาฯ มหิดล ธรรมศาสตร์ 3 ที่ สอนปริญญาเอกที่มหิดล ปริญญาโทจุฬาฯ และธรรมศาสตร์ ของปริญญาโท ก็อาชญวิทยา และที่คณะรัฐศาสตร์ คณะสังคมฯ ตอนนั้นเปิดรุ่นแรก ก็ช่วยที่ธรรมศาสตร์ สอน

สอนหนังสือ นรต.ด้วย ช่วยงานตร.ด้วย
เป็นอะไรที่ผมมีความสุขที่สุดเลยนะ ที่ นรต.ผมได้เข็มอาจารย์ 15 ปี แต่ความจริงผมอยู่นานกว่านั้น ผมสอนน่าจะจากรุ่น 53 ถึง 67 สอน 15 ปี ระหว่างนั้นผมก็ไปช่วยงาน ตร.ตลอด ช่วยงานชุดปราบปรามการโจรกรรมรถ การวางยุทธศาสตร์ของ ตร.เขียนแผน ตร.เป็นชุดทำคดี บางคดีเป็นพนักงานสอบสวน แต่ตำแหน่งเราอยู่โรงเรียนนายร้อย ทำงานด้านบริหารด้วย

เสน่ห์ลูกหนังส่งกลิ่นยั่ว เป็นโค้ช นรต.
ด้วยความเป็นนักฟุตบอล ก็เหมือนเดิม เป็นโค้ชฟุตบอลโรงเรียน ก็ได้แชมป์หลายปี พวกอยู่หน้าห้อง ก็นักบอล ผมก็จะอยู่กับเด็กๆ ตอนอยู่โรงเรียนนายร้อย อาจจะเพราะผมเป็นเด็กที่เล่นกีฬา เราก็จะชอบทำกิจกรรม ระหว่างผมอยู่โรงเรียน ก็อดไมได้ ตอนนั้นเขาไม่มีโค้ช ผมก็เลยไปเป็นโค้ชฟุตบอลโรงเรียน

ปรับทีมสู้ศึกยูลีก ก่อนหน้าแพ้เยอะ
รุ่นแรกที่ไปทำ รุ่น 56 ตอนนั้นมีกีฬายูลีก นักเรียนนายร้อยตำรวจ กีฬาเหล่า แพ้ตลอด ยูลีก แพ้ที 6 ต่อ 0 แต่ส่วนตัวลึกๆ ผมเชื่อว่านักเรียนนายร้อยทำได้ ผมจำได้เลย กีฬายูลีกครั้งแรก นัดแรก แพ้เกษตรศาสตร์ 4 ต่อ 0 หรือ 4 ต่อ 1 แพ้เละเลย

ตอนนั้นยูลีกมันส์มาก มีถ่ายทอดสด มีประกวดกองเชียร์ด้วย ผมก็มานอนคิด ทำไงดี ก็เป็นโค้ชแล้ว ไม่มีประสบการณ์นะ เป็นนักบอลมาอย่างเดียว ได้โค้ชซีไลเซ้นท์ แต่ไม่เคยเป็นโค้ช มานอนคิดดู 1.เราก็ไม่ได้เก่ง เป็นโค้ชมาจากไหน อยู่ดีๆ จะมาทำทีมยูลีก มันมีทั้งตัวช้างเผือก ช้างน้อย เต็มไปหมดเลย

คิดบวก นรต.หัวไบรท์ วอร์มเสร็จลงทีมเลย
ผมก็เลยเปลี่ยนใหม่ 1. ซ้อมลงทีมทุกวัน พอวอร์มเสร็จอะไรเสร็จ ถึงเวลาลงทีมเลย 11 ตัว แล้วผมเป่าหยุด เพราะผมเชื่อเรื่องหนึ่ง ว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจ ตอนสอบเข้ามามันเป็นคนไบร์ท คนสมัคร 20,000 รับแค่ 260 อัตราส่วนแข่งขันมากกว่ามหาวิทยาลัย ผมเชื่อลึกๆ ว่า พวกนี้ฉลาด แม้ว่ามาอยู่โรงเรียนบางคนได้ที่โหล่ มันก็ที่โหล่ของคนเก่ง

ผมคิดอย่างนั้น ผมคิดในแง่บวกก่อน ผมคิดว่า ถ้าเราสอนน้องมันไม่มีประสบการณ์ เราสอนให้มันรู้ ให้เห็น แต่ส่วนใหญ่นักฟุตบอล เราไม่สอนอย่างนั้น เราจะปล่อยให้พัฒนาโดยวิธีการเล่นของเขาเอง เหมือนว่าไม่ต้องบอกแบบลงรายละเอียดมาก แต่สำหรับผม ผมไม่ เพราะเด็กไม่มีประสบการณ์ แต่เขามีความฉลาด

เน้นตั้งรับโต้กลับเร็ว ความฟิตคือจุดแข็ง
ผมเลยสอน ปีก วิ่งถึงตรงนี้เปิด เล่นอย่างนี้ กองหน้าตอนนั้นจับบอลยังไม่เป็นเลย แต่ยิงบอลดี ก็บอกว่า เอ็งไม่ต้องออกข้าง ไม่ใช่หน้าที่ เอ็งมีหน้าที่หยุดสกอร์บอลอย่างเดียว อย่างเซ็นเตอร์ หยุดเพื่อสกอร์บอล ลูกพาส หรือยิงประตู อันนี้อันที่ 1 ที่ผมทำ อันที่ 2 คือผมเน้นเรื่องการตั้งรับ แล้วโต้กลับเร็ว

นักเรียนนายร้อยตำรวจฟิต แข็งแรงมาก วิ่ง 90 นาที กรรมการเป่า มันยังไม่รู้เลยว่าหมดเวลา แต่จะให้มาต่อบอลแบบบราซิล ทำไม่ได้หรอก ผมใช้วิธีอย่างนี้ คนเล่นบอลเป็น มีสัก 4-5 ตัว เวลาได้บอล ก็ออกบอลให้เร็วที่สุด ไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด เพื่อกินพื้นที่ให้มากที่สุด หลักคิดง่ายๆ แค่นี้

มีแต่ชนะกับเสมอทีมใหญ่
พออีกนัดหนึ่ง ผมชนะ รามฯ 2 ต่อ 1 นักเรียนนายร้อยฯ ทำได้ เพราะพวกนั้นก็คงคิดว่า เราเพิ่งโดนมาเยอะ แต่คราวนี้มาเจอนรต. ตั้งรับแล้วโต้ พอสปีดกองหน้า มันเร็ว ไอ้เสก (พ.ต.ท.เสกสรร ศรีเพริศ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชลบุรี) ไอ้นี่วิ่งเร็วมาก ไอ้อุ๋ย(พ.ต.ท.กัมปนาท ท้ายวัด สว.กก.ปพ.บก.สส.บช.ภ.1) ไอ้ซุง(ร.ต.อ.ณัฏฐ์ ครุฑนุ้ย รองสว.กก.ปพ.บก.ป.) อีกคน อุ๋ย นี่ มาเล่นกองกลาง ผมเอามาเล่นหน้าคู่กับไอ้ตั้ม (พ.ต.ต.อาณัติ กาวิชา สว.จร.สภ.เมืองเชียงราย) 

ไอ้อุ๋ย เป็นนักบอลที่มีทักษะมากที่สุด คือมันมีสมอง ไอ้เสก รองลงมา ไอ้ตั้ม มีความเร็ว พอเราใช้เด็ก 3 คนนี้ วิ่งนะ ออกบอลไวๆ ไอ้อุ๋ย ลากจนกระทั่งเขายกเท้าไม่ไหว เชื่อมั้ย จากนั้นมา เจอธุรกิจบัณฑิต ก็ไม่มีแพ้ เสมอกัน 1 ต่อ 1 กับเสมอกัน 0 ต่อ 0 เจอที่บ้านเขาด้วย เล่นกับทีมไหน เราก็มีแต่ชนะ จะมีเสมอทีมดังๆสักครั้ง กับธุรกิจบัณฑิต เกือบชนะ

แมทช์ทรงจำ ล้างตา ม.เกษตรฯ
จนกระทั่งเล่นรอบ 8 ทีม มาเจอเกษตรฯ อีกทีหนึ่ง วันนั้นถ่ายทอดสด ผมจำได้จนทุกวันนี้ มันตั้งเกือบ 20 ปีแล้ว ผมจำได้เลยว่า ด้วยความที่เกษตรฯ คิดว่าชนะเรามา 4 ต่อ 1 รอบแรก พอจับสลากเจอนรต. ก็ดีใจ คิดว่าสบาย แต่เชื่อมั้ย นอกจากคำที่ผมบอกว่าผมทำแบบนี้ กำลัง และวิธีคิดที่ถูกต้อง และสำคัญที่สุด บอกเขาว่า ถ้าเขาคิดว่าเล่นยังไงก็แพ้ นั่นก็เท่ากับแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เล่น มันต้องคิดว่า เราชนะได้ แล้วพอเขาเล่นแล้วชนะ ก็เริ่มมั่นใจ แค่เปลี่ยนวิธีคิดนิดเดียว


อุ๋ยโยน ตั้มโหม่งให้นรต.ขึ้นนำ
พอวันตัดเชือก ครึ่งแรกเสมอ 0 ต่อ 0 พอครึ่งหลังเหลือ ไอ้อุ๋ย กับไอ้ตั้ม ส่วนไอ้เสก เจ็บ มันแขนหัก ก็มาดูว่า ไอ้อุ๋ย มันลากไม่ค่อยออก ว่าจะเปลี่ยน แต่ยังมั่นใจว่าไอ้อุ๋ย มันทำได้ พอครึ่งหลัง เล่นไม่ถึง 5 นาที คือวิธีการเล่นเรา ผมสอนไม่มีอะไรมาก ไอ้อุ๋ย ได้บอล หาตั้มให้เจอ ตั้มได้บอล หาอุ๋ย ให้เจอ คนอื่นไม่ต้องสนใจ

ผมให้เติมคือเราจะให้เกมรุก รุกทั้งหมด 5 ตัว ทุกครั้งที่ตัดบอลได้ ทุกครั้ง วิ่งเติมเลย 5 ตัว ยันไว้อีก 5 ตัว ถ้า 5 ตัว ยันไม่อยู่ ต้องยกมือไหว้มัน มึงเก่ง อีก 5 ตัว รุกอย่างเดียว เวลารับช่วยรับ แต่เวลาโต้กลับ 5 ตัวไป แล้ววันนั้นเล่น ก็มีจังหวะกลางเติมไป ไอ้อุ๋ย กระชากไปทีเดียว แล้วเปิดให้ไอ้ตั้มกระโดดโหม่งเข้าไป

ดูเทปคู่แข่ง20กว่าเที่ยว แก้ทางบอล
เท่านั้น เหมือนแหย่รังแตน ตอนนี้สู้กันใหญ่เลย นักเรียนนายร้อยฯมันฟิต แล้วเกษตรฯ ใช้พวกช้างเผือกมาเล่น ส่วนเรานี่นักบอลตำบล ไม่รู้จักเลย แต่เขาไม่รู้ ผมดูเทปเขาเล่น 20 กว่าเที่ยว ดูถึงเข้าใจว่า อ๋อ ห้อยกองหน้า 2 ตัว มันจะไม่ลากบอลเข้ากรอบ มันจะยิงนอกกรอบ มันเป็นกองหน้าลักษณะนี้ ผมก็ให้เซ็นเตอร์ 2 ตัว ของผมนี่ ไม่ต้องถอย ให้ยันไว้ มันก็ยิงประตูไม่ได้ รวนเลย

โดนตีเสมอก่อนแพ้ลูกโทษ
เขามายิงได้ตอนเหลืออีกไม่ถึง 10 วินาที ยิงแสกหน้าประตูผม ตอนนี้เป็นสารวัตรอยู่ภูเก็ต ยิงแบบมั่วๆ ไม่รู้จะทำยังไง มันบุกไม่ได้ มันยิงนอกกรอบ แบบไม่รู้จะส่งให้ใคร หมดแรงกันแล้ว จังหวะนั้นจิ้มยังไงไม่รู้ ผ่านหน้าไปเลย แล้วพอยิงลูกโทษ ก็แพ้ เรายิงไม่เข้าเลย แม้แต่คนเดียว

หลังจากนั้นมา พอเล่นกีฬาเหล่า เราก็เป็นแชมป์มาตลอด จะมีเว้นก็บางปีเท่านั้น เป็นฟันหลอ ปีไหนที่เราประมาทเขามากๆ เราก็ไม่ได้ แต่ตอนผมอยู่ เป็นโค้ช 10 ปี ก็เป็นแชมป์มาตลอด เกือบจะทั้ง 10 ปี ด้วยการที่เราคิดอย่างนี้ แล้วเราปล่อยให้เด็กเล่นอย่างนี้

ประทับใจ รู้จักน้องๆตั้งแต่ยังเด็กๆ
เป็นอะไรที่ผมประทับใจมากนะ ผมได้รู้จักน้องๆ รู้จักเขาตั้งแต่เด็กๆ แล้วพวกนี้ก็เติบโต อย่างไอ้ต้น ผมก็ได้เห็นเขาตั้งแต่เด็กๆ เราได้เรียนรู้ว่าฟุตบอล จริงๆ แล้วบางทีเราอาจไม่ต้องคิดเป็นบราซิลก็ได้ แต่เราคิดอย่างไทยๆ เราเอาคนที่เล่นเป็น หรือเอาเน้นระบบที่ถูกต้อง สร้างทัศนคติที่ดี ผมว่าไปได้

เป็นโค้ชเหมือนเป็นนักยุทธศาสตร์
ผมคิดว่า การเป็นโค้ช มันเหมือนเป็นนักยุทธศาสตร์ มันนำมาใช้ได้ทุกงานเลยนะ แม้กระทั่งงานทุกวันนี้ การเป็นโค้ช ก็คือการวางแผน สำคัญมาก ในแต่ละอาทิตย์ จะต้องทำอะไร ทั้งเรื่องส่วนตัว การซ้อม การวางแผนการเล่น เราจะใช้แทคติคอะไร ตรงนี้ มันจะมาหมดเลย เหมือนเวลาเราไปทำงาน จะทำให้เราเป็นคนคิดตลอดเวลา ว่าจะวางแผนใช้กำลังคนยังไง ผมว่ามันช่วยได้เยอะเลย ฟุตบอลกับการทำงาน

เด็กสงสัย จบป.เอก เป็นโค้ชบอลทำไม
ก็เกือบ 20 ปีแล้ว แต่ครั้งหนึ่ง ผมจำได้เลยว่า รุ่น 64 ไอ้อั้ม มันเป็นนักบอลที่เก่งที่สุดในรุ่น ตอนนี้อยู่นครปฐม ด้วยความที่เป็นเด็กเรียนเก่ง มันถามด้วยความเป็นเด็ก มันบอกพี่หวาน ผมถามจริงๆ เถอะ พี่จบปริญญาเอก พี่มาเป็นโค้ชฟุตบอลตำรวจทำไม ผมไม่เข้าใจ พี่ได้อะไร ก็บอกว่าเอ็งถามดีว่ะ พี่ก็ตอบไม่ได้ แต่มันมีความสุข ผมมีความสุข

ตอบไม่ได้ รู้ว่ามีความสุข แข็งแรง 
จริงๆ ผมชอบ เวลาอยู่กับนักฟุตบอล ผมจะกินนอน นั่งคุย เพราะเราต้องรู้จักนักบอล ต้องรู้จักนิสัยใจคอเขาอย่างดีเลย เราจะทำฟุตบอล แต่ตอนนี้มันไม่ได้ แต่ถ้าถามผมจากตอนนั้น มันก็มีความสุข ร่างกายแข็งแรง มันก็ส่งผลถึงทุกวันนี้ พอเราเป็นครู มันทำให้เราทำงานได้ ผมไปอยู่ใต้ หรือมาทำงานที่ไหนก็ตาม ลูกศิษย์ลูกหา หรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่นักเรียนนายร้อย คนภายนอก หรืออะไรอย่างนี้ บางคนเป็นถึงอธิบดีนะ ก็เป็นเรื่องที่ดี กับชีวิตการรับราชการ เราเป็นครูไปเลย

ทุกวันนี้ยังอยู่ในวงการลูกหนัง
ช่วงหนึ่ง ผมไปเป็นโค้ช เป็นผู้จัดการทีมนายร้อยตำรวจ สมัยท่านสมบัติ อมรวิวัฒน์ ทุกวันนี้ผมก็ยังเป็นนะ ผู้จัดการทีมฟุตบอลตำรวจ ในการแข่งขันกีฬากองทัพไทย ปีนี้ไม่ได้นะ แต่ก่อนหน้านี้ เคยได้ ตั้งแต่แยกออกมา มีสโมสรอาชีพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เลยแยกตัวทีมฟุตบอลตำรวจออกมา แต่เราก็เอาพวกอาชีพมาบรรจุเข้ามาด้วยส่วนหนึ่ง แล้วเราก็ส่งไป ได้แชมป์อยู่ 2 ปี แต่ช่วงหลังเราไม่ได้ แผ่วลง ผมก็ยังอยู่ในวงการฟุตบอลมาตลอด แต่ให้ไปทำฟุตบอลอาชีพอะไรอย่างนี้ ไม่เอา

รอดวลแข้งสวนลีก ปลายเดือนส.ค.
สำหรับบอลที่เล่น ตอนนี้มีแข่งสวนลีก มีแข่งทุกปี แข่งช่วงนี้ ปลายเดือนสิงหาคม แข่งกันประมาณสัก 2 เดือน มีตั้งแต่รุ่น 95 ถึงรุ่น 130 แต่แบ่งเป็นโซนรุ่นนะ 95-100 อะไรอย่างนี้ แต่ปีที่แล้ว เอาไปแข่งกับรุ่นที่ห่างจากผม(สวนกุหลาบ103) ตั้ง 7 ปี อย่างรุ่น 112 ไปยิงเข้าก่อนไง ตอนแรกน้องก็ประนีประนอม แต่พอยิงเข้า มันก็เกิดอารมณ์สิ โอ้โห คราวนี้ กระชากจนกระดูกกระเดี้ยว ก็บอกแล้วว่า อย่ายิงก่อน(หัวเราะ) ทุกวันนี้ก็ยังเล่นฟุตบอล ผมเล่นอาทิตย์ละ 3 วัน ก็เล่นกับน้องๆ ตำรวจด้วยกัน

ครับ…นี่คืออีกมุมหนึ่งของนายพลใหญ่ หัวใจลูกหนัง  

พล.ต.ต.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร

เฮียเก๋10/8/61