Wednesday, May 29, 2024
More
    Homeข่าวเด่นรอบวัน“รองเม่น-พันธนะ”แถลงตม.ทลายเครือข่ายค้ายา-แก๊งชิงทรัพย์ชาวต่างชาติในภูเก็ต

    “รองเม่น-พันธนะ”แถลงตม.ทลายเครือข่ายค้ายา-แก๊งชิงทรัพย์ชาวต่างชาติในภูเก็ต

    วันที่15 พ.ค.67 เวลา 11.00 น.ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท. อิทธิพล  อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.,  พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ไพรัช พุกเจริญ รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์   รอง ผบก.ตม.6,

    พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ ผกก.ตม. จว.สงขลา, พ.ต.อ.เกรียงไกร อารยะยิ่ง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ท.วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ท.พงษ์ศิริ พิทักษ์  สว.ตม.จว.สงขลา

    ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

    1. สตม.ขยายผลทลายเครือข่ายต่างชาติผิวสีค้ายาเสพติดของกลางมูลค่าร่วม 5 ล้านบาท

    โดยตม.จว.ภูเก็ต ร่วมกับ ชุดสืบสวน บก.ปส.4 และ ชุดสืบสวน ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 จับกุมMr.Denis (นามสมมติ) อายุ 38 ปี ชาวรัสเซีย โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดประเภท 2 (โคเคน) เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน นำตัวส่ง  สภ.วิชิต จว.ภูเก็ต ดำเนินคดี 

    Mr.Ogadinma (นามสมมติ) อายุ 41 ปี และMr.Harison (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ทั้งคู่เป็นชาวไนจีเรีย โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดประเภท 2 (โคเคน) เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน นำตัวส่ง สภ.กะรน จว.ภูเก็ต ดำเนินคดี 

    และ Mr.Solomon (นามสมมติ) อายุ 53 ปี ชาวไนจีเรีย โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดประเภท 1 (ยาไอซ์และยาอี) และยาเสพติดประเภท 2 (โคเคน) เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งสภ.ฉลอง จว.ภูเก็ต ดำเนินคดี

    โดยเมื่อต้นเดือน เม.ย.2567  ชุดสืบสวน ตม.จว.ภูเก็ต สืบสวนหาข่าวจากกลุ่มลับของคนต่างด้าวสัญชาติรัสเซีย พบว่า Mr.Denis (ทราบชื่อภายหลัง) ชาวรัสเซีย เสนอว่าตนปล่อยรถเช่าและรับแลกเงินคริปโต ชุดสืบสวนจึงได้แฝงตัวเข้าไปทักถามเป็นภาษารัสเซีย ยังทราบว่า Mr.Denis  นำเสนอว่ามียาเสพติด (โคเคน) ขายในราคากรัมละ 4,000 บาท จึงได้ร่วมกับชุดสืบสวน บก.ปส.4 และ ชุดสืบสวน ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 วางแผน ล่อซื้อจับกุมได้พร้อมโคเคน 0.99  กรัมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ดำเนินคดีตามกฎหมาย

    จากการสืบสวนขยายผล ทราบว่า Mr.Denis ซื้อโคเคนมาจากชายต่างชาติผิวสี 2 คน ในราคา กรัมละ 3,000 บาท ชุดจับกุมจึงล่อซื้อนัดหมายกันบริเวณลานจอดรถโรงแรมแห่งหนึ่ง ต.กะรน อ.เมือง จว.ภูเก็ต ก่อนจับกุม และขยายผลต่อนำหมายค้นศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ ค.152/2567 ลง 8 พ.ค.67 เข้าตรวจค้นบังกะโลหลังหนึ่งในพื้นที่สภ.ฉลอง

    พบ Mr.Solomon (นามสมมติ) อายุ 53 ปี ชาว ไนจีเรีย อาศัยอยู่ สอบสวนทราบว่า มียาเสพติดฝังไว้หลังบังกะโล และได้พาชุดสืบสวนไปขุด พบ ยาอี บรรจุในขวดโหล 855 เม็ดโคเคน ห่อหุ้มด้วยพลาสติก น้ำหนักต่อชิ้นประมาณ 1 กรัม บรรจุในขวดโหล 470 ห่อ ยาไอซ์ บรรจุในเป็นห่อ น้ำหนักรวม 127.8 กรัม นำส่ง สภ.ฉลอง ดำเนินคดี

    จากการสืบสวนทราบว่าราคาซื้อขายยาเสพติดในจ.ภูเก็ตที่ลักลอบจำหน่าย ยาอี ราคา เม็ดละ 1,000 -2,000 บาท โคเคน กรัมละ 4,000 -5,000 บาท รวมราคายาเสพติดของกลางประมาณ 4 ล้านบาท  ส่วนทรัพย์ที่ตรวจยึดตามมาตรการปราบปรามยาเสพติด ประกอบด้วยรถยนต์และเงินสดอีกประมาณมูลค่า 9 แสนบาท รวมมูลค่าของกลาง4.9 ล้านบาท

    สำหรับ Mr.Solomon ถือเป็นตัวการรายใหญ่ในระดับพื้นที่ภูเก็ต  รับของมาจากพื้นที่ภาคกลาง และจะกระจายให้กับผู้ค้าและผู้เสพรายย่อยมีหลายสัญชาติในจ.ภูเก็ตจะได้สืบสวนและรวมรวมข้อมูลกลุ่มบุคคลดังกล่าว เพื่อสืบสวนจับกุมและเฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมต่อไป

    ​2. จับทันควัน! หนุ่มต่างชาติลวงหญิงแลกเงินคริปโต จับคลุมหัวรีดเงิน ตม.รวบก่อนเตรียมเผ่นหนี

    ตม.จว.ภูเก็ต ร่วมกับ สภ.ฉลอง จับกุม Mr.Oleksandr (นามสมมติ) อายุ 25 ปี สัญชาติสวีเดนและรัสเซีย โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืน  จับกุม ได้ในท่าอากาศยานภูเก็ต จว.ภูเก็ต

    หลังได้รับการประสานจากสภ.ฉลอง ว่า Ms.Diera (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ชาวรัสเซีย ผู้เสียหาย  แจ้งความว่าเมื่อวันที่ 8 พ.ค.67 เวลา 23.00 น.นัดกับ Mr.Oleksandr (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ชาวสวีเดน/รัสเซีย ผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ที่วิลล่าแห่งหนี่งใน ต.ฉลอง อ.เมือง จว.ภูเก็ต เพื่อนำเงินสด  25,000 บาท  แลกกับเงินคริปโตเคอเรนซี่ 700 ดอลลาร์สหรัฐ

    เมื่อผู้เสียหายไปถึงพบกับ Mr.Oleksandr  ระหว่างพูดคุยกันในช่วงที่คนร้ายอีกคนกำลังเดินเข้ามาที่นัดหมายซึ่งผู้เสียหายไม่ทันระวังตัว Mr.Oleksandr ได้จับผู้เสียหายล็อค เอาถุงคลุมศีรษะ มัดแขน   มัดขา และยึดโทรศัพท์ผู้เสียหาย  บังคับให้โอนเงินให้คนร้ายเพิ่ม และทำร้ายตบใบหน้าจนผู้เสียหายยอมบอกรหัสโทรศัพท์ ซึ่งไม่มีเงินในบัญชีออนไลน์แล้ว

    Mr.Oleksandr จึงบังคับให้ผู้เสียหายติดต่อเพื่อนซึ่งอยู่ห้องพักใกล้กับผู้เสียหายให้นำเงินสดในห้องพักผู้เสียหายมาให้  มีชายสัญชาติรัสเซีย ร่วมกับ Mr.Oleksandr ทำหน้าที่เป็นผู้ไปรับเงินจากเพื่อนของผู้เสียหาย 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินสกุลไทยอีก  6,000 บาท มาให้ Mr.Oleksandr รวมทรัพย์สินที่ผู้เสียหายถูกประทุษร้ายไปเป็นเงิน 104,546 บาท ก่อนปล่อยตัว  ผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง

    หลังจากได้บันทึกข้อมูล Mr.Oleksandr ในบัญชีเฝ้าดู  ต่อมา ตม.จว.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจาก ด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต ว่า Mr.Oleksandr กำลังจะเดินทางออกจากประเทศไทยเพื่อไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.ฉลอง  จับกุม มี ผู้เสียหายชี้ยืนยัน

    ส่วนผู้ต้องหาอีกหนึ่งคนซึ่งไปรับเงินจากเพื่อนของผู้เสียหาย ได้หลบหนีออกจากประเทศไทยไปก่อนแล้ว  จะได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อขออนุมัติ   ศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับและติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    3. สตม. รวบแม่เล้าลวงหญิงไทยค้ามนุษย์ต่างแดน

    โดยตม.จว.สงขลา ร่วมกับ กก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ กก.สส.บก.ตม.4 จับกุม มาดามฟา (นามสมมติ) อายุ 49 ปี ชาว ตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ที่ 102/2567 ลงวันที่ 28 มี.ค.2567

    ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงโดยใช้กลอุบายหลอกลวง ขู่เข็ญเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี สมคบกันค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยการบังคับค้าประเวณี

    โดยร่วมกันเป็นธุระจัดหา   พามาจาก จัดให้พักอาศัย โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับหลอกลวงใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมายและข่มขืนใจให้ผู้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือยอมหรือจำยอมต่อสิ่งใดอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ปาดังเบซาร์ จว.สงขลา ดำเนินคดีตามกฎหมาย  จับกุม ได้หน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.โพธิ์ชัย อ.โคกโพธิ์ชัย จว.ขอนแก่น

    สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.สงขลา เข้าช่วยเหลือหญิงไทยเดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย แจ้งว่าถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ประเทศมาเลเซีย  พร้อมประสาน สหวิชาชีพสัมภาษณ์คัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM)ได้ความว่าผู้เสียหายต้องการไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย จึงติดต่อผ่านนายหน้าทางสื่อออนไลน์

    แต่เมื่อไปถึง ถูกแม่เล้าแจ้งว่าต้องพักอาศัยในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในกัวลาลัมเปอร์  ทำงานค้าประเวณีชดใช้หนี้ค่าเดินทางหรือค่าแทก 4,500 ริงกิต (ประมาณ 35,000 บาท) ขณะอยู่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง  ถูกกักขังไม่สามารถออกไปไหนได้โดยลำพังจนกว่าจะใช้หนี้หมด

    เมื่ออยู่ได้5 วัน  ตัดสินใจหลบหนีกลับมาประเทศไทย  เข้าขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากแม่เล้าขู่ว่าจะมีคนมาดักรอที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อจับไปขายต่อ ทีมสหวิชาชีพ ได้ลงความเห็นว่าเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

    ชั้นจับกุม     มาดามฟาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่รับว่า ขณะอยู่ที่ประเทศมาเลเซียทำหน้าที่เป็นธุระจัดหาหญิงไทยเพื่อค้าประเวณีแต่เป็นไปด้วยความสมัครใจ มีเด็กในสังกัดเพียง 5 – 6 คน ติดต่อลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันวอตส์แอปป์ ได้ค่าประสานงาน 10 เปอร์เซ็นต์จากเงินที่เก็บได้จากเด็กในสังกัด

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments