วิศาล พันธุ์มณี อยู่ไหนก็พัฒนา

ท่องปทุมวัน วันนี้ ล่องไปถึงเมืองเพชรฯ ไปคุยกับผู้การเมืองเพชรบุรี -พล.ต.ต.วิศาล พันธุ์มณี นรต.35  นายตำรวจนักพัฒนา ล่าสุดเพิ่งจัดซื้อหมวกสายตรวจติดกล้องซีซีทีวี 260 ใบ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวเพชรบุรี โดยการร่วมมือจากภาคเอกชนส่วนหนึ่ง

จากอิสานลงใต้ ขึ้นสารวัตรที่หาดใหญ่
ผู้การวิศาลเล่าประวัติให้ฟัง เป็นคนลาดยาว นครสวรรค์ พ้นรั้วสามพรานไปเป็นผู้หมวดเมืองอุดรฯ 2 ปี ลาไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ กลับมาอยู่โคราช ไปเป็นรอง สว.ส.เมืองขอนแก่น ตอนนั้นท่านพิชัย สุนทรสัจบูลย์ ไปเป็นผู้การตำรวจภูธร 11 นครศรีธรรมราช ท่านเลยเอาผมไปเป็นนายเวร 2 กองบังคับการ คือ 11 และ 12 สมัยก่อน ยะลา นั่นแหละ พอลงมาจากนายเวร ผมก็มาเป็น สว.ที่ หาดใหญ่ 3 ปี

บริการประชาชน ส่งผลเข้านครบาล
อยู่กับพี่มาโนช ไกรวงศ์ ผมก็ปรึกษากัน เราจะทำจุดบริการประชาชนสัก 3 จุด เพราะหาดใหญ่ เป็นอำเภอที่ใหญ่มาก ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าของสถานีหลังโรงแรมเจบี เขาเรียกว่า สถานีสามชัย คุมแถวคอหงส์ ก็กว้างนะ ตอนนั้นพี่แจ๊ด คำรณวิทย์ เป็นสารวัตรใหญ่ที่หาดใหญ่ แล้วพี่มาโนช ไกรวงศ์ เป็น ผกก.เขต ท่านประทิน สันติประภพ กับท่านนายเวร พี่สุรพล ทวนทอง ก็ไปดูโรงพักที่สามชัย ไปดูเรื่องจุดบริการประชาชน หลังจากนั้นมา ผมก็หันเห ชีวิตเข้ารับราชการที่นครบาล

ผ่านคดีใหญ่ เคียงไหล่นักสืบดัง
เข้ามาเป็น สว.ส.ตลาดพลู ได้ 9 เดือน มาเป็น สว.ป.พญาไท เป็น สว.ป.พญาไท 1 ปี 7 เดือน ตอนนั้นพญาไท มีคดีไอ้เอ็ม ถืออาวุธสงครามบุกโรงพัก หลังจากนั้นเป็น สว.สืบพญาไท ทำคดีเสริม สาครราษฎร์ กับนักศึกษาเจนจิรา กับพี่โก้ -สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง พี่โก้เป็น ผกก.สืบ 1 ก็ร่วมกันทำอยู่กับพี่โก้

กองปราบฯก็เคยอยู่

พอจบคดี ได้เป็น รอง ผกก.1 กองปราบ สมัย ท่านอัศวิน เป็นผู้การ เป็นคำสั่ง ตร.อยู่ดีๆ ก็ไปเป็น รอง ผกก.1 กองปราบ ตอนนั้นเจอ ผกก.หลายท่านพี่ไก่ ก็ใช่ ทวี สอดส่อง ก็ใช่ พี่วิษณุ ม่วงแพรศรี นี่  เจอท่านเป็น ผกก.3 คน หลังจากครบ 2 ปี เราก็มาดูเส้นทาง ผมก็เอ๊ะ ดูแล้ว กองปราบ เราไม่ถนัด ก็กลับนครบาล ไปเป็น รอง ผกก.ป.นางเลิ้ง

จักรทิพย์ เสนอขึ้นรองผู้การ
จาก รอง ผกก.ป.นางเลิ้ง อยู่พักหนึ่ง ไปเป็น รอง ผกก.ป.บุคคโล ไปอยู่บางยี่เรือ อีกไม่ถึงปี ท่านวิโรจน์ จันทรังษี ผบช.น.เอาผมกลับไปอยู่บุคคโลอีก เป็น รอง ผกก.ป 2 รอบ แล้วขึ้น ผกก.ที่บุคคโล แล้วได้โรงพักดีเด่น

พัฒนาบุคคโล ได้ที่1 โรงพักดีเด่น4 ปี่ซ้อน
คือผมเป็นคนพัฒนา จากไม่มีอะไรเลย เริ่ม เป็น ผกก.ปุ๊บ ก็มีการเปลี่ยนแปลง ผมถือคติว่า ถ้าเราเป็นผู้นำเนี่ย ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น จะเรื่องอะไรก็ตาม ผมไปอยู่ที่ไหน ต้องมีการเปลี่ยนแปลง จะเปลี่ยนแปลงมาก เปลี่ยนแปลงน้อย แต่ต้องเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เรื่องสถานที่ เรื่องทัศนคติ เรื่องความรู้สึกของประชาชน อะไรต่างๆ ก็เลยพัฒนาบุคคโล จนได้ที่ 1 ของ บช.น.เป็นโรงพักเพื่อประชาชน 4 ปีซ้อน แล้วผมยังไม่ครบ 4 ปีเต็ม ก็ได้รับฟาสแท็กซ์ เป็น รองผู้การ โดยท่านจักรทิพย์ เป็น น.1 เสนอ ตร.ขอยกเว้นกฎ ตร. แล้วเป็นรองผู้การ 7 ปี อยู่ อก.แป็บหนึ่ง บก.น.8 และ บก.น.9 ก็ถึงมาขึ้นผู้การเพชรบุรี ที่แรกเลย

อยู่แบบสนุก ผิดถูกว่ากันตาม กม.
นี่ผมมาเป็นผู้การเพชรบุรี ย่างเดือนที่ 8 ก็ 7 เดือนครึ่งแล้ว สนุก อยู่แบบเฮฮา ไม่มีใครเครียด เมืองเพชรฯ ไม่ใช่คนดุ คนไหนที่ทำผิด ยิงเขา ก็ตามจับกันไป ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่มีขอ ไม่มีช่วย ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มันก็มีแหละ อย่างว่า ก็ทุกจังหวัดนั่นแหละ มันมีความขัดแย้ง ข้อขัดแย้ง มันมีทุกองค์กร ทุกสถานที่ จะเกิดขึ้นตอนไหน เราไม่รู้ มันมีทุกที่ แต่เมื่อมีแล้วเราก็แก้ปัญหากันไป

ไม่มีคำว่า จะ คิดแล้วทำเลย
โรงพักของผมในเพชรบุรี มี 13 โรงพัก มี 8 อำเภอ ก็มีความมุ่งหวัง โดยมอตโต้ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ในเมื่อรัฐบาลเขาตั้งไว้ ว่าอยากให้ตำรวจ เป็นหน่วยงาน 4.0 ก็เลยคุยกับรองผู้การ พยายามเอาเทคโนโลยีมาใช้ ก็เป็นที่มาที่ไป ว่า ตำรวจทุกคนขณะปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องบันทึกภาพเหตุการณ์ เลยจัดหางบประมาณ ได้จากภาคเอกชนส่วนหนึ่งจัดคอนเสิร์ตการกุศล หาเงินมาพัฒนาตำรวจเพชรบุรี ไม่รองบรัฐ

ผมไม่มีคำว่า จะ คิดจะทำอะไรต้องทำเลย ไม่มีคำว่า จะ คิดแล้วต้องลงมือทำเลย ทำทันที นี่คือที่มาที่ไป ของหมวกซีซีทีวี ก็ซื้อให้ทั้งจังหวัด

อบรมการพูดให้ตำรวจ 191
ส่วนเรื่องการบริการ เรื่องการช่วยเหลือ คืออบรมเรื่องการพูดให้กับตำรวจ อบรมการพูดกับประชาชน คือ 191 ของตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี จากการประเมินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ที่ 1 ของประเทศ ปีที่แล้วได้ที่ 1 ของจังหวัดขนาดกลาง

เขาจะแบ่งเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก แต่ของเราที่ได้ที่ 1 ขนาดกลาง นับจากปริมาณจำนวนประชากร มันเป็นเกณฑ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีนโยบายเรื่องศูนย์ 191 ทุกจังหวัด และนครบาล โทร.ไป 191 ที่ไหน ก็จะติดจังหวัดนั้น

โดยศูนย์ 191 มีหน้าที่รับเรื่องราว ไม่ว่าจะแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ ยาเสพติด อะไรก็ตาม ที่โทรศัพท์มา ทุกเรื่อง รถเสีย งูเข้าบ้าน อะไรทุกอย่าง ก็จะมาที่ 191 ก็จะต้องแจ้งเหตุ ไปที่โรงพักที่รับผิดชอบ เมื่อโรงพักที่รับผิดชอบรับแจ้ง ก็จะแจ้งผู้ปฏิบัติ แล้วผู้ปฏิบัติ จะต้องไปที่เกิดเหตุ

พูดอย่างไรให้ดลใจปชช. สู่การบริการเป็นเลิศ
นี่จึงเป็นที่มาของการฝึกอบรม เพราะบางคนไปพูดกับประชาชน บางที ห้วนไป เสียงแข็ง พูดตรงไปมาก พูดตรงไป หรือแม้กระทั่งประชาชนที่โทรศัพท์เข้ามา ตำรวจเราที่รับสาย บางทีพูดไม่ลื่นหู เลยตัดสินใจอบรมเจ้าหน้าที่ทั้งรับโทรศัพท์ และตำรวจที่มีหน้าที่ไปบริการประชาชน นอก สน. ทั้งสายตรวจ จราจร ที่ไปปฏิบัตินอก สน.ที่คอยไปช่วยเหลือเขา ให้พูดดี เลยเอาอาจารย์นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ และทีมงานมาเรื่องการพูดอย่างเดียว 2 วัน ในหัวข้อที่ว่า พูดอย่างไรให้ดลใจประชาชน สู่การบริการเป็นเลิศ ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี

นี่คือมอตโต้ อบรมไปเรียบร้อย เมื่อวันที่ 6-7 มี.ค.ที่ผ่านมา หรือ 7-8 มี.ค. มีตำรวจมาร่วมอบรมรุ่นละ 112 นาย รวม 200 กว่าคน

เน้นบริการทั้งใน-นอกโรงพัก
ผมพยายามจะมุ่งเน้นเรื่องการบริการทั้งใน สน.และนอก สน.ใน สน. ก็คือ คนที่มาใช้บริการในโรงพัก มาแจ้งความเอกสารหาย แจ้งความดำเนินคดี ไปพบพนักงานสอบสวน นี่เขาเรียกว่า บริการใน สน.ตำรวจที่จะเกี่ยวข้องกับการบริการใน สน.ก็คือ พนักงานสอบสวน พนักงานเปรียบเทียบปรับ พนักงานประจำวัน

ส่วนนอก สน. ก็อย่างที่บอกไว้ เช่น คนขับรถไปถึงเขาย้อย รถเสีย 191 ครับ ผมรถเสีย ขอความช่วยเหลือ สายตรวจก็จะไปช่วยเอารถดั้มไป พาช่างไป หรือถ้าแบตหมด หรือยางแตก ก็ไปช่วยเหลือ เป็นเพื่อนในยามที่ได้รับความเดือดร้อน ที่เขาเรียกว่านอก สน.1.หรือ อาจมีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ถูกวิ่งราวทรัพย์ ถูกทำร้ายร่างกาย เราก็รีบแจ้งสายตรวจไปที่เกิดเหตุ รีบติดตามจับกุม ให้สายสืบไป พนักงานสอบสวนไป นี่เป็นการบริการนอก สน.

เกิดเหตุต้องไปถึงให้เร็ว
พยายามเน้นว่า 1.การไปถึงที่เกิดเหตุ ต้องให้เร็ว ในเขตเทศบาลไม่ควรเกิน 5 นาที นอกเขตเทศบาลไม่ควรเกิน 15 นาที เมื่อไปเสร็จปุ๊บ การพูดการจา นี่แหละ คือสิ่งที่เขาจะประทับใจหรือไม่ อยู่ตรงนี้ คือ 1.ไปถึงที่เกิดเหตุให้เร็ว 2.พูดจาให้ดี 3.ช่วยเหลือเขาให้เต็มที่

แจกนามบัตรหลังบริการ

แล้วผมพยายามเน้น บอกว่า เมื่อบริการเขาแล้ว ก็ให้ทำนามบัตรแจกเขาไปด้วย ว่ามีอะไรให้ สภ.เขาย้อย รับใช้ มีอะไรให้ สภ.ท่ายาง รับใช้ มีอะไรให้ สภ.ชะอำ รับใช้ ผมยินดีเสมอ หลังจากช่วยเหลือเขาแล้ว

ตร.ต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
ส่วนเรื่องการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เรามุ่งเน้นอยู่แล้ว การไปในที่เกิดเหตุ การปรากฏกาย การตรวจ การสต็อป วอล์ก ทอล์ก จริงๆแล้ว ตำรวจเรานโยบายดีอยู่แล้ว แต่มาเพิ่มความเข้ม ให้มันปฏิบัติกันจริงๆ หน้าที่นี่ การติดตามจับกุมยาเสพติด การเอ็กซเรย์พื้นที่ การติดตามจับกุมหมายจับค้างเก่า หรือเมื่อมีคดีอะไรเกิดขึ้นแล้ว ต้องรีบตาม รีบจับกุมให้ได้โดยเร็ว

โดยเฉพาะเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคดีแล้วเราตามจับได้เร็ว มันก็เป็นภาพลักษณ์ที่ดี

เพราะฉะนั้น คำว่าการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประชาชน มันครอบคลุมทุกหน้างานเลย ที่ท่านจักรทิพย์ พูดว่าตำรวจต้องสร้างภาพลักษณ์ เข้าไปใน สน.ไปเจอร้อยเวร มีการบริการที่ดี มีน้ำมาเสิร์ฟ พูดจาดี นี่คือสร้างภาพลักษณ์ มีคดีเกิดขึ้น จับเร็ว มันก็สร้างภาพลักษณ์ที่ดี

ใครทำไม่ดี ไม่ให้สัมผัสประชาชน
ถ้าตำรวจคนไหน ดูท่าไม่ดี ผมเรียกมาอยู่หน้าห้องเลย ไม่ต้องให้สัมผัสประชาชน ถ้าถูกร้องเรียน แล้วมีหลักฐาน หรือแม้กระทั่งการพูดจา เพราะเราประเมินทุกเดือนว่า คนไหน ประชาชนพึงพอใจในเรื่องการบริการหรือไม่ เพราะอะไร เพราะเราจะโทรศัพท์ไปสอบถามผู้ที่เขาใช้บริการ ว่าพึงพอใจตำรวจคนนี้มากน้อยแค่ไหน

ถ้าไม่ดี ไม่ต้องสัมผัสประชาชน แล้วก็ต้องมาทำสัญญา ว่าต่อไปนี้ จะแก้ไขปรับปรุงตัวมั้ย ถ้าปรับปรุงตัว ก็จะมีการประเมิน ให้กลับไป แต่ถ้าไม่ดี อาจให้สับเปลี่ยนหน้าที่ หลายคนที่เรียกมา เดี๋ยวนี้สบายเลย ไม่กล้าแล้ว ก็มานั่งเฉยๆ เช้ามา เย็นกลับ จากอำเภอโน่น นี่ ก็มา เช้ามาเย็นกลับ มันก็เข็ดไง มันก็เข็ดกัน

ให้คนเพชรฯคนผ่าน ประทับใจตำรวจเพชรฯ
ก็จะพยายามปรับปรุงในภาพรวม ว่าทำอย่างไร ให้คนที่ผ่านมาผ่านไป โดยเฉพาะประชากรไหลล่อง ของ จ.เพชรบุรี โดยเฉพาะเสาร์ อาทิตย์ เยอะมาก ถ้าเขามารถเสีย หรือมีอะไร ในเขต จ.เพชรบุรี เขาประทับใจกลับไปเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เพราะเพชรบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยว การโชว์ตัว การปรากฏกาย เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะ ศุกร์ เสาร์ แหล่งท่องเที่ยว เพราะท่านรองผู้การ สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล คุมงาน ป.ก็ขยัน ท่านรองฯ มนตรี ด้วงปรึกษา ก็ดูแลงานสอบสวน มีคดีอะไรปั้ง สอบสวน สืบสวน งาน ป.ต้องอยู่ในที่เกิดเหตุ ช่วยกันคนละไม้ละมือ

ทำดีมี2ขั้นเป็นรางวัล
ส่วนเรื่องรางวัลไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องบริการประชาชน 2.รับโทรศัพท์ดี เราก็ประเมินตลอด คนไหนไปที่เกิดเหตุได้เร็ว ได้รับคำชมมา ผมก็มีหนังสือชมเชยไป เรา จะประเมินตอนสิ้นเดือน จะมาคุยกันว่า ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ใครทำความดี ความดีเรื่องอะไร อย่างตำรวจชะอำ ที่เคยช่วยเหลือคนที่กำลังจะตาย ปั๊มหัวใจคนขึ้นไปโรงพัก ผมให้รางวัลเลย ให้ 2 ขั้น มีหลักฐานเห็นชัดเจน

ไปกันครับ เที่ยวเมืองเพชร ผู้การวิศาล ตำรวจหัวใจเพชรเชิญชวนครับ

กากีกลาย20/3/61