สวดคาถาหลวงปู่ทวด ชีวิตแคล้วคลาด

965
สวดคาถาหลวงปู่ทวด ชีวิตแคล้วคลาดตลอด
                 
เดอะต๋อย-พล.ต.ต.สมบัติ คงพิบูลย์ อดีตผู้การตำรวจจังหวัดบุรีรัมย์
จากเด็กช่างยนต์ ชีวิตผกผันมาเป็นตำรวจ เพราะป้าพรรณงาม น้องสาวอดีตอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงษ์  ที่สนิทสนมกับพ่อ พาไปฝากพี่ชาย
ก่อนเรียกพจน์ เภกะนันท์ เลขาฯพาไปกรอกใบสมัครตอนเช้า ตกบ่ายก็ได้เป็นตำรวจทางหลวง เพราะเป็นหน่วยงานเกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ที่เรียนมา
นั่นคือก้าวแรกในชีวิตตำรวจ จนกระทั่งเติบใหญ่มาตั้งรกรากอยู่ที่เมืองแปะจนถึงวัยเกษียณฯ
เด็กหัวฝนคนรุ่นใหม่อย่าสงสัย ถึงเกษียณฯไปหลายปี แต่ถ้าไม่แจ๋วจริง เนวิน ชิดชอบ-ประธานปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ยูไนเต็ด
คงไม่ให้มาทำหน้าที่ดูแลวางระบบความปลอดภัยในสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ รวมทั้งความปลอดภัยนักฟุตบอลปราสาทสายฟ้า และพลพรรคเหล่า GU 12 เวลาเดินทางไปแข่งเป็นทีมเยือนนอกถิ่น
เอาว่า สมัยเป็นตำรวจทางหลวง เบาไม่เบา ป๋าลอ-ชลอ เกิดเทศ ช่วงเป็นผกก.ภ.จว.ตาก ยังทาบทามขอตัวไปเป็นหัวหน้า นปพ.จังหวัด
เพราะชอบใจในความบู๊ แต่เจ้าตัวปฏิเสธ ขอเป็นเฉพาะกิจทางหลวงตามเดิม
ออกญาบุรีรัมย์ เจอเขยบุรีรัมย์รุ่นใหญ่ เลยถามไถ่ถึงเรื่องพระเรื่องเครื่องรางที่ใช้มาตั้งแต่หนุ่ม โดยอดีตผู้การตำรวจบุรีรัมย์เล่าให้ฟังว่า
“ที่ใช้ติดตัวมาถึงทุกวันนี้ มีเหรียญเจ้าสัวหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม เขาเรียกรุ่นหน้ากระจัง เป็นพระที่พ่อให้  พ่อบอกไว้ ไม่มีตังค์เมื่อไหร่ก็ให้ขาย แต่ชีวิตไม่มีจน ห้อยเดี่ยวมาตลอด
พอตอนหลังมาอยู่บุรีรัมย์ ก็ห้อยเพิ่ม มีหลวงปู่สุข วัดโพธ์ทรายทอง อ.ละหานทราย เนื้ออัลปาก้า  และรูปหล่อหลวงปู่สุข วัดเดียวกันเนื้อ ตะกั่ว
พูดจบผู้การต๋อยถอดสร้อยพระที่คล้องออกมาให้ชม
พบว่ามีอีก 2 องค์ในพวง เป็นเหรียญหลวงปู่คำ สุวณฺณโชโต วัดหนองแก อ.หัวหิน เกจิชื่อดังแห่งจ.ประจวบคีรีขันธ์ และเหรียญพังพกาฬ    เจ้าตัวเล่าต่อ “อีกองค์ที่เก็บไว้ไม่ได้ห้อย คือพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง พิมพ์ข้าวตอกแตก
ห้อยสมัยเรียนช่างกลสยาม รุ่น 3  ดังมาก ตอนนั้นกำลังห้าวใส่องค์เดียวเล็ก เบา ห้อยเหมือนไม่ได้ห้อย
 
เริ่มโตๆ ขึ้นมา ก็เน้นพระเมตตามหานิยม เพราะเราไม่เคยรังแกใคร เลยไม่ต้องไปแสวงหา  
ส่วนเขี้ยวเสือนี่ก็คนที่เขาเคารพนับถือให้มาหลังจากเกษียณ ใส่แล้วดี  บางทีเป็นความรู้สึก ใส่แล้วก็ไม่มีอะไรไม่ดีกับตัวเรา           ประสบการณ์ ส่วนใหญ่แคล้วคลาดตลอด สมัยอยู่กับนายบันเทิง(พล.ต.ต.บันเทิง กัมปนาทแสนยากร )เมื่อปี 2516 ตอนนั้น นายบันเทิง เป็นผู้การทางหลวง
พอเกิดเหตุขึ้นมาแกเลือกผมคนเดียวไปขับรถให้ มีปืน วิทยุ อะไรเต็มไปหมด แกไว้ใจผมคนเดียว อาจเป็นเพราะเห็นว่าผมเป็นคนไม่ค่อยเต็ม บ้าๆ บอๆ  
ที่บอกแคล้วคลาด เพราะตอนนั้น 14ต.ค.16 ขับรถผ่านหน้า รพ.รามาฯ นักศึกษาตั้งจุดรับบริจาค 
นายบันเทิงก็สั่งให้จอด แล้วเรียกให้มาเอาตังค์ พอนักศึกษาโผล่มาเห็นปืน เห็นวิทยุ ก็ตกใจ แกก็บอกไม่เป็นไร  
สำหรับผม พระเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในการที่เราจะทำอะไร  เหมือนถูกสั่งสอนมาแต่เด็ก เห็นพ่อก่อนออกจากบ้านก็หยิบสร้อยพระขึ้นมาอาราธนาแล้วคล้องคอ   เด็กๆไปเรียนหนังสือ ก็จะมีเหรียญหลวงปู่ทวดเล็กๆห้อยติดตัว 
แล้วก่อนนี้บ้านก็อยู่ข้างโบสถ์ที่สามเสน ก็คลุกคลีเหมือนป็นลูกศิษย์พระ ก็เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างหนึ่ง
ห้อยพระ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวเรามากขึ้น คาถาจับโจรไม่มีเลย
ทุกวันนี้ ก่อนนอนจะสวดนะโม 3 จบ แล้วสวดมนต์หลวงปู่ทวด ขอให้ท่านคุ้มครอง
 แต่ในตัวตอนนี้ไม่มีหลวงปู่ทวดห้อย แต่ที่บ้านมีรูปหล่อ รูปเหมือนของท่านอยู่
ถามว่าทำไมถึงชอบบทสวดมนต์ของท่าน ก็เพราะสวดมาตั้งแต่เด็ก พ่อก็สวด คงทำให้เราแคล้วคลาดมาตลอด ไม่ค่อยมีอะไรที่มันไม่ดีกับชีวิต

สวดแทบจะทุกวันตั้งแต่เด็ก อาจเป็นเพราะผมเป็นคนเกเรมาก คลุกคลีตีโมง เล่นการพนัน เขาว่าถ้ามีหลวงปู่ทวด แล้วไปเล่นพนัน มักจะเจ๊ง ก็เลยเลิก

Cop’s Magazine vol.10 No.116 2016.04