สวยปัง ดังเปรี้ยง! คุ้ยหัวใจ "ออด๊าซ เดลินิวส์" ย้อนฝันวัน (เคยเป็น) นักข่าวสายตำรวจ

สวยเปรี้ยว – เฉี่ยวคม ประโยคนี้น่าจะเป็นคำนิยามที่เหมาะสมที่สุด สำหรับ “ออด๊าซ”  รีไรท์เตอร์สาวสวย  คอลัมน์ ไลฟสไตล์ “เดลินิวส์ ออนไลน์” ภายหลังพลิกฝันตัวเอง จากผู้สื่อข่าวสายตำรวจ – อาชญากรรม นสพ.คมชัดลึก ในเครือ เดอะเนชั่น สู่แวดวงสุขภาพ ความสวย – ความงาม -ท่องเที่ยว 
 
เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน เรียกได้ว่า “ออด๊าส” เป็นนักข่าวขวัญใจเหล่าตำรวจ ถูกโหวตให้ชนะการประกวดความน่ารักในทุกรายการแข่งขันที่ทางสมาคมผู้สื่อข่าวอาชญากรรม และบรรดาตำรวจร่วมกันจัดขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ตามที การเป็นนักข่าวอาชญากรรม “ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ที่สุดของที่สุดสำหรับเธอ”  การก้าวเท้าออกมาจากจุดเริ่มต้นจึงง่ายต่อการตัดสินใจ 
 
CAN I SHOW จะพาท่านผู้อ่านมาย้อนฝันวัน (เคย) เป็นนักข่าวสายตำรวจของ “ออด๊าซ”  ทัศนคติแง่บวก – เชิงลบ ที่เธอได้แสดงออกมา “กับการอำลาวงการข่าวสายตำรวจแบบถาวร”  
                                                       
 
 
16144816_583569741831587_2096826669_n16176414_583569658498262_718978911_n
P :: เล่าประวัติส่วนตัว ชื่อนามสกุล ความเป็นมาในวงการข่าวตั้งแต่เริ่มจนถึงวันนี้ให้ฟังหน่อยคะ
A:: ชื่อ ชญานิษฐ คงเดชศักดา เพื่อนๆเรียกว่า “ออด๊าซ” เรียนจบจากคณะวารศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ตอนเรียนอยู่ปี 3 มีโอกาสฝึกงานที่หนังสือพิมพ์คมชัดลึก เพราะอยากหาประสบการณ์ในช่วงปิดเทอม ซึ่งอาจารย์ส่งมาฝึกที่โต๊ะข่าวอาชญากรรม
 
ตอนแรกก่อนจะมาฝึกงาน ไม่ทราบว่างานเป็นอย่างไร แรกๆ โทรเช็คข่าวและเขียนข่าวปกติซึ่งเป็นงานถนัดเราอยู่แล้ว ต่อมาในช่วงเรียนปี 4 ซึ่งเป็นเทอมสุดท้ายต้องออกมาฝึกงานจริงเพื่อเอาเกรดจบ รู้สึกสับสนเพราะใจจริงอยากไปฝึกที่สำนักงานนิตยสารมากกว่าเพื่อเขียนงานที่ตัวเองชื่นชอบ แต่งานข่าวอาชญากรรมก็อยากทำ
สรุปว่าได้มาฝึกงานที่โต๊ะข่าวอาชญากรรม นสพ.คมชัดลึก เพราะนิตยสารรับ นศ.ฝึกงานเต็มหมดแล้ว ซึ่งปรากฎการฝึกงานครั้งนี้ได้ลงพื้นที่กับพี่นักข่าว ไปทำข่าวอาชญากรรม รู้สึกตื่นเต้นมาก ได้เห็นศพและการทำงานของตำรวจและเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง และร่วมกตัญญู เราพยายามศึกษาดูงานจากพี่ๆ นักข่าวว่าทำงานกันอย่างไร ซึ่งมันไม่มีในตำราเรียนเลย
 
รู้สึกว่าโลกมันช่างกว้างใหญ่มาก มีอะไรอีกหลายอย่างที่เราไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งฝึกงานเสร็จได้ทำงานในสายข่าวอาชญากรรมไปด้วยและต้องทำวิทยานิพนธ์ไปด้วย มันเหมือนเรามี 2 ร่าง คือ ร่างนักข่าว และร่างนักศึกษา มันเป็นอะไรที่หนักมาก ทั้งกลัวทำวิทยานิพนธ์ไม่เสร็จ ไม่ได้รับปริญญาให้พ่อแม่ดีใจ อีกใจก็กลัวทำงานไม่ดีไม่ผ่านการทดลองงาน 4 เดือน เพราะมัวแต่เข้าห้องสมุดหาข้อมูลทำวิทยานิพนธ์
16128906_583569748498253_1213223119_n16128159_583569665164928_969518920_n
แต่ต้องบอกว่าโต๊ะข่าวอาชญากรรมที่ นสพ.คมชัดลึก ให้ประสบการณ์อะไรมากมาย ทั้งโอกาสและฝึกให้เราสตรอง ช่วงแรกๆ ที่ทำงานจริงมีคดีใหญ่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ในขณะนั้น นสพ.คมชัดลึกเพิ่งเปิดใหม่ เราเป็นรุ่นรองบุกเบิกก่อนพวกพี่นักข่าวก่อนหน้า 1 รุ่น ได้ยินนักข่าวรุ่นพี่สำนักอื่นพูดข่มขู่ว่า “ระวังโดนรับน้องตกข่าวนะ” และก็คำว่า “พรุ่งนี้เจอกันที่แผง” ซึ่งเราไม่เข้าใจว่าคืออะไร จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นโทรศัพท์ดัง ปลายสาย คือ บก.ข่าวโทรมาคำแรก คือ “เธอตกข่าว ฉบับอื่นมีประเด็นนี้หมดยกเว้นคมชัดลึก เธอต้องเอาคืนให้ได้ไม่อย่างนั้นไม่เซ็นต์ผ่านการทดลองงานให้”
 
พอวางสายน้ำตาไหล ทำไมโลกนี้ช่างโหดร้ายกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ขนาดนี้ แล้วจะเอาคืนอย่างไร จะไปตีหัวพวกพี่ๆ นักข่าวฉบับอื่นยังไง แหล่งข่าวก็ไม่มี เพิ่งทำงานได้ไม่ถึง 1 เดือน จากนั้นจึงค่อยๆ สะสมประสบการณ์พยายามพูดคุยกับตำรวจให้มากขึ้น เพื่อสร้างแหล่งข่าว พยายามมองอะไรให้กว้าง คิดประเด็นไว้ก่อนที่จะไปถึงที่เกิดเหตุ กระทั่งมีแหล่งข่าวโทรแจ้งเหตุรู้สึกดีใจมาก ถือว่าประสบความสำเร็จในการทำงานไปครึ่งหนึ่ง พออยู่สายตำรวจนานเข้าก็รู้ว่าการทำงานของตำรวจเป็นอย่างไร เวลาอยากตามคดีนี้ต้องเข้าหาใคร
 
ซึ่งเวลาผ่านไป 5 – 6 ปี บนเส้นทางสายอาชญากรรมมีเรื่องมากมาย เจอทั้งตำรวจดีและตำรวจไม่ดี แต่โดยรวมตำรวจกับนักข่าวสายอาชญากรรมเป็นอะไรที่ต้องพึ่งพากันเยอะมาก ในแง่ของการทำงานเราเป็นนักข่าวก็ต้องการข่าวจากตำรวจ ส่วนในแง่ของตำรวจก็ต้องมีนักข่าวไว้นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องไม่บิดเบือน เช่น ช่วยลงข่าวตามจับคนร้ายปล้น จี้ ชิง ทรัพย์ เพื่อรับแจ้งเบาะแสในการตามจับคนร้าย นำเสนอเหตุเตือนภัยใกล้ตัวต่างๆ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อความผาสุกของสังคม เราจึงรู้สึกภูมิใจว่าไม่ได้ทำงานเพื่อรับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้เป็นหูเป็นตาช่วยเหลือสังคมอีกทางหนึ่งด้วย
 
16176933_583569681831593_533633421_n16128245_583569678498260_658008101_n16128569_583569715164923_479683067_n
พอถึงจุดหนึ่งที่เราได้ประสบการณ์จากตรงนี้แล้ว มันมีประสบการณ์อย่างอื่นที่เราใฝ่ฝันไว้ด้วย คือการได้เป็นนักเขียน ประกอบกับเป็นช่วงที่ทาง นสพ.เดลินิวส์ เปิดรับสมัครมือเขียนสกู๊ปวาไรตี้ หน้า 4 ซึ่งมันเป็นงานเขียนเชิงสารคดี ที่ได้ข้อมูลจากการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งใน และตปท. และกลับมาเขียนบอกเล่าเรื่องราว มันคืองานในฝันที่เราอยากทำตั้งแต่ต้น ถึงแม้จะไม่ใช่นิตยสารก็ตาม  
 
จึงถึงจุดหนึ่งที่ต้องหักเหชีวิตและเปลี่ยนงานไปอยู่ในจุดที่เราต้องการทำและรักงานนี้มาก จึงย้ายงานไปทำตามความฝันของตัวเอง เราทำงานเขียนนี้ได้ดี และรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่งานลงตีพิมพ์ แต่ถึงวันนี้ก็ยังรู้สึกมีไฟอยู่และยังไม่หยุดที่จะหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในช่วงที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบงานที่ท้าทายน่าตื่นเต้น รวดเร็วฉับไว จึงไม่รอช้าที่จะย้ายงานมา “เดลินิวส์ออนไลน์” ทันที เพราะรู้สึกว่าเป็นงานที่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าข่าว และได้ใช้ความสามารถมากมายรอบด้าน ซึ่งมันแตกต่างจากการเป็นนักข่าวอย่างสิ้นเชิง
 
จากที่ต้องเดินทางหาข่าวก็กลายเป็นการตรวจงานข่าวแทน มันต้องใช้ความรับผิดชอบสูง งานหนักมาก ถึงแม้จะทำได้ไม่ถึง 1 ปี แต่เชื่อว่าเราจะสามารถปรับตัวและทำงานหนักให้เป็นงานเบาได้
16176815_583569641831597_2037596486_n16128873_583569638498264_1461817552_n
 
P  ::  ทัศนะคติที่มีต่อวงการสื่อสารมวลชนไทยในยุคปัจจุบัน – ขอบเขตของหน้าที่สื่อมวลชนในคำจำกัดความของคุณ 
 
สื่อสารมวลชนไทยมีทั้งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ ซึ่งสื่อทั้งหมดเราทุกคนสามารถเข้าถึงได้หมด แต่อาจจะเข้าถึงแตกต่างกันไป ในยุคนี้ ณ วันนี้เราทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสื่อออนไลน์มีอิทธิพลกับสังคมไทยมาก เพราะมันรวดเร็ว กระชับ ทันเหตุการณ์ ในฐานะที่เราเป็นสื่อออนไลน์ที่ต้องบอกว่าหัวใหญ่พอสมควร เรามีกรอบในการนำเสนอข่าวมาก ซึ่งกรอบในที่นี้ คือการมีจริยธรรมในการนำเสนอข่าว ไม่ใช่อยากจะเขียนอะไรก็เขียนเหมือนนักเลงคีบอร์ด
 
เราต้องมีข้อมูลความจริง มีตัวตนของคนที่ตกเป็นข่าวจริงๆ ไม่ใช่มโนขึ้นมาเองเพื่อเรียกยอดเข้าชม เพราะในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าในโลกของออนไลน์มันมีทั้งจริงและไม่จริง แต่ก็แชร์กันออกไปมากมาย โดยที่ไม่ได้รับการพิสูจน์หรือคัดกรองว่าจริงหรือไม่จริงอย่างไร ผู้คนจึงเข้าใจผิดไปต่างๆ นาๆ เกิดผลกระทบมากมาย ทำให้หน้าที่รับผิดชอบของสื่อออนไลน์อย่างเราต้องเป็นตัวคัดกรองความถูกต้องและเผยแพร่ความจริงสู่ผู้อ่านให้มากที่สุด ตรงนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะว่าสื่อออนไลน์ต้องมีการแข่งขันกันในเรื่องตัวเลขและยังต้องแข่งขันกันในข้อเท็จจริงด้วย แต่เรามั่นใจว่าทำได้ดีแน่นอน
 
P :: มีคนข่าวในดวงใจไหม – ใครคะ ?
A :: พี่แยม ฐปนีย์ เอียดศรีไชย เพราะเคยลงสนามข่าวด้วยกัน เรามองว่าเขาเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ เอง แต่ลุยงานมาก ขนาดเราคิดว่าตัวเองลุยแล้วนะยังต้องยอมเลย เพราะเห็นแต่ละข่าวที่เขาไปตามแล้วรู้สึกว่าเรายังทำไม่ได้ถึงครึ่งเลย แต่ไม่ได้เปรียบเทียบผลงานกันนะ เพราะเราก็มีมุมหรือแนวการทำงานของเราที่ตั้งใจไว้อยู่แล้ว
 
16118328_583569618498266_1589914825_n 16144063_583569615164933_1111335629_n
 
P :: ออด๊าส มีความสุขกับการทำงานสายนี้มั้ยคะ
 
A :: ถ้าหมายถึงสายอาชญากรรมที่เคยทำมา อยากบอกว่า การทำงานสายนี้มีความสุขมาก แต่ก็มีทุกข์ปนไม่ใช่น้อย บางทีมีแรงกดดันเข้ามามาก แต่เราก็ผ่านตรงจุดนั้นมาได้ทุกครั้ง จึงคิดว่าตัวเองเป็นคนหนึ่งที่มีความตั้งใจและอดทนไม่แพ้ใคร เพราะไม่เช่นนั้นคงลาออกไปตั้งแต่โดนบก .โทรมาด่าว่าตกข่าวแล้ว  แต่เรากลับมีแรงฮึดสู้ว่าจะต้องเอาคืนรุ่นพี่นักข่าวให้ได้ มีแรงที่จะหาข่าวเดี่ยวให้ได้
 
ถามว่าทำได้ไหม แน่นอนเราทำได้ นั่นหมายความว่า การที่เราไม่เคยท้อ ไม่เคยถอยกับเรื่องงานมันทำให้เราพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ถ้าถามว่าอยากเปลี่ยนไปทำธุรกิจส่วนตัวไหม ถ้ามีโอกาสไม่รอช้าแน่ๆ
 
P :: มองสังคมเด็กนักข่าวยุคใหม่เป็นอย่างไรคะ
 
A :: มองว่านักข่าวรุ่นใหม่ทำงานง่ายขึ้นมาก สมัยเราต้องแบกสะพายกระเป๋ากล้อง กระเป๋าโน๊ตบุค วิ่งหาอินเตอร์เน็ตส่งข่าวแข่งกับเวลาสายตัวแทบขาด เวลาอยากเช็คข่าวฉบับอื่นต้องวิ่งหาร้านหนังสือเพื่อซื้อหนังสือพิมพ์ทุกฉบับมาเปรียบเทียบกันว่าฉบับไหนมีประเด็นอะไร คือต้องลงทุนควักกระเป๋าซื้อหนังสือพิมพ์ทุกวัน
 
แต่นักข่าวรุ่นใหม่แค่มีสมาร์ทโฟนก็เข้าถึงทุกข่าวแล้ว ปัจจุบันต้องยอมรับว่านักข่าวรุ่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ เชื่อว่าพร้อมที่มารับช่วงในการเป็นหูเป็นตาดูแลสังคมจากนักข่าวรุ่นพี่ได้สบายมาก หากมีความขยัน ตั้งใจ และอดทน 
16176472_583569325164962_2105838325_n 16176419_583569321831629_1429499662_n
 
P :: ออด๊าซ มีตำรวจในดวงใจมั้ยคะ
A ::  ตำรวจที่เราเคารพรักและมองว่าเค้าทำงานดี มีคุณภาพ ตอบ ถ้าในสมัยที่เราทำงานสายข่าวอาชญากรรม ต้อง “พี่แต้ม” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ ฉายา “มือปราบหูดำ” เพราะราเข้าเวรทีไร งานเข้าทุกที วิสามัญคนร้ายค้ายาเสพติดเป็นว่าเล่น เรารู้สึกว่าถ้ายาเสพติดหมดไปสังคมจะดีขึ้นนะ
 
P:: ฝากอะไรถึงพี่น้องตำรวจ แล้วก็เพื่อนๆนักข่าวหน่อยค่ะ ? 
 
A :: เราทราบดีอยู่แล้วว่าตำรวจทำงานกันอย่างไร ประชาชนมาอันดับหนึ่ง ครอบครัวอันดับ 2 อยู่แล้ว รวมถึงนักข่าวสายอาชญากรรมด้วย ที่พอฟัง วอ. มีเหตุด่วนเหตุร้ายก็พร้อมที่จะทิ้งครอบครัวออกมาทำงานได้ทันที อย่างเช่น ในช่วงปีใหม่จำไม่ได้ว่าปีไหน มีการแบ่งเวรหยุดเป็น 2 ทีม ปรากฎว่ามีเหตุระเบิดป่วนเมืองกรุง เวลานั้นเรากำลังย่างอาหารทะเลกินกับครอบครัว ต้องทิ้งช้อนเพราะถูกเรียกเต็มทีมเราก็ต้องไป  เพราะเรารู้ดีว่ามันคืองาน คือหน้าที่ที่ต้องทำ จึงเข้าใจการทำงานของตำรวจดี จึงขอให้พี่น้องตำรวจและนักข่าวทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อสังคมไทยเราจะได้ปลอดภัยและน่าอยู่
 
16128660_583569688498259_840940495_n 16144874_583569631831598_211416805_n