สวยหวานขนาดนี้! 'คุณครูปุ้ย ดุษดียา' ไม่เคยใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา

6352

คอลัมน์ กุหลาบไร้หนาม

ทำทุกอย่างเพื่อปัจจุบัน เห็นคุณค่าในตัวเอง รับผิดชอบต่อหน้าที่ พร้อมเรียนรู้ เปิดใจ แล้วลงมือทำ

 

“ครู” เป็นอีกหนึ่งอาชีพใฝ่ฝันยอดฮิตติดท็อปเท็นของหลายคนเมื่อครั้งอยู่วัยเยาว์ ซึ่งหลายคนมีไอดอลเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง คนใกล้ชิดต่างๆ รวมทั้งครูที่สอนในตอนเด็กด้วย เพราะครูเป็นข้าราชการที่สร้างคน อบรมบ่มนิสัย มอบวิชาความรู้ให้ทุกคนเติบโตมาให้เป็นคนที่มีคุณภาพ ใช้วิชาความรู้ทำมาหากิน และอยู่ร่วมกับสังคม เช่นเดียวกับ น.ส.ดุษดียา สมผลภาดี หรือ ปุ้ย ครูสอนภาษาไทยคนสวยและเก่งจาก จ.กาญจนบุรี

กว่าปุ้ยจะมารับราชการทำงานสร้างคน เธอเริ่มจากเป็นนักเรียนคนขยัน ตั้งใจใฝ่เรียนรู้ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ จ.กาญจนบุรี ก่อนก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เพิ่มพูนความรู้ความสามารถที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คว้าปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย และ ประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันรับราชการครูอยู่โรงเรียนบ่อพลอยรัชดาภิเษก จ.กาญจนบุรี (สอนรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5)


“สำหรับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้พูดตรงๆว่าเป็นงานที่หนักเลยนะคะ สำหรับอาชีพครู เพราะครูคืองานที่สร้างคน ถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกอาชีพนี้บอกตรงๆ นึกไม่ออกเหมือนกันค่ะ สงสัยอาจเป็นเพราะปุ้ยเติบโตมาในครอบครัวที่เป็นคุณครูกันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า พ่อแม่ปุ้ยเองก็เป็นคุณครู ปุ้ยเลยซึมซับมาเอง แต่พอตัวเองได้มาเป็นครูก็ไม่เคยคิดว่าลำบากใจอะไรนะคะ โดยคิดแค่ว่างานของเราคืองานที่ทำเพื่อนักเรียน เป็นงานที่มีความสุข เพราะได้เห็นการเติบโตทางความคิดของนักเรียนที่ปุ้ยสอน เป็นงานที่สร้างคนให้สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ มีสติปัญญา มีความรู้ควบคู่คุณธรรม และนี่คือความสุขของอาชีพครูอย่างปุ้ย” ครูสาวคนสวยพูดความในใจของการมารับราชการครู

ครูสาวคนเก่งได้เผยถึงคติประจำใจในการใช้ชีวิตของเธอว่า “ทำทุกอย่างเพื่อปัจจุบัน” เพราะคิดเสมอว่าถ้าเราใส่ใจกับเรื่องที่เราทำในปัจจุบันให้ดี มันก็จะส่งผลให้อนาคตเราดีไปด้วย ส่วนข้อคิดในด้านการทำงาน คือ จะคิดเสมอว่าเราต้องทำตัวเองให้มีความพร้อม พร้อมในที่นี้หมายถึง พร้อมเรียนรู้ พร้อมเปิดใจ และพร้อมลงมือทำ ถ้าเรามีความพร้อมโอกาสก็จะเข้ามาหาเรา เนื่องจากตัวเธอเองถูกสอนมาว่า ความพร้อมกับโอกาสจะพบกันครึ่งทาง ถ้าเราพร้อมโอกาสก็จะเข้ามาหาเรา ซึ่งโอกาสดีๆจะมีให้สำหรับคนที่มีความพร้อมเสมอ

ครูปุ้ยยังบอกถึงบุคคลตัวอย่าง หรือไอดอล สำหรับเป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตของเธอ คือ แม่ เธอบอกว่าแม่เป็นผู้หญิงที่เก่งมากสำหรับเธอ เพราะแม่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ฉะนั้นแม่จึงเป็นคนที่มีจิตใจที่แข็งแกร่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนโยนมาก แม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเธอในการดำเนินชีวิตในทุกๆเรื่อง อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของการทำงานอีกด้วย เพราะเธอกับแม่นั้นเป็นคุณครูภาษาไทยเหมือนกัน

แน่นอนว่าทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะ หรือทำงานอยู่ในสาขาอาชีพไหนล้วนต้องพบเจอปัญหาอุปสรรคน้อยใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ครูสาวคนนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่เธอมีเคล็ดที่ไม่ลับมาบอกถึงการเอาชนะฝ่าฟันอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอว่า อันดับแรกเลยต้องทำใจยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ก่อน เพื่อเราจะได้ไม่หนีปัญหา เป็นการตั้งหลักเพื่อรับมือแก้ไข เมื่อยอมรับปัญหาได้แล้วก็ต้องใช้สติและปัญญาในการจัดการปัญหา โดยทุกปัญหาที่เข้ามาในชีวิตเราจะต้องไม่ใช้อารมณ์ตัดสิน และสุดท้ายเลยสำหรับการแก้ปัญหาที่ดีของตัวเธอเองคือการได้ปรึกษาแม่ เพราะตั้งแต่เล็กจนโตไม่ว่าชีวิตของเธอจะมีปัญหาอะไรก็ตาม เพียงแค่ได้เล่าให้แม่ฟังแล้วกอดแม่แน่นๆ เท่านี้ปัญหาในชีวิตก็จะคลี่คลายแล้ว แถมยังเป็นการเติมกำลังใจให้ตัวเราเองอย่างดีที่สุด

นอกจากนี้ครูปุ้ยยังได้กล่าวถึงประสบการณ์อันดีที่ได้จากการทำงาน ว่า ประสบการณ์การทำงานหรือเรียกได้ว่าเป็นความทรงจำที่สำคัญในชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะเคยฝึกงานในตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติหน้าที่ในงานพระราชพิธี งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

“หลายคนอาจสงสัยว่าฝึกงานในตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ แล้วเกี่ยวข้องกับอาชีพครูที่ทำในปัจจุบันนี้อย่างไร อธิบายคือ ปุ้ยจบปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาภาษาไทย สิ่งที่ปุ้ยเรียนมาก็คือศิลปะการใช้ภาษา ทักษะฟังพูดอ่านเขียนในการใช้ภาษาไทย ฉะนั้นไม่ว่าปุ้ยจะอยู่ในบทบาทนักประชาสัมพันธ์หรือคุณครู ปุ้ยก็จะนำทักษะในการใช้ภาษาไทย มาปรับใช้ในงานของปุ้ยได้เสมอค่ะ” ครูสาวอธิบาย

ทั้งนี้คุณครูคนสวยยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับผู้หญิงที่สวยและเก่ง ว่า ผู้หญิงสวยในแบบของปุ้ยคือ “ผู้หญิงที่เห็นคุณค่าในตัวเอง” ถ้าเราเอาเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกมาตัดสินมันก็แล้วแต่รสนิยมคนมองจริงไหมคะ ฉะนั้นความสวยของผู้หญิงสำหรับปุ้ยคือ การที่เราเห็นคุณค่าในตัวเอง แค่นี้เราก็เป็นผู้หญิงสวยแล้วค่ะ สำหรับผู้หญิงเก่งคือผู้หญิงที่มีความรับผิดชอบ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดกับบทบาทหน้าที่ของตัวเอง

เมื่อถามถึงเป้าหมายและความสำเร็จในชีวิต ครูปุ้ย ตอบว่า “เรื่องเป้าหมายและความสำเร็จในชีวิตเรื่องนี้ตอบยากค่ะ เพราะจริงๆแล้วเป้าหมายสูงสุดหรือความสำเร็จสูงสุดในชีวิตอาจไม่มี เพราะในชีวิตจะวางเป้าหมายและความสำเร็จไปทีละเรื่อง ซึ่งจริงๆปุ้ยจะวางเป้าหมายตัวเองไว้ทีละ 5 ปี ค่ะ อย่างปีนี้ปุ้ยอายุ 30 ปี ปุ้ยก็จะวางเป้าหมายกับตัวเองไว้ว่าในช่วงอายุ 30-35 ปี มีอะไรที่ปุ้ยอยากทำและต้องทำให้ได้บ้าง หลักๆในตอนนี้เป้าหมายเรื่องงานล้วนๆเลยค่ะ แล้วก็ใช้ชีวิตตัวเองให้มีความสุขกับทุกๆวัน”

ทิ้งท้าย น.ส.ดุษดียา สมผลภาดี หรือ ครูปุ้ย สาวสวยและเก่ง ได้ให้แง่คิดผู้หญิงในยุคปัจจุบันกับผู้หญิงสมัยก่อน ว่า ถ้าให้เปรียบเทียบผู้หญิงยุคก่อนกับยุคปัจจุบัน คิดว่ามีทั้งความเหมือนและความต่างกัน ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็เป็นเพศที่มีความอดทน ส่วนเรื่องความต่างผู้หญิงในปัจจุบันอาจจะมีความกล้าคิด กล้าตัดสินใจ มีการดำเนินชีวิตด้วยตัวเองมากขึ้น เวลาเปลี่ยนทัศนคติก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาเช่นกัน

/////////////////////////