สารวัตรเนะ กองปราบฯ

 
เธอเป็นสาวห้าวๆลุยๆจาก อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร พ่อแม่ชาวไร่ชาวนาธรรมดา แต่นิสัยชอบช่วยคนตั้งแต่เด็กทำให้มาถึงจุดนี้  
 
 
“คือเหมือนเวลาที่เรามีเรื่อง มีอะไรแล้วพอได้เจอตำรวจปุ๊บ ความเดือดร้อนของคนรอบๆ คลี่คลายได้
ปกติ ชอบช่วยเหลือคนอยู่แล้ว เลยมองว่าถ้าได้เป็นตำรวจ เรื่องชาวบ้าน หรือเรื่องอะไรที่เราได้ช่วยน่าจะคลี่คลายได้…”

 

สารวัตรเนะ-พ.ต.ต.หญิง กัญจิรา นรสาร สว.กก.2ฝอ.บก.ปปป.ปฏิบัติราชการ กก.2 บก.ป. เผยเบื้องหลังชีวิตก่อนจะพลิกมาเป็นนักสืบสาวมือปราบแก๊งลักรถ

ผลงานมากมาย อาทิ บุกอู่ซ่อมรถมหาสารคาม ยึด9คัน เป็นขบวนการสวมซาก -ทะเบียน ส่งขายเต๊นท์มือสอง

รวบแก๊งหลอกซื้อดาวน์-เช่ารถ พร้อมตามยึดรถของกลางกลับคืนผู้เสียหาย

ทลายแก๊งค้ารถ รับซื้อตลาดมืด ส่งขาย100ล้าน ยึดรถเบนซ์ สวมทะเบียน-ทำความผิดกฎหมายจราจรฯลฯ

“ไปสอบบุคคลภายนอก ที่ขอนแก่น วุฒิ ปวช.ตอนนั้น ปี 2545 อายุ 21 สอบครั้งเดียวได้เลย

ตั้งใจมาก คนที่มาสอบด้วยกัน 20 คน เราติดคนเดียว คือมีความพยายามที่จะสอบที่จะทำให้ได้

สารวัตรเนะเล่าเส้นทางการเข้ารับราชการตำรวจ
 
เริ่มชีวิตราชการที่พฐ.
ตอนนั้นลงที่ พฐ.อยู่ในแผนกตรวจลายนิ้วมือแฝง ยศ ส.ต.ต.ที่ พฐ.กรุงเทพฯ  แล้วอยู่หน้าห้องพล.ต.ต.ประยูร แพรภัทรประสิทธิ์ ผู้การ อก.ด้วย

คือไปทำงานทุกวัน ตี 5 งานทำจนเสร็จ กลางวันก็ไปอยู่หน้าห้อง แล้วรู้สึกว่ายังมีเวลาอยู่เฉยๆ ไม่เป็น เลยขอไปอบรมทุกอย่างเลย งานก็ไม่เสีย

รู้สึกว่าการอบรมมันเป็นประโยชน์  ใครไปอบรมอะไร ขอไปหมดเลย เดือนหนึ่งไป 3 ที่เลย

ขอนายไปช่วยงานสึนามิ              
ตอนนั้น ส.ต.ต.หรือ ส.ต.ท.ไปอบรมชัยยะ รุ่น 1  ปี 2546-2547 อบรมเสร็จเกิดสึนามิ อยากไปช่วยงานสึนามิ ก็บอกผู้การว่าอยากไปรับรู้สถานการณ์  

เพราะ 1.เราเป็นคนบ้านนอก คนที่ตายส่วนมากมาจากต่างถิ่น ไปทำงาน แล้วเขาตาย ผู้ใหญ่ก็ให้ไป เป็นคำสั่ง ตร.
             
ได้รู้จักนายผู้ใหญ่หลายคน
ไปช่วยที่ภูเก็ต ดูแลคนที่จะไปรับศพ ทุกคนมาจากบ้านนอก มารับลูก ห่อข้าวมา ไปดูแลเขา ไปรับศพตรงนี้ ทำโน่นนี่ เอกสาร ตอนนั้นทำงานร่วมกับอินเตอร์โพล ไปช่วยเขา

อยู่ที่ภูเก็ต ได้รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ นายก็บอกว่า ไปช่วยต่อนะ ที่ ตร.ที่ศูนย์ ตอนนั้นเป็นศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล  ตั้งแต่ปี 2548 จนปี 2551 สึนามิเริ่มนิ่ง

สอบสัญญาบัตร ลงศูนย์สืบบช.น.
มีผู้ใหญ่ให้ไปช่วยงานท่านผู้ช่วยบุญเรือง ผลพานิชย์ ก็ไป พอนายเกษียณปุ๊บ ย้ายไปอยู่รถไฟ นพวงศ์  ตอนนั้นท่านเชิด ชูเวช เป็น รอง ผบช.ก.ให้มาอยู่ที่สำนักงาน

ปี 2555 สอบนายตำรวจตำแหน่ง รอง สว.การเงิน สอบได้ที่ 9 ทีนี้พอเลือกตำแหน่งปุ๊บ ก็ไปศูนย์สืบดีกว่า เพราะคิดว่าตำรวจมีหน้าที่หลายอย่าง

ในมุมมองตำรวจคือการจับคนร้าย ตำรวจคือนักสืบ นักสืบก็คือภาพของตำรวจ มีหลายบทบาท แต่ความรู้สึกการสืบสวน เป็นภาพตรงนั้น   

นายเแหมวส่งไปกองวิเคราะห์
เป็น รอง สว.แผนก ฝอ.  เจอนายแหมว (พล.ต.ท.รณศิลป์ภู่สาระ) เป็นผู้การ นายแหม๋ว เรียกไปคุย บอกบุคลิกเรา ไม่ใช่ต้องสวย และที่เราเป็นแบบนี้ แล้วเด็กๆ เหมือนให้เป็นเจ๊ 

นายแหมว ให้ไปช่วยชุดกองวิเคราะห์ ตอนนั้น ผกก.ชูตระกูล รุ่น 49 ผู้ชายหมดทั้งชุด 40-50 คน ไปอยู่รู้สึกอยากทำ ช่วยงานสืบด้วย มันเป็นการวิเคราะห์ เหมือนเป็นเลขาฯ ทุกคดี
             
เจอยอดนักสืบต้นแบบทำงาน
ชอบมาก ทำเป็น 10-20 คดี  ช่วยเขาทำ ขาดเหลืออะไร  ไปหาให้ ช่วยหมดเลย จนทุกวันนี้ ได้รู้สึกได้มองว่า ผกก.ชู เป็นเหมือนแพทเทิร์นในรูปแบบคนที่เราเจอ แล้วสอนเรา เริ่มซึมซับรูปแบบการทำงานแบบ ผกก.ชูตระกูล รูปแบบการบริหาร

เจอนายแหม๋ว  ต้นแบบนักสืบ นายนพ(พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์) อีก บอกว่าอย่างนี้   ทำได้มั้ย ก็ตอบว่าได้ๆ
 
เริ่มมีตัวตน ทุกสน.เริ่มรู้จัก 
เพราะเหมือนเป็นเลขาฯ  คดีที่เกิดขึ้นใน บช.น.ศูนย์สืบจะประชุมทุกวันพุธ กับวันศุกร์  คุยกับทุก สน.ดึงคดีนั้นคดีนี้มา ใครทำอะไรไปบ้าง ยังไม่ได้ทำอะไรบ้าง เอาแต่ละ สน.มา สืบคดีอะไรบ้าง แล้วขึ้นกระดาน

ด้วยความที่เราซึมซับ รองฯ นพ จะนั่งตรงนี้ เราอยู่นี่ บางทีตานพ มาไม่ทันก็บอกว่า มึงไปแทนพี่เลย กลายเป็นเรามีบทบาท ทุก สน.เลยรู้จักเรา ว่าเราทำอะไร ก็เริ่มมีตัวตนด้วยความที่เราเป็นเหมือนเลขา

ซุกซนเรื่องคดีจนเข้าตานาย
เรื่องลายนิ้วมือที่เก็บในที่เกิดเหตุ ตรวจเสร็จ ความที่เราอยู่ไม่สุข ผลตรวจเป็นเอ็กเซล อยู่ในเอฟิต พอมาเทียบดู ไอ้คนนี้ลักทรัพย์ ลายนิ้วมือเดียวกัน เป็น 10-20คดี

เลยกลายมาเป็นเรื่องของเอฟิต ที่นายหมู ท่านฐิติราช รองผบช.น. ทำอยู่ เลยได้คุยกับแก เวลาแกมาศูนย์สืบ จะเรียกหาแต่เนะ แล้วก็ไม่ได้เกร็ง เพราะนายก็สบายๆ คุยได้ตามสบาย   

บิ๊กหมูย้ายมาลงกองปราบฯ
ก่อนที่จะมีจุดเปลี่ยน ย้ายมาบช.ก. เดินผ่านตึก รู้สึกคิดถึงนายหมูที่เป็นผบช.ก. ก็ขึ้นไปไหว้แก นายบอกว่าอยากให้มาอยู่ที่นี่ อยู่กอง 3 ตำแหน่ง รอง สว.ฝอ.ตอนนั้นปี 2559

อย่างที่บอก อยู่ใน น.ทุกคนรู้จักเรา รอง ผบช.สั่งปุ๊บ ก็จะมาที่เนะ เพราะเนะ เป็นเลขาฯ นายๆ พวกนี้ เขาจะรู้จักเนะดีว่าเนะ ทำอะไร บอกว่าเนะ มาเลยเขารู้จักเราอยู่แล้ว
 
ทำเรื่องรถเป็นแบรนด์ตัวเอง 
แล้วมานี่  เนะอยากจะสร้างแบรนด์ตัวเอง อยากทำเรื่องรถ แล้วมีพื้นฐานจากตอนอยู่ที่ น. คือก่อนที่เนะจะย้ายมา ผกก.ชู ย้ายไปแล้ว ผกก.อรรถ(พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ) มาเป็นแทน

ผกก.อรรถ ถ้าเรื่องรถ แกเหมือนเป็นครูบาอาจารย์เนะ ด้วยประสบการณ์ของแก แล้วด้วยความที่เป็นเราอย่างนี้ พี่ๆ ที่ทำเรื่องรถมานาน จะเมตตาเรา ทั้งพวกพี่ที่เป็นดาบ เลยซึมซับได้ความรู้ ได้ทุกอย่าง
              

รับผิดชอบงานคดีรถสมใจ
เวลามีงานเข้ามา จะทำหน้าที่หมด คิดแผน คิดโน่นนี่นั่น  ลงพื้นที่สืบเองด้วย  ไปด้วย รถอะไร ไปจับ ไปสืบเอง ด้วยความที่เราเป็นผู้หญิง

1.คือเอกสารเราก็ทำได้ พรีเซ้นท์เองอะไรเอง ลงเอง ซึมซับมาเรื่อยๆ เหมือนกับว่ามันต้องทำยังไง พอย้ายมา ผกก.โย ก็ให้เนะ รับผิดชอบอาชญากรรมเกี่ยวกับรถ บิ๊กทินเมตตาให้ห้องทำงาน
ตอนนั้นนายหมูทำอาชญากรรมเฉพาะทาง  เราก็ได้เรื่องเอฟิต  ได้คดี ได้แพทเทิร์นมา เหมือนกับคอยทำกับทีมงาน เนะก็ดูแลตรงนั้น แล้วโต๊ะทำงานไม่พอเลยเดินไปเจอนายทิน แกรู้จักเนะ อยู่แล้ว

เมื่อก่อนแกเป็น รอง ผบก.สปพ. ตอนนั้น เนะขี่มอเตอร์ไซค์ไปตึกศูนย์สืบไง แกเห็นจะเรียกเนะ ขึ้นรถตลอด พอมาเจออีกครั้ง ห้องแกกลายเป็นห้องเราเองเลย แกก็ให้เนะ หมดเลย
 
ขึ้นสารวัตรปปป.ช่วยงานกองปราบ
ได้ สว.ปีที่แล้ว  ผู้การก้อง (พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช)บอกว่าคิดให้แล้ว เป็น สว.ฝอ.ที่ ปปป.  คือเนะ  ไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องขึ้น แต่เนะ อยากจะทำงานจุดนี้  ตั้งใจมากที่จะทำอาชญากรรมเรื่องรถ

รถนี่มันเกี่ยวข้องกับทุกคดี อาชญากรรมที่เป็นคดีใหญ่ๆ เกี่ยวกับรถหมดเลย ก็ได้ทำงานที่เราชอบ ตำแหน่งอยู่ ปปป.มาช่วยกองปราบ กอง 3 ทำเรื่องโจรกรรมรถ สวมซากรถ  ขบวนการรถหรู แบบฟอกรถ               

จับงานอาชญากรรมเกี่ยวกับรถ
ขบวนการนี้มันจะมีอยู่ 4 แผน รถหรูที่เอาเข้ามา นี่ก็คือ 1.เอาไปแฝด 2.เอาซากมาสวม 3.แล้วก็แบบปลอมเอกสารเป็นคันอื่นไปเลย สวมไปเลย 4.สวมธรรมดา คือ 4 อย่าง สำหรับรถหรู

อาชญากรรมเรื่องรถมันจะเยอะมาก จำแนกออกเป็นว่า 1.รถหรู 2.รถจำนำ รถธรรมดา รถชาวบ้าน  ทั้งมอเตอร์ไซค์ รถไถการเกษตร  เอาไปขายนอกประเทศได้กำไรเยอะกว่ารถกระบะ รถยนต์
 
ลงทุนเอาจยย.ตัวเองล่อ
ที่ภูมิใจคือได้ทำแก๊งมอเตอร์ไซค์ เริ่มแรกเลย สัมผัสด้วยตนเอง  กลับบ้านนอก แม่นี่เตือนเนะเสมอ ว่า บ้านเมืองเราไม่เหมือนเดิมนะ มันมีเรื่องพวกนี้ เขากู้เงิน เอามาออกมอเตอร์ไซค์ พอเสร็จปุ๊บ มาเจอเรื่องรถแลกเงิน ขายดาวน์

เราก็เริ่มดูๆ ลูกน้องบอกว่า  เจ๊ เราต้องรู้จักเส้นทาง กระบวนการมัน ต้องล่อขายก่อน ก็เอามอเตอร์ไซค์ตัวเองไปล่อ  เอ็มซีเอ็กซ์ ไปเฝ้า ไปสืบ ทั้งวันทั้งคืน

หายก็หายไปช่างมันรถเราเอง
พอเสร็จปุ๊บ รถมันขยับ คนที่เฝ้าหลับ คือไล่รถจนรถพังไป 2 คัน ถ้ารถเราหายไป มูลค่า  9 หมื่น  พวกมึงจะรับผิดชอบยังไง ก็บอกลูกน้อง

คือมันรถเรา เอารถตัวเองไปล่อ สุดท้ายไปได้อยู่ตรงโทลเวย์ ตรงด่าน ตรงป่าเลย รถพังไป 2 คัน

ตอนแรกคุยกันแล้ว เฮ้ย มั่นใจนะว่ารถไม่หาย เลยมองว่า ถ้าหายก็หายไปช่างมัน รถตัวเอง เคสนี้ก็รู้สึกว่าโอเค.มาก
              
รถหรูถ้าผิดตามแกะรอยง่าย
ที่จับรถหรู  รถพวกนี้มันชัดเจนโดยหลักฐาน เพราะรถหรู รถสวมซาก มันเป็นความผิดเป็นขบวนการ

หมายความว่า ตัวรถมันผิด แล้วมันทำให้ตัวรถคันนี้มันถูก โดยผ่านกระบวนการหลายๆ ภาคส่วน ผ่านหน่วยงานของรัฐ ให้มันถูก แล้วพอไปทำให้มันถูก วิธีการสืบ การแกะรอยก็จะง่าย  

ทำงานกับผู้ชายต้องให้เขายอมรับ
เป็นผู้หญิงไปทำงานกับตำรวจผู้ชาย ต้องทำให้เขายอมรับ เพราะ 1.ด้วยความที่เขาทำอะไรได้ เนะ ก็ทำได้ แล้วเนะรู้สึกว่า การบริหารเคส การบริหารสถานการณ์ การบริหารความเป็นอยู่ลูกน้อง เนะ จะให้ความสำคัญกับทุกคน

ทุกเคสที่จะดำเนินการ จะโอเปเรชั่น จะขึ้นกระดานหมด ต้องรู้เท่ากัน ทุกคนต้องได้ออกความคิดเห็น ต้องรู้เนื้องาน แล้วถ้าเข้าใจกันปุ๊บ จะทำงานได้ดี ทุกคนจะเข้าใจว่าคืออะไร ชุดนี้มี 5 คน ขึ้นตรงกับ ผกก.ปู (พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น)

งานรถไม่เหมือนงานคดีทั่วไป              
ทุกคดี ที่ทำ เนะ จะประเมินได้เลย ว่ามันจะไปทางไหน เวลาทำคดีนี่ 1.ถ้าเราวางแผนมาดี ถ้าเรารู้แพทเทิร์น มีข้อมูล มีอะไรที่ดี จะประเมินได้ เพราะเราไม่ได้ทำคนเดียว เราทำเป็นทีม ทุกคนจะมีความเห็นว่า เฮ้ย มันบานนะ มันเพิ่มตรงนั้น เพิ่มตรงนี้ปุ๊บ 

งานรถ ไม่เหมือนงานคดีทั่วไป เหมือนเป็นงานปั้น  ต้องปั้นว่าทำอะไร เอาตรงนั้นมาเติมตรงนี้ ปั้นให้เป็นคดีเพื่อไปจับมัน  ไม่ใช่ว่าเกิดคดีแล้วไปจับ ไปสางคดี มันไม่เหมือนกัน  

อยากทำคดีรถให้อยู่
ตอนนี้ สว.ผู้หญิง ที่เป็นหัวหน้าชุด มีเนะ คนเดียว มันเป็นเรื่องของการบริหาร ถือว่ามีความโชคดีมาก

ถือว่า เนะ ได้รับโอกาสจากผู้การ จาก ผกก.เนะ ได้ทำเรื่องรถอย่างเดียว ได้หน้างานที่เราถนัด ปั้นงานนี้ได้อย่างเดียว ไม่มีอะไรต้องมาแทรกแซงได้

เนะ เก่งเรื่องรถ ได้คุมชุดรถ มีเวที ผู้การก็ให้โอกาสทำแต่เรื่องรถ 

เนะ ถึงบอกว่า อยากทำให้มันสุด สร้างแบรนด์ตัวเอง จากประสบการณ์ของเรา อยากทำให้แบบอยู่ เอาให้อยู่  

ครับ…ตำรวจหญิงเก่งๆใช้ฝีมือล้วนๆแบบนี้น่าชื่นชมครับ

รวมถึงนายตำรวจนักสืบมือปราบเก่งๆที่ไม่มองข้ามความสามารถของเธอด้วย

กากีกลาย 8/3/64(วันสตรีสากล)