Wednesday, July 24, 2024
More
    HomeStories About Meสาวไทยถอดมงกุฎสวมชุดโปลิศนครชิคาโก

    สาวไทยถอดมงกุฎสวมชุดโปลิศนครชิคาโก

    “อเมริกาเป็นเมืองโอกาส ถ้าเกิดว่าเราขยัน เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน ทุกคนสามารถที่จะเก็บเงินและตั้งตัวได้ ทำแม้กระทั่งล้างจาน เป็นโฮสต์ เป็นบาร์เทนเดอร์ ถ้าเรามองตรงนี้คือเราอยู่อเมริกาเราก็ต้องการความมั่นคงในชีวิต เราต้องยืนได้ด้วยตนเอง

    เอ๊ะ อาชีพตำรวจที่นี่มันก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจนะ เราก็เลยมาสมัครเป็นตำรวจ หลังจากนั้นชีวิตมันก็เปลี่ยนไปเลยค่ะ”

    “ภูมิใจนะคะ เพราะว่าเราก็เป็นเด็กไทยที่เติบโตและเรียนจบที่ไทยมา แล้วเราสามารถมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้ ถ้าเชื่อว่าทำได้ อะไรก็เป็นไปได้”

    “สวัสดีค่ะชื่อแหม่ม-นิษฐกานต์ สาธร เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของนครชิคาโก ตอนนี้เข้าปีที่ 6 ค่ะ

    เป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราชตอนแรกฝันอยากเป็นแอร์นะ (หัวเราะ) ไม่ได้มีตำรวจอยู่ในหัวเลย

    คุณพ่อคุณแม่รับราชการค่ะ คุณแม่เป็นพยาบาล คุณพ่อรัฐวิสาหกิจของไปรษณีย์ค่ะ จบมัธยมที่โรงเรียนสตรีทุ่งสงจังหวัดนครศรีธรรมราช

    เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ตอนแรกเป็นนักกีฬา เล่นกีฬาของโรงเรียนแล้วก็ไปคัดเลือกแข่งเยาวชนแห่งชาติ เล่นวอลเลย์บอลค่ะ แล้วมีโอกาสได้มาร่วมกับทีมของกรุงเทพฯ

    หลังจากนั้นเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยทำให้ไม่สามารถเล่นต่อได้ ก็เลยเป็นการหักเหได้มาทำงานในวงการบันเทิง พอดีมีโอกาสได้ถ่ายงานโฆษณา ถ่ายแบบ เดินแบบ ปกติเป็นคนขี้อายโชคดีที่มีแมวมองคือ พี่ย้ง มาติดต่อ พอเขาชวนไปเวทีแรกก็ได้ที่หนึ่งเลย ที่เวทีทุ่งสง  นางนพมาศ ได้หนึ่งหมื่นบาท เยอะนะสมัยนั้นยี่สิบปีที่แล้ว ทำให้เราไม่กลัว เหมือนกล้าแสดงออกเยอะขึ้นแล้วก็สนุก”

    “จากนั้นได้โอกาสมาประกวดเวทีไทยซุปเปอร์โมเดลของคุณแดงสุรางค์ เปรมปรีดิ์ ได้เข้ารอบสิบคน และหลังจากนั้นชีวิตเปลี่ยนเลย มีงานเข้ามาเยอะขึ้น ได้งานโฆษณา การเดินแบบ การประกวดนางงาม ถ่ายงานแค่งานเดียวเราได้สี่หมื่นมีเงินเก็บเยอะ“

    เป้าหมายตอนนั้นตั้งใจว่า อยากเปิดบริษัทอะไรสักอย่างเกี่ยวกับความสวยความงาม เป็นครีมหรือว่านำเข้าส่งออก

    คุณแม่มีญาติอยู่ที่แมรี่แลนด์ ก็เลยมาเรียนที่นี่ แต่ก็ไม่ได้ติดต่อ พอตอนมาปุ๊บ เราต้องยืนได้ด้วยตัวเองก่อนมั้ย ถ้ายืนอยู่ได้ก็โตขึ้นอีกหนึ่งระดับแล้วก็มาชิคาโก มาปีนี้ก็เก้าปีแล้ว”

    “มาอเมริกาครั้งแรกคือมันงงไปหมดเลย เราต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่างเราจะคูณเป็นเงินไทยหมดเลย เราก็รู้สึกว่าฮึ้ยมันแพงมากเราจะอยู่ได้ยังไง แล้วก็เขามีป้ายติดประกวดนางนพมาศ ได้รางวัลห้าร้อยเหรียญเลยนะถ้าได้ที่หนึ่ง เราก็ไม่หวังที่หนึ่งหรอก ขอได้แค่เข้ารอบได้สองร้อยก็เอาแล้ว“

    ก็ไปเผอิญว่าโชคดีประกวดแล้วดันได้รางวัล ดีใจมากเพราะมันเป็นห้าร้อยเหรียญ ห้าร้อยแรกของเราในอเมริกา

    เกี่ยวกับประสบการณ์ในร้านอาหาร เป็นโฮสต์เป็นบาร์เทนเดอร์ เสิร์ฟสามปีค่ะ ก็เปิดร้านอาหารของตัวเองเป็นร้านซูชิ ประสบความสำเร็จค่ะทำแม้กระทั่งล้านจาน ทำทุกอย่างคราวนี้ก็เทรนคนอื่น เราก็สามารถที่จะออกมาทำตรงอื่นได้ เปิดร้านอาหารไทยด้วยนะคะ

    แต่ว่าพอมองตรงนี้เราอยูอเมริกาเราก็ต้องการความมั่นคงในชีวิต ร้านอาหารรายได้ดีเงินดี ถ้าเรารู้จักเก็บนะคะอยู่ที่เป้าหมายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เหมือนของแหม่มตั้งใจว่าเก็บเงินในระดับหนึ่งแล้ว มองความมั่นคงของคนในครอบครัวด้วย เราต้องมองหาทางเลือกอื่นล่ะ ก็เลยเป็นจุดเปลี่ยนที่มาสมัครงานตำรวจ”

    “ครั้งแรกไม่ผ่าน ไม่ได้อ่านหนังสือ เราไม่ได้ตั้งใจที่จะอ่านหนังสือข้อสอบมันจะเกี่ยวกับลอว์เยอะ เกี่ยวกับกฎหมาย แต่ต้องรอเว้นมาหนึ่งเดือนเขาเปิดรับสมัครใหม่

    เราก็สอบผ่านข้อสอบข้อเขียนดีใจเลยแล้วอีกหนึ่งเดือนเราเตรียมพร้อมตัวเราดีอยู่แล้วในเรื่องออกกำลังกาย เทรนตัวเอง เป็นคนไม่ชอบวิ่ง มีมาราธอนก็ไป อะไรที่เราไม่ชอบเราก็เอาตัวเองไปตรงนั้นเยอะ ๆ

    พอเดือนถัดไปเขาเรียกเราไปทำเพาเวอร์เทสต์ก็ผ่าน ก็ต้องทำสองครั้งเข้าไปอยู่ในอะคาเดมี อยู่ในอะคาเดมีก็มีการสอบ สอบสมรรถภาพอีกสิบกว่าครั้ง แล้วก็สอบเฝด ใช้เวลาทั้งหมดหกเดือนก็อยู่บนถนนแล้ว

    อยู่บนถนนก็มีคุณครูหรือเทรนนิ่งออฟฟิศเซอร์ อยู่กับเขาสามเดือนเรียนรู้งาน พอเรียนรู้งานปุ๊บสามเดือน เขาก็จะส่งไปลงแต่ละเอเรียพื้นที่

    ของแหม่มตอนแรกส่งไปฝั่งตะวันตกก่อน พอผ่านโปรเบชั่นหลังผ่านไปสิบแปดเดือน เขาก็ส่งไปทางเซาท์ไซด์ เรื่องแรกอุปสรรคของแหม่มก็ภาษา เด็กไทยจะเป็นอย่างหนึ่งเรื่องภาษาในโรงเรียนเขาสอนแกรมม่าร์มา เราก็จะกังวลตรงนั้นเยอะ พอจะพูดเราก็ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก มีความมั่นใจที่จะพูด

    ก็ทำงานช่วงกลางคืน เริ่มตอนสี่ทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า เป็นลาดตระเวนพาโทรลโดยเนื้อรวมของงานก็เหมือนมีคอลล์ของคนทะเลาะกัน ยิงกัน มีอุบัติเหตุ

    รายได้เริ่มต้นสตาร์ต ตามเรตน่าจะอยู่ที่ประมาณเจ็ดหมื่นสองพันเหรียญค่ะต่อปี ทั้งนี้มีบวกถ้าทำโอเวอร์ไทม์ลาหยุดเหมือนที่แหม่มทำ เราจะไม่มีวันหยุดที่แน่นอน เราจะทำสี่หยุดสองเราจะมีตารางงานที่จะบอกเราล่วงหน้าปีหนึ่งเลยค่ะ ว่าเราจะหยุดวันไหน ๆ บ้าง

    “ที่ชอบอย่างหนึ่งคือ เรามีเวลาเพิ่มขึ้นล่ะนะ เราก็ลงเรียนไปด้วยได้ เพราะตำรวจเขาจะมีให้ เบิกได้ทุกอย่างเลยค่ะ เบิกค่าเล่าเรียนได้ด้วย แต่ต้องเรียนให้ได้เอหมด ถึงจะได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”

    “ก็ดีนะคะ ก็ภูมิใจนะ เพราะว่าเราเป็นเด็กไทยที่เติบโตเรียนจบที่ไทยมา แล้วเราสามารถมายืนอยู่ตรงที่จุดนี้ได้ ตอนที่สอบเข้าไม่ได้บอกพ่อแม่ค่ะ บอกตอนที่ผลสอบออกแล้ว  บอกแม่ว่าจะได้เข้าอะคาเดมีแล้วนะ เป็นตำรวจชิคาโก แม่ก็จะภูมิใจ มีความสุขมากเลยแล้วก็แฮปปี้มากเวลาเราเดินไปไหนมาไหน

    เขาก็จะดีใจคุณป้าคุณน้าคุณอาจะบอกว่าดีใจจังเลยมีหนูเด็กไทยมาเป็นตำรวจ

    มันทำให้เรามีกำลังใจที่จะช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน บางครั้งคนไทยก็กลัวตำรวจ ไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายมากมาย

    หนูก็บอกว่าโทรหาหนูได้ตลอด หนูยินดีจะให้ข้อมูลและช่วยเหลือ อีกอย่างหนึ่งการได้ทำงานพวกนี้ได้รู้จักพบปะพูดคุยกับคน บางทีมายด์เซ็ตของเราเปลี่ยน ทำให้เราเปิดใจที่จะยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น

    เพราะว่าตำรวจสิ่งแรกที่สำคัญเลยคือการรับฟัง

    อเมริกาให้อะไรกับแหม่มหรือ

    “แหม่มคิดว่าคือโอกาส โอกาสนี่สำคัญเลยนะคะที่นี่โอกาสมาหาเราตลอดเวลา อยู่ที่ว่าเราจะคว้ามันไว้หรือเปล่า

    ถ้าเกิดว่าเราขยัน เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน ทุกคนก็สามารถที่จะเก็บเงินและตั้งตัวได้ ถ้าเรามีฝันตามฝัน แล้วฝันนั้นจะเป็นจริงค่ะ”

    ขอขอบคุณ : ข้อมูลอ้างจากเพจเฟซบุ๊ก -ร้านเด็ด อเมริกา-Landed America

    https://www.facebook.com/share/p/4Hm1qcaCrBUhvM2g/?mibextid=xfxF2i

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments