สีกากีหนุ่มกตัญญูจากยอดดอยเสาหิน

2575

หมู่ติ๊ก – ส.ต.ต.วงศธร ใจอ้าย ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สภ.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

หมู่ติ๊ก ตำรวจหนุ่มเหนือ พื้นเพเดิม เป็นชาวเหนือ แต้ ๆ

คนเชียงใหม่ อ.สันกำแพง โตมาในครอบครัวที่ธรรมดาแต่แสนจะอบอุ่น เส้นทางดำเนินชีวิตเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป

เริ่มจากเรียนจบ ม.6 โรงเรียนสันกำแพง และเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ความใฝ่ฝันเดิมทีอยากเป็นครู เพราะการเป็นผู้สอนน่าจะเหมาะกับตัวผมมากกว่า

แต่ชีวิตจับพลัดจับพลู ไม่นานก็มีการเปิดสอบตำรวจ เลยคิดว่าในชีวิตหนึ่งลองดูสักครั้ง

เมื่อประกาศผล ตอนนั้นประมาณเที่ยงคืน ปรากฎว่าสอบติด สิ่งแรกคือโทรหาแม่ แม่ดีใจมาก ถือเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งของตัวผม

จากนั้นเปลี่ยนความคิดตัวเองลอง มารับราชการดูสักครั้ง ว่าถ้าในชีวิตนี้ได้เป็นตำรวจแล้ว จะเจอการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง จะเจอผู้คนแบบไหน ทำให้ดูตื่นเต้น และท้าทายกับอาชีพนี้

เมื่อเข้าไปอยู่ในรั้วโรงเรียนนายสิบตำรวจ ก็มีการเรียนการสอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการฝึกยุทธวิธีการเป็นตำรวจ สอนเรื่องของกฎหมาย ที่เมื่อเราเรียนจบออกมาแล้วทำให้เราได้ใช้ในการทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ

ครั้นเรียนจบเมื่อ เดือนตุลาคม ปี 2562 ที่ผ่านมา เลือกบรรจุที่ สภ.เสาหิน รวม ๆ ก็ประมาณ 4 เดือนที่ หมู่ติ๊กจบมา และได้ลงพื้นที่ทำงานจริง !!!

หมู่ติ๊ก เล่าว่า ที่สภ. เสาหิน มีตำรวจทั้งหมด 16 คน แต่มีไปช่วยรายการอีก 1 คน รวมแล้ว มี 17 คน

ที่โรงพักแห่งนี้อยู่กับแบบครอบครัว มีความเป็นพี่เป็นน้อง แต่สภ. เสาหินจะถูกเป็นออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนหน้า จะทำธุรการอยู่ที่ อ.แม่สะเรียง ส่วนนี้จะเป็นหน่วยของการประสานงานติดต่อ หน่วยงานราชการต่าง ๆ

ส่วนที่ 2 จะอยู่ที่ตำบล เสาหิน อยู่ไกลมากติดกับชายแดน การเดินทางแสนจะลำบาก

ต้องผ่านห้วย ผ่านเขา ถนนมีความทุรกันดารกว่าปกติ

หมู่ติ๊ก บอกว่า สภ.เสาหิน ส่วนที่อยู่บนดอยจะต้องสลับกันขึ้นไปเข้าเวรชุดละ 15 วัน ในหนึ่งชุดจะมี 3-4 นาย

แต่ความยากลำบากไม่ใช่เรื่องของการสับเปลี่ยนเวรเพราะตำรวจทุกนายมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง

แต่สิ่งสำคัญคือสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสภ.เสาหิน ไม่มีเลย

ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าที่เข้าไม่ถึง อินเตอร์เน็ตที่ไม่สามารถใช้ได้ ถ้าวันไหนฟ้าไม่เปิดก็ไม่สามารถที่จะใช้อินเตอร์เน็ตได้เลย

แม้แต่สัญญาณโทรศัพท์สักเครือข่ายก็ไม่มี ซึ่งหากเกิดเหตุอะไรคงยากต่อการสื่อสาร…

หมู่ติ๊ก ตำรวจสู้ชีวิต บอกกับแพรวว่า ยามท้อคิด เสมอว่าหากท้อหรือเหนื่อย พ่อแม่คือคนแรกที่คิดถึงเสมอ

“ห้ามตาย ถ้าพ่อแม่ยังไม่สบาย”

“เราเปลี่ยนทัศนคติคนให้มาชอบตำรวจไม่ได้ ให้คิดซะว่าเราก็คือประชาชนธรรมดา อย่าถึอยศ ตำแหน่ง เราเป็นเพียงผู้ถือกฎหมายเท่านั้น “

นั่นคือความคิดของหมู่ติ๊ก ตำรวจจบใหม่ และยังแอบมากระซิบค่ะ

สาว ๆ ที่จะเข้ามาในหัวใจ อย่างแรกที่ต้องมีคือความเข้าใจในงานที่หมู่ติ๊กทำ

เพราะงานของหมู่ติ๊กไม่ได้ว่างตลอดเวลา ไม่งอแงใส่กัน เพราะทำงานก็เหนื่อยมากแล้ว ต้องไม่ทำให้เหนื่อยกว่าเดิม.

แพลนอนาคตที่วางไว้ตอนนี้ ของหมู่ติ๊กคือ อยากเป็นพนักงานสอบสวน ตอนนี้กำลังจะเริ่มเรียนป.ตรี นิติศาสตร์  ของมหาวิทยาลัยนอร์ธเชียงใหม่  

สาว ๆ มาเอาใจช่วยหมู่ติ๊ก ตำรวจสู้ชีวิตกันนะคะ!!!

พนิตนาฏ พรหมบังเกิด บันทึก26/1/63