สืบนครบาล เจ๋ง สืบจากหนังควาย พิชิต”เจ้าแม่แชร์ทอง”


ผบ.ตร.ส่ง  PCT5 รวบ”วันเพ็ญเจ้าแม่แชร์ทอง” 61หมายจับ ไร้เงากว่า 2 ปี สุดท้ายเกมเพราะ หนังควาย อาหารโปรด

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี PCT ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก

เย็นวันที่ 17 มีนาคม 2566 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. / รอง หน. PCT ชุดที่ 5 , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.กก.สส.บก.น.4 , พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น.

พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว , พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี  , พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ จงเจริญ , พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า , พ.ต.ต.ภัสสกรณ์ เฉลียวบุญ , พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 , ชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) , กก.สส.บก.น.4

นำกำลังสืบสวนจับกุมตัวน.ส.วันเพ็ญ หรือ กวินา  อายุ 34 ปีชาวอ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ตามหมายจับข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” 61 หมายจับ ดังนี้

1.หมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานีที่ 191/2564 ลงวันที่ 7 มิ.ย. 64 (สภ.เมืองอุบลราชธานี)
2.หมายจับศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 698/2564 ลงวันที่ 5 พ.ย. 64 (สภ.คูคต)
3.หมายจับศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 699/2564 ลงวันที่ 5 พ.ย. 64 (สภ.คูคต)
4.หมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 94/2564 ลงวันที่ 24 พ.ค. 64 (สภ.บ้านแฮด)
5.หมายจับศาลจังหวัดระยองที่ 232/2564 ลงวันที่ 8 พ.ย. 64 (สภ.ปลวกแดง)
6.หมายจับศาลจังหวัดระยองที่ 233/2564 ลงวันที่ 8 พ.ย. 64 (สภ.ปลวกแดง)
7.หมายจับศาลจังหวัดระยองที่ 245/2564 ลงวันที่ 19 พ.ย. 64 (สภ.ปลวกแดง)
8.หมายจับศาลจังหวัดระยองที่ 246/2564 ลงวันที่ 19 พ.ย. 64 (สภ.ปลวกแดง)
9.หมายจับศาลจังหวัดระยองที่ 247/2564 ลงวันที่ 19 พ.ย. 64 (สภ.ปลวกแดง)
10.หมายจับศาลจังหวัดระยองที่ 248/2564 ลงวันที่ 19 พ.ย. 64 (สภ.ปลวกแดง)

11.หมายจับศาลจังหวัดระยองที่ 249/2564 ลงวันที่ 19 พ.ย. 64 (สภ.ปลวกแดง)
12.หมายจับศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 37/2564 ลงวันที่ 29 เม.ย. 64 (สภ.ป่าไร่)
13.หมายจับศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 118/2564 ลงวันที่ 3 มี.ค. 64 (สภ.ลำลูกกา)
14.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 341/2564 ลงวันที่ 21 ก.ค. 64 (สภ.สำโรงเหนือ)
15.หมายจับศาลจังหวัดสระบุรีที่ 76/2564 ลงวันที่ 3 พ.ค. 64 (สภ.หนองแค)
16.หมายจับศาลจังหวัดสระบุรีที่ 77/2564 ลงวันที่ 3 พ.ค. 64 (สภ.หนองแค)
17.หมายจับศาลจังหวัดชลบุรีที่ 457/2564 ลงวันที่ 10 พ.ย. 64 (สภ.หนองขาม)
18.หมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 211/2564 ลงวันที่ 27 ก.ค. 64 (สภ.ห้วยใหญ่)
19.หมายจับศาลจังหวัดสระบุรีที่ 115/2564 ลงวันที่ 28 มิ.ย. 64 (สภ.วิหารแดง)
20.หมายจับศาลจังหวัดกระบี่ 231/2565 ลงวันที่ 13 มิ.ย. 65 (สภ.เหนือคลอง)

21.หมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 200/2564 ลงวันที่ 19 ก.ค. 64 (สภ.บ่อวิน)
22.หมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภูที่ 28/2565 ลงวันที่ 8 ก.พ. 65 (สภ.เมืองหนองบัวลำภู)
23.หมายจับศาลจังหวัดอำนาจเจริญที่ 72/2564 ลงวันที่ 10 ส.ค. 64 (สภ.เมืองอำนาจเจริญ)
24.หมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ 216/2564 ลงวันที่ 20 ส.ค. 64 (สภ.บางหลวง)
25.หมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ที่ 25/2564 ลงวันที่ 17 มี.ค. 64 (สภ.พนมดงรัก)
26.หมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 406/2564 ลงวันที่ 30 พ.ย. 64 (สภ.สัตหีบ)

ตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลหมายจับของศาลอีกจำนวนกว่า 35 หมายจับ

พร้อมทั้งตรวจยึด 1.โทรศัพท์มือถือ  2 เครื่อง (พบข้อมูลการตั้งวงแชร์อีกหลายวง)
สมุดบันทึก   1 เล่ม  ซองใส่ซิม   5 ชิ้น

พฤติการณ์กล่าวคือ  เมื่อปลายปี 2563 ต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2564 น.ส.วันเพ็ญ หรือ กวินา   ไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊คโฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนร่วมลงทุนในการ “ขายทอง”อ้างว่าจะนำทองมาจากต่างประเทศ  สามารถสั่งนำเข้ามาได้ในราคาเพียงบาทละ 3,000-4,000 บาท  ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปมาก

ต่อมามีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อโอนเงินมาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก   น.ส.วันเพ็ญฯ มีการส่งทองหรือจ่ายเงินตอบแทนให้กับผู้สั่งซื้อหรือร่วมลงทุนใน 2-3 ครั้งแรก ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่เคยร่วมลงทุนเดิมและยัง “ปากต่อปาก” ทำให้ยิ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมการลงทุนจำนวนหน้าใหม่เข้ามาเป็นจำนวนมาก  สุดท้ายเหล่าผู้เสียหายต่าง “ทุ่มเงิน” จำนวนมากมาร่วมลงทุนซื้อทองกับ น.ส.วันเพ็ญฯ

เมื่อได้เงินก้อนใหญ่แล้ว น.ส.วันเพ็ญฯ ได้ “หายตัวไป” อย่างไร้ร่องรอยพร้อมเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 37 ล้านบาท เหยื่อผู้เสียหายกว่า 200 รายทั่วประเทศ ต่างเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะเงินส่วนใหญ่ของผู้เสียหายได้ทุบหม้อข้าวมาลงทุนกับ น.ส.วันเพ็ญฯ  กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุทั่วประเทศ และได้มีสอบสวนจนนำมาสู่การออกหมายจับ และหมายจับของศาล จำนวน 61 หมายจับทั่วประเทศไทย

จากการติดตามของเจ้าหน้าที่พบว่า น.ส.วันเพ็ญฯ ไม่เพียงหายตัวไป แต่จากการตรวจสอบการทำธุรกรรมต่างๆก็ไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆอีก เข้าขั้นที่เรียกได้ว่า “ไร้เงา”

ทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากระบบการรับแจ้งความออนไลน์และข้อมูลแผนประทุษกรรมจากคดีเดิม โดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หรือ หน.PCT ชุดที่ 5พบ “ร่องรอย” จากแผนประทุษกรรมการช่วงการก่อเหตุที่ผ่านมา  พบ “ตัวละคร” สำคัญที่คอยดำเนินการทำธุรกรรมให้กับ น.ส.วันเพ็ญฯ

พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้ให้พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว สว.กก.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี  สว.กก.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กลุ่มงานสอบสวนฯ ชุดPCT 5 นำกำลังแยกกันลงพื้นที่แกะรอยจนกระทั่งสืบทราบว่า น.ส.วันเพ็ญ กบดาลอยู่ในพื่นที่ จ.สระบุรี  มี “ลูกน้อง” คอยเป็นผู้ทำธุรกรรมต่างๆให้เพื่ออำพราง

แม้จะปกปิดตัวตนอย่างมิดชิด แต่ต่อมาชุด PCT5 ได้พบเบาะแสสำคัญจากร้านอาหารในละแวกพื้นที่กบดานคือ “หนังควาย”  เป็นอาหารที่ น.ส.วันเพ็ญ ชอบทาน  นำมาสู่การสืบทราบว่าที่กบดานของ น.ส.วันเพ็ญเป็น “เซฟเฮ้าส์ลับ” มีรั้วสูงล้อมรอบมิดชิด ในชนบทใกล้เขาใหญ่

พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด PCT5 และ สืบสวนนครบาลใช้กำลัง“ดักซุ่ม” บริเวณป่าข้างทางใกล้กับเซฟเฮ้าส์ลับดังกล่าว   พบ น.ส.วันเพ็ญฯ เดินออกมาลักษณะแต่งกายมิดชิด สวมหมวกปิดบังอำพรางไม่ให้ใครจำได้ แต่ไม่รอดสายตา  พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว ซึ่งติดตามน.ส.วันเพ็ญฯ มาเป็นเวลากว่า 1 ปี  สามารถจดจำลักษณะท่าทางได้

เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าจับกุมพร้อมแสดงหมายจับให้ดูกว่า 26 หมายจับ  พบว่า น.ส.วันเพ็ญฯ ยังเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลอีกกว่า 35 หมายจับ ซึ่งรวมทั้งสิ้น 61 หมายจับ  จับกุมที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 111 หมู่ 4 ต.ชะอม อ.แก่งคอย จว.สระบุรี

ระหว่างขยายผล  มีผู้เสียหายจำนวนมากที่เคยถูกหลอกลวงหลายรายมาที่ บก.สส.บช.น. ได้ติดตามทวงถามถึงมูลหนี้ที่ได้ถูกโกงไป โดยกลุ่มผู้เสียหายกล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า “ ไม่คาดคิดว่าเจ้าหน้าที่จะจับกุมตัวได้เพราะทราบมาว่า น.ส.วันเพ็ญฯ นั้นได้หลบหนีไปอยู่ในป่า”  นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต จังหวัดปทุมธานี ดำเนินคดี

ชั้นจับกุม น.ส.วันเพ็ญรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา  ให้การว่า “ เริ่มชักชวนคนใกล้ตัวรวมถึงผู้อื่นให้ร่วมวงแชร์ทางออนไลน์ ผ่านทางเฟซบุ๊คส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า วันเพ็ญ โคตรทะแก ซึ่งไม่เคยมีปัญหาใดๆ

จนถึงเมื่อประมาณเดือน ต.ค.2563  เริ่มคิดอยากจะเปิดวงแชร์แบบใหม่ในลักษณะให้ออมทอง โดยทำระบบลงทุนออมทองไว้คือให้ผู้ลงทุนลงเงินก่อนเป็นจำนวนเงินที่ถูกกว่าราคาทองจริงในตลาดเพื่อให้เกิดความน่าสนใจ เป็นเวลา 3 เดือน จากนั้นจะส่งทอง  1 บาทไปให้

วิธีการคือ จะสั่งซื้อทองที่ห้างทองสุพรรณ ผ่านช่องทางออนไลน์ในราคาเต็มตามปกติ ในช่วงแรกที่เริ่มทำ ในขณะที่ทองคำราคาประมาณ 28,000 บาท  จะไปประกาศหาผู้ที่ต้องการ ลงทุนออมทอง  โฆษณาว่า สามารถออมทองในราคาเพียงแค่ 24,000 บาท  ออมเป็นระยะเวลา 3 เดือน และจะได้รับทองคำจริง  1 บาท

ช่วงแรกยังไม่ขาดทุนเพราะยังหาคนที่อยากลงทุนออมทองต่อเนื่องลงเงินออมเพิ่ม และนำเงินส่วนต่างไปเพิ่มเติมในยอดเงินที่ขาดเพื่อให้สามารถ ซื้อทองคำในราคาเต็มได้และส่งจัดส่งทองคำที่ได้สั่งซื้อมาให้ผู้ลงทุนคนแรกๆ  ทำให้น่าเชื่อถือว่าลงทุน จำนวนเงินน้อย แต่สามารถซื้อทองจริงได้

ช่วงเวลาที่มีผู้คนสนใจมากที่สุด มีลูกค้าประมาณ 100 คน  มีนักลงทุนบางคนที่ร่วมลงทุนหลายครั้ง จนสะสมเป็นยอดออมทองประมาณ 50 บาท และในขณะนั้นมียอดเงินที่มีผู้ลงทุนอยู่ประมาณหลักแสนบาท เนื่องจากต้องหมุนเวียนเงินเพื่อให้ ระบบยังดำเนินต่อไปได้

หลังจากนั้นเมื่อประมาณ ต้นปี 2564 เริ่มเกิดปัญหา เนื่องจากไม่สามารถหาผู้ลงทุนใหม่ๆ มาลงทุนต่อได้ จึงได้เริ่มลดราคาโดยเปิดให้เริ่มออมทองในราคาบาทละ 8,000 บาท จากราคาเต็มประมาณ 30,000 บาท(ในขณะนั้น) เพื่อทำให้เกิดความน่าสนใจ และก็ได้มีผู้มาร่วมลงเงินออมทองจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่สามารถหมุนเวียนเงินได้ เพราะต้องนำเงินมาทบยอดไปมา จากลูกค้าหลายคนจนไม่สามารถซื้อทองให้ครบตามจำนวนของผู้ที่ลงทุนได้ได้เริ่มมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ  จากนั้นก็เริ่มย้ายที่อยู่และเปลี่ยนชื่อนามสกุลจริงเพื่อหลบหนี”

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า “วิธีการที่ผู้ต้องหารายนี้ใช้หลอกลวงนั้นมีความน่ากลัว เพราะมีการสร้างความน่าเชื่อถือหลอกเหยื่อให้ตายใจก่อนซึ่งด้วยวิธีการนี้ทำให้จำนวนเงินที่ผู้เสียหายตัดสินใจนำมาลงทุนนั้นจะมีจำนวนที่สูงกว่าการถูกหลอกลวงทั่วๆไป

จึงขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่า การร่วมลงทุนในโลกออนไลน์นั้นมีความเสี่ยง สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการระดมปราบปรามผู้กระทำผิดทางออนไลน์อยู่ตลอด ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ฉะนั้นผู้ที่ยังทำหรือคิดจะทำขอเตือนว่า มันไม่คุ้มได้คุ้มเสีย เมื่อได้ลงมือก่อเหตุ