Monday, July 22, 2024
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันสืบภาค3ร่วมตำรวจบุรีรัมย์จับ2มือปืนเฒ่าฆ่าหนุ่ม45คาไร่มันคาดปมมรดกชนวนดับ

    สืบภาค3ร่วมตำรวจบุรีรัมย์จับ2มือปืนเฒ่าฆ่าหนุ่ม45คาไร่มันคาดปมมรดกชนวนดับ

    ตำรวจปะคำ ตามรวบลุง 69 ปี และเพื่อนรุ่นน้องวัย 56 ปี หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยร่วมฆ่าหนุ่มวัย 45 หมดไร่มันสำปะหลังเหตุเกิดต้นปี66 ผู้ต้องหาปฏิเสธ ขณะตำรวจมีหลักฐานเชื่อมโยง คนตายเพิ่งได้มรดกที่ดิน19ไร่จากแม่ แฉตำรวจเรียกพ่อเลี้ยงไปสอบแต่ไม่พบหลักฐาน

    วันที่ 3 ก.ย.66 พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3,พล.ต.ต.สายเพชร ศรีสังข์ รอง ผบช.ภ.3,พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส. .ภ.3,พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์,พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.3,

    พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร รอง ผบก.ก.จว.บุรีรัมย์, พ.ต.อ.จุลฑิตย์ กิตติรงค์ ผกก.สภ.ปะคำ,พ.ต.อ.ยุทธพงษ์ รอดนวล ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3 ,พ.ต.อ.สาธิต สถิตถาวรผกก.กก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปะคำ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์

    จับกุมนายมานพ  อายุ 69 ปี และนายสมบัติ   อายุ 56 ปี ทั้งคู่เป็นชาว ปะคำ จ.บุรีรัมย์ หลังตำรวจสืบสวนว่าร่วมกันใช้ปืนยิงนายมานพ หรือโต่ย พั่วชู อายุ 45 ปี ที่อยู่ 410/2 ม.8 ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 8 ม.ค.66 ที่ขณะนายโต่ย ไปเฝ้าไร่มันของตัวเองเพราะมักจะมีคนร้ายเข้าไปขโมยขุดเอามันสำปะหลัง ในเขตพื้นที่บ้านทราบทอง หมู่ 17 ต.โคกมะม่วง

    หลังเกิดเหตุตำรวจใช้เวลาสืบสวน เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่เคยมีศัตรู  ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นไร่มันสำปะหลังอยู่คนละหมู่บ้านผู้เสียชีวิต ไม่พบหลักฐานใดตกในที่เกิดเหตุ ไม่มีกล้องวงจรปิดเชื่อมโยงเพราะอยู่ในไร่ ถึงขั้นเรียกตราจโทรศัพท์มือถือของชาวบ้านทั้งหมู่บ้านอีกทั้งยังไม่พบประเด็นเชื่อมโยง หรือแรงจูงใจของคนก่อเหตุว่ามีวัตถุประสงค์อะไร ถึงแม้ชาวบ้านจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นายโต่ย น่าจะไปเผชิญหน้ากับโจรขโมยมันสำปะหลัง แล้วถูกคนร้ายลงมือฆ่าปิดปาก แต่ไม่พบหลักฐานเชื่อมโยง

    ขณะที่นายมานพ รอดวินิจ และนายสมบัติ  ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา  แต่ตำรวจมั่นใจพยานหลักฐาน ทั้งการนำตัวไปเข้าเครื่องจับเท็จ ,สัญญาณโทรศัพท์ของทั้งสอง อยู่ในบริเวณพบศพ ตรงกับวันและเวลาเกิดเหตุ แต่ทั้งสองกลับอ้างว่าไม่เคยเข้าไปในไร่มันฯ และยังพบประวัตินายมานพ เคยมีคดีฆ่าคนตายมาก่อน แต่ศาลยกฟ้อง

    สอบถามนางสุนีย์รัตน์ กิจติพงศ์ภากร อายุ 68 ปี แม่ผู้ตายเล่าว่า ถ้าตำรวจจับได้ก็เป็นเรื่องดี ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบว่าคนร้ายมีปัญหาอะไรกับลูกชาย ประกอบกับลูกชายมักจะไปไหนโดยไม่บอกให้พ่อแม่ทราบ

    ด้านนายอัครวัฒน์ กิจติพงศ์ภากร อายุ 66 ปี สามีนางสุนีย์รัตน์ และเป็นพ่อเลี้ยงผู้ตาย ยอมรับว่าเคยรู้จักกับนายมานพ ผู้ต้องหามาก่อน เพราะเคยจ้างวานให้มาตัดต้นไม้ให้ เคยคุยกันที่บ้านนายมานพ เรื่องมวยกับเรื่องไก่ชน ส่วนแรงจูงใจไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนเรื่องมันสำปะหลังหายเกิดขึ้นทุกปี ไม่เคยจับใครได้ ทั้งนี้ยังยอมรับด้วยว่า มีตำรวจ เรียกไปสอบฐานเป็นคนจ้างวานฆ่าลูกเลี้ยงของตัวเอง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะตนไม่ได้ทำ

    สำหรับคดีนี้ อาจจะมีอะไรที่ซ่อนปมอยู่ แม่นายโต่ย ผู้เสียชีวิต มีลูกคนเดียวกับสามีเก่า แล้วมาแต่งงานใหม่กับนายอัครวัฒน์ มีลูกด้วยกัน 3 คน ครอบครัวนี้ถือเป็นครอบครัวค่อนข้างมีฐานะ

    นายโต่ย ออกจากบ้านไปทำงานต่างจังหวัดมานาน จนกระทั่งช่วงโควิด-19 นายโต่ย ตกงาน ย้อนกลับมาหาแม่ที่บุรีรัมย์ โดยแม่แบ่งที่ดินให้นายโต่ย ด้วยวาจา  19 ไร่ ให้ปลูกมันสำปะหลัง ก่อนจะถูกฆ่าตาย นำมาสู่การออกหมายเรียกพ่อเลี้ยงมาสอบว่าได้มีการจ้างวานฆ่าหรือไม่ ขณะที่นายมานพ เคยถูกกล่าวหาคดีในลักษณะรับจ้างฆ่า แต่ศาลยกฟ้อง ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลของนายมานพ ที่ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในครั้งนี้ด้วย

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments