หนุมานกองปราบฯบุกรวบอดีตส.อ.ชิงเงิน2ล.

วันที่ 4 ก.พ.65 ที่ บก.ป พล.ต.ต.มนตรี เทศชัน ผบก.ป. พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รองผบก.ป.พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รอง ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ต.ศรัณย์ ศรีพักตร์ สว.กก.4 บก.ป., พ.ต.ต.ปิยะพร เรียนสุทธิ์ สว.กก. 5 บก.ป. และ ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ , กก.4 บก.ปคม. กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร และ สน.ดอนเมือง

ร่วมกันแถลงผลจับกุมสิบเอกเขมฤทธิ์ หรือ กรด ชุมพร อายุ 34 ปี อดีตทหารพราน ข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป”

จับกุมได้ที่อาคารพาณิชย์ ริมถนนเพชรเกษม ม.9 ต.ตากแดด อ.เมืองชุมพร

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า เมื่อเดือน พ.ย. 2564 ผู้ต้องหาติดต่อธุรกิจซื้อขายสินค้าบางอย่างกับผู้เสียหาย  นัดหมายให้นำเงินสดค่าสินค้า 2 ล้านบาท มาให้ที่ย่านดอนเมือง

เมื่อผู้เสียหายมาถึง สิบเอกเขมฤทธิ์ พร้อมพวกอีก 2 คน ทำทีขอดูเงินในกระเป๋าสะพาย เพื่อตรวจสอบว่าครบถ้วนตามที่ตกลงหรือไม่ ก่อนอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายเผลอ คว้ากระเป๋าเงินวิ่งไปขึ้นรถเก๋งที่จอดรออยู่บริเวณใกล้เคียงแล้วขับหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ดอนเมือง ก่อนจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับดังกล่าว

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวต่อว่า จากแนวทางสืบสวนทราบว่า สิบเอกเขมฤทธิ์ เคยรับราชการทหารในพื้นที่ภาคใต้ มีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธ อีกทั้งยังจบหลักสูตรการใช้อาวุธและการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ เช่น หลักสูตรเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD), หลักสูตรสงครามทุ่นระเบิด

มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงยังมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง มักจะพกพาอาวุธปืนติดตัว

มีการโพสต์ข้อความท้าทายขอยิงต่อสู้กับผู้เสียหาย ยอมตาย แต่ไม่ยอมให้ถูกจับ ทำให้การแกะรอยติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้จึงต้องดำเนินการด้วยความรอบครอบ

“ต่อมาแนวทางสืบสวนทราบเบาะแสเพิ่มเติมอีกว่า สิบเอกเขมฤทธิ์ กำลังวางแผนตระเตรียมการที่จะก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองภายในพื้นที่ อ.เมืองชุมพร  เร่งนำกำลังลงพื้นที่ปิดล้อมก่อนสามารถจับกุมตัวได้โดยละม่อม

ตรวจสอบในห้องพัก ยึดปืน11 มม. 1 กระบอก,แมกกาซีน 2 อัน บรรจุกระสุนปืนพร้อมใช้งาน,กระสุนปืนรวม 49 นัด, วัตถุคล้ายลูกระเบิด 1 ลูก รวมถึงเสื้อคลุม, หมวกกันน๊อค, กล่องส่งอาหารของไรเดอร์บริษัทแห่งหนึ่ง 1 ชุด

สอดคล้องกับข้อมูลสืบสวนที่ทราบว่าผู้ต้องหาเตรียมลงมือก่อเหตุใหม่อีกรอบ จึงได้ตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลางดังกล่าว” พล.ต.ต.มนตรี กล่าวเพิ่มเติม

พ.ต.อ.ปทักข์ กล่าวว่า จากการสอบสวน สิบเอกเขมฤทธิ์  รับสารภาพทำไปเพราะติดการพนัน มีหนี้สินจำนวนมาก  ตัดสินใจหลอกลวงผู้เสียหายให้มาพบ แล้วก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ดังกล่าว ก่อนนำเงินไปใช้หนี้พนัน ส่วนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนต่างๆที่ตรวจยึดได้นั้น อ้างว่าซื้อมาจากคนรู้จัก อยู่ระหว่างรอทำเรื่องโอนทางทะเบียน ส่วนชุดพนักงานส่งอาหาร ยอมรับว่าเตรียมไว้ใช้อำพรางตัวเตรียมก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง แต่มาถูกจับกุมได้ก่อน 

ผกก.4.บก.ป. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า สิบเอกเขมฤทธิ์ ออกจากราชการเมื่อปี 2564 สาเหตุขาดราชการเกินกว่ากำหนด ผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆหลายหลักสูตร  พื้นเพเดิมเป็นเด็กกำพร้า แต่ถือเป็นคนที่มีความมุมานะ ตั้งใจเรียนจนจบปริญญาตรี มีความรู้รอบตัวสูง กลายเป็นเสาหลักหรือที่คาดหวังของครองครัวและผู้คนรอบตัว

กระทั่งวันหนึ่งประสบความล้มเหลวในชีวิต หมดหนทาง  พร้อมที่จะตายเพื่อหลีกหนีปัญหา รวมถึงยังยอมรับว่าอาวุธต่างๆที่มีอยู่นั้นเตรียมไว้ใช้ก่อเหตุใหม่ และ ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่หากถูกจับกุม เพราะต้องการให้ถูกวิสามัญ แต่ดันมาถูกจับได้เสียก่อน ส่วนแนวทางคดีหลังจากนี้จะนำตัวส่ง สน.ดอนเมือง ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า จากแนวทางสืบสวนทราบว่า สำหรับสินค้า ที่สิบเอกเขมฤทธิ์ กับผู้เสียหาย เจรจาซื้อขายกันจนนำมาสู่เรื่องราวทางคดีนั้น เบื้องต้นพบว่าเป็นการติดต่อซื้อขายกระสุนปืนอาวุธสงคราม

ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้ติดต่อสั่งซื้อกระสุนปืนสงครามจำนวนมากจากกลุ่มผู้ต้องหา โดยมีการนัดหมายเพื่อจะส่งมอบกัน แต่เมื่อถึงกำหนดนัด กลุ่มผู้ต้องหากลับออกอุบายขอตรวจสอบเงินจากผู้เสียหาย ก่อนก่อเหตุวิ่งราวเงินสดดังกล่าวแล้วหลบหนี

นอกจากนี้ภายหลังจากถูกจับกุมตัว สิบเอกเขมฤทธิ์ ยังพยายามพูดอ้อนวอน ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ เพราะไม่อยากมีขีวิตอยู่ต่อไปอีกด้วย