หลังเกษียณฯบิ๊กอู๊ด-ปรีชา ธิมามนตรี

3813

บิ๊กอู๊ด-พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี   1 ในตำนานสืบสวนเหนืออันเลื่องชื่อ

ถึงวันนี้เกษียณอายุราชการในตำแหน่ง รองผบช.สตม.มาแล้ว5 ปี
 
ผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่กล่าวขาน  โดยเฉพาะการรับบัญชาจากจอมคนนครบาล-พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ สมัยเป็นผบช.น. ก่อตั้งโรงเรียนนักสืบเมื่อปี2540 จนทุกวันนี้เป็นหลักสูตรต่อเนื่องของ ตร.ไปแล้ว
 
65 ปีก่อนนี้ จากเด็กหนุ่มลูกชายตำรวจคนที่4 ใน 6  เติบโตมาใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา  สืบสายเลือดสีกากีด้วยการเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน

จบนรต.30 เมื่อปี 2520 บรรจุครั้งแรก ที่สน.ปทุมวัน ไปเรียนต่ออเมริกา 2 ปี กลับมาเป็นรองสารวัตร รวมทั้งหมด 12 ปี ก่อนขึ้น สว.ที่สืบสวนเหนือ แผนก 1  ขึ้น รอง ผกก.ที่สืบเหนือ

ติดยศพ.ต.อ.  เป็น ผกก.สืบบก.น. 2 ตอนเปลี่ยนโครงสร้าง ต่อด้วยผกก.สืบบก.น. 7  รวมทั้งสิ้น 7 ปี จากนั้นเป็นรองผู้การ บก.น. 4 แล้วข้ามมาเป็นรองผู้การหัวหน้าศูนย์สืบฯ บชน.

ขึ้นผู้การ ติดยศพล.ต.ต.เป็นผบก.สส.สตม.  4 เดือน โดนเตะไป สันติบาล 2 อยู่1 ปี  แล้วกลับมาที่แอร์พอร์ต  ตม.1 แล้วขึ้น รอง ผบช.
              
คนร้องไห้เยอะมากเรื่องรถหาย
“คดีอาชญากรรม สมัยก่อน ตอนอยู่สืบเหนือ เขาเด็ดขาดเรื่องมือปืน แต่มุมคิดพี่ มันแค่แก้ความเดือดร้อนของคนที่มีปัญหา 2 ฝ่าย คือฝ่ายกระทำ กับถูกกระทำ  
โอเค.มันดูเหี้ยม แต่มุมมองพี่คือ แล้วเกี่ยวกับทรัพย์ล่ะ เพราะเราเคยเป็นร้อยเวร รับแจ้งความ รถออกมาจอดไว้ ยังไม่ทันนั่นเลย ต้องผ่อนกุญแจ  คนมาร้องไห้กับเราตั้งเยอะแยะ…”อดีตนายพล1 ในตำนานสืบสวนเหนือเริ่ม
จัดหนักคืนเดียววิฯโจรลักรถ 4 ศพ
ก็บอก ท่านวินัย เปาอินทร์ ผกก.สืบสวนเหนือ ว่านายเอาเลยมั้ย ท่านก็ว่าเอาสิ ท่านก็พาไปหาท่านวิโรจน์ เปาอินทร์ น.1 ท่านวิโรจน์กับเรา ก็เชื่อมือกันอยู่แล้ว เพราะตอนเป็น ร.ต.ต.ท่านเป็น ผกก.อยู่ ท่านเป็นอาจารย์เรา สอนการสอบสวน  
 
ท่านก็เรียกเราไป บอกเอาเลยมั้ย ก็บอกเอา โอเค.เดี๋ยวทำ ก็ล่อไปเลยคืนเดียว 4ศพ พอเฮดไลน์ของไทยรัฐวันนั้นขึ้น ทีนี้พระเอกวิ่งมากันเต็มไปหมด สื่ออื่นวิ่งเข้ามาหมด
 
ต้นตำรับยิงโจรกลางห้าง
ตอนนั้นเดือนเดียวคว้าไปเกือบร้อย ก็หยุดสิ ไม่หยุดได้ไง จากสถิติรถยนต์หาย ทั่วกรุงเทพฯ เป็นสิบๆ คันนะ ตอนนั้น ไม่หายเลย แล้วพวกที่เป็นแก๊งลักทรัพย์ แก๊งอะไร นั่นก็ลดไปด้วย มือปืน นี่หายไปเลย เพราะขโมยของยังตาย แล้วกูคงไม่รอด มันไปหมดเลย
ตอนหลังสืบเหนือก็เลยวิสามัญปล้น ชิงบ้าง มือปืนนานๆ สักคนหนึ่ง ต้นตำรับยิงกลางวัน ยิงในห้าง ก็พี่ คือเรื่องอะไรไปกลางคืน ให้ผู้สื่อข่าวเขาเดือดร้อนทำไม ให้ข่าวมันสดเลย
                                                                                                                      
เปลี่ยนเวย์ไปสร้างชื่อที่สตม.
ไปเกษียณอายุที่ ตม.ก็สิ้นสุดแค่นั้น คือเหมือนกับเส้นทางนี้ พระเจ้าเขากำหนดไว้แล้ว คือตอนที่จะเป็นผู้การ ตม.ใหม่ๆ แล้วเราอยากจะกลับมา.เหมือนมันฝังเลือดอยู่ แล้วทางโน้นเขาก็ต้องการเรา
เรื่องประสบการณ์ที่เมืองนอก พี่มีสูงพี่ทำอะไรได้ ติดต่อหน่วยงานระดับเวทีของยูเอ็น  ไปประชุมเวทีโลก  ทำให้หน่วยพัฒนา แล้วตอนที่ภาณุ (พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล)เป็น ผบช.สตม. ให้พี่รับผิดชอบเรื่องต่างประเทศ  พี่ทำให้สมบูรณ์ พี่ทำเวทีโลกบินไปที่โน่นที่นี่ให้ ตม.มีชื่อเสียง
 
ภาษา-ประสบการณ์ทำยากเป็นง่าย
แล้วหลายหน่วยงาน อีกหลายสถานทูต ก็พูดกัน หลังจากไม่มีพี่แล้ว ตม.ก็หาคนอย่างพี่ยาก เรื่องที่จะเข้าใจเรื่องการประสานงาน เรื่องของการทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เราสามารถทำได้ คือเรื่องภาษาส่วนหนึ่ง เรื่องประสบการณ์
ความรู้ที่ได้จากท้องถนนตั้งแต่สมัยเด็กๆ ตรงนั้นแหละมันเสริมเรามาเยอะ เรามองได้ทะลุ เวลาเราคุยกับเมืองนอก ไม่ใช่ว่าเป็นตำรวจฝ่ายวิชาการมาแล้วมาทำหน้าที่ บางทีเขาถามอะไรมา ก็อึดอัด ไม่รู้จะทำยังไง
 
ภูมิใจศิษย์เก่า รร.นักสืบ
เรื่องโรงเรียนนักสืบ พี่ภูมิใจนะ เด็กที่สอนมาเราเห็นว่าใช้ได้ แล้วเขาก็ฉีกไปคนละที่ อย่างไอ้จ๋อ(พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบก.ปส.3) ไปยาเสพติด บอกจ๋อ เอ็งลุยทางนี้เลยนะ เพราะเกี่ยวกับเมืองนอก เราทำเรื่องอาชญากรรมมาพอแล้ว ใครก็ทำได้
ก็พยายามจะให้เด็กได้ไปนอก จะไปวิธีไหนก็แล้วแต่ ไปแล้วกลับมาจะเปลี่ยนความคิด ถ้าตราบใดอยู่อย่างกบในกะลา มันไม่มีประโยชน์ ต้องไปดูข้างนอก แล้วกลับมามองบ้านเรา จะได้รู้ว่าอะไรที่บ้านเราควรต้องทำ ต้องพัฒนาตรงไหน
 
หนุนให้เด็กรุ่นใหม่ไปเมืองนอก
เด็กรุ่นใหม่ พี่สอนหมดออกนอกได้ออกเลย ไปหลักสูตรไหนหรือจะไปเที่ยวไปเลย แล้วกลับมาให้มองดูตัวเอง ว่าเราเป็นยังไง มันเป็นเรื่องที่โลกมันไม่มีกำแพงแล้ว
เพราะฉะนั้นวิชั่นส์ หรือวิสัยทัศน์ มันสำคัญมาก อย่างระดับสูงของ ตร.นะ เวลานี้นะ พี่เชื่อว่า ปั๊ด(พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข) นี่สุดยอด   เราก็รอเขาให้เขาขึ้นมา             
 
หลังเกษียณฯไปอเมริกาอยู่กับลูกๆ
หลังเกษียณ  พี่ก็ทำตัวเหมือนเดิม ปิดฉากปิดจ็อบ ไม่ทำตัวเป็นตำรวจ เป็นคนธรรมดา เขาไม่รู้จักก็ไม่เป็นไร พี่เป็นคนง่ายๆอยู่แล้ว ไปไหนใครเขาก็รัก ไม่ต้องไปแสดงอะไรมาก  แล้วช่วงรับราชการ พี่ห่างกับลูกมานาน ลูกพี่ไปอยู่ที่อเมริกาไปเรียนอยู่ที่โน่น
ก็ได้มีโอกาส 2 ปี ได้ไปอยู่กับเขา ไปใช้ชีวิตอยู่ที่โน่นกับเมียด้วย เมียพี่เองก็เคยใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา ไปตีกอล์ฟกับพวกคนไทยในอเมริกาในรัฐต่างๆ
            
กลับเมืองไทยช่วยงานผู้ว่า กทม.
แต่หลังจากกลับมาเมื่อต้นปี 2560 ท่านอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่า กทม.ให้ไปช่วยงานที่ กทม.ก็เป็นทีมงาน จนทุกวันนี้ ทำงานตามที่ท่านมอบหมาย จะมีโครงการเฟรนทูเฟรน ให้ช่วยเหลือเด็กยากจน เรียนไม่เก่งให้ได้เรียนภาษาอังกฤษ โดยเป็นต้นแบบให้ ไม่ใช้งบของทางราชการ
ท่านอัศวิน ให้ทำ 2 รุ่น คือให้เป็นต้นแบบ สภา กทม.ได้อนุมัติให้ฝ่ายการศึกษาของ กทม.ใส่ไว้เป็นหลักสูตรถาวรของโรงเรียน กทม.รวม 437แห่ง   ท่านอัศวิน ได้ทำเป็นต้นแบบให้ดูว่ามันทำได้นะ
 
ฝังความคิดดีๆให้ เด็ก10ขวบ
พี่ได้รับการช่วยเหลือจากสถานทูตสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ฝึก ใช้เด็ก 10 ขวบ ป.5 เพราะ 10 ขวบเริ่มจะโต เริ่มจะมีความคิด เราฝังความคิดความอ่านสิ่งที่ดีให้ตรงนั้นตอนนั้น
ดังนั้น เขาจะโตมาในรูปแบบของเรา
ชุดแรกก็ 5 โรงเรียน  ใช้ 40 คน โรงเรียนละ 4 รวม 5 โรงเรียน ก็เป็น 20 คือเราพาไปเด็กไปในแต่ละที่
แล้วทำไมถึงต้อง 4 ยกตัวอย่างไปหน่วยซีล   กลับไปพูดที่โรงเรียน เด็กคนหนึ่งพูด ไม่มีใครเชื่อ  มันต้องมีเพื่อนไปด้วยกัน ให้ไปพูดคุยในหมู่เพื่อนของเขาว่า เขาไปไหนมา ทุกอาทิตย์ เด็กจะมาห้อมล้อมถามเขาว่าอาทิตย์นี้ไปไหน
 
ทำ 2 รุ่นไปอเมริกา-สิงคโปร์
เราสอนเด็กไม่ให้กลัวฝรั่ง คือพูดผิดพูดถูกไม่เน้นเรื่องเรียนในห้อง พาไปไปดู เอาแบบระบบอเมริกันมาใช้ เลิร์นนิ่งบายดูอิ้ง จากนั้นก็ไปสิงคโปร์ รัฐบาลสิงคโปร์ ช่วยได้โฮสต์ที่นู่น ไปอยู่ 3-4 วัน เด็กก็ชอบ  พูดง่ายๆ ว่า ผลมันเกิน 100%
รุ่นที่ 2 ท่านอัศวิน เอาจากชุมชนคลองเตย จาก 4 โรงเรียนๆ ละ 5 คนมาฝึกเต็มรูปแบบเลย สถานทูตสหรัฐอเมริกา ฝึกให้ มี 12 กิจกรรม ส่งไปอยู่กับครอบครัวคนไทยในสหรัฐอเมริกา ที่เท็กซัส อาทิตย์หนึ่ง ได้ผลเกินคาด               
 
ให้เด็กจน-ไม่เก่งได้มีโอกาส
คือให้เด็กมีโอกาส หลักสูตรนี้สำหรับคนจนและเรียนไม่เก่ง คือเกรดอยู่อันดับ 2 หรือต่ำกว่า  เดี๋ยวนี้โรงเรียน กทม.ยุคท่านอัศวิน มีโครงการไปนอกเยอะ
เพราะจากการที่ท่านเป็นเด็กบ้านนอก เป็นเด็กสุพรรณฯ ขอแค่ให้มีโอกาสไปได้ เพราะเราเป็นตำรวจมา เรารู้วิธีการที่จะเข้าถึงเด็กพวกนี้ แล้วท่านอัศวินจะตัดไฟแต่ต้นลม เลยเอาเด็กไม่เก่งไป แล้วเด็กพวกนี้เป็นเด็กยากจน มีสิทธิไปอย่างอเมริกา
ท่านอัศวินพูดกับพี่ว่า สอนเด็กมันได้บุญนะ คือเราเป็นนักสืบมือปราบมาด้วยกันเรารู้ ว่ามันดีกว่าไปทำบุญที่ไหนๆ คือช่วยเด็กทั้งยากจนทั้งเรียนไม่เก่ง ให้มีโอกาส ให้โอกาสเขา มันเป็นบุญมหากุศล
 
พ่อแม่ร้องไห้ ไม่คิดลูกได้ไปตปท.
คือเราฝึกเด็ก เราสอนเด็ก แล้วเด็กก็ไปช่วยสังคมใช่มั้ย จริงๆ พี่ก็ถือว่านั่นก็คือบุญที่พี่เคยทำไว้ มันก็ส่งผลช่วยนะ เหมือนกับสอนเด็ก ได้บุญ ก็จะทุ่มทั้งชีวิต ทำให้เขาเห็น ให้เขารู้ว่า ผู้ว่าฯอัศวิน ทำได้ มีที่ไหน จน เรียนไม่เก่ง
ผู้ปกครองร้องไห้เป็นแถวเลย ไม่คิดว่าลูกจะได้ไปเมืองนอก
แล้วอีกอย่าง บางคนพ่อแม่ติดคุกอยู่ในคุก ร้องไห้ด้วยความปลื้มปิติ ด้วยความที่ไม่คิดว่าลูกจะได้ไปเพราะจน เรียนไม่เก่ง มันเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เด็ก
 
จุดประกายให้เด็กอยากเรียนภาษา
พี่ทำเป็นโครงการทดลอง ไม่มีงบประมาณ แต่ใครที่รู้จะเข้ามาช่วยเยอะ โดยเฉพาะพวกตำรวจด้วยกัน แล้วไม่ใช่การอบรม เป็นการฝึก
ถามว่าเด็กไปเรียนเพียงแค่ระยะสั้นรู้ภาษาอังกฤษมั้ย ไม่หรอก แต่ทำยังไง ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เขาอยากเรียนภาษาอังกฤษ ตรงนี้ต่างหาก อนาคตทั้งชีวิตเขาไปเรียนตรงไหนก็เรียนได้ แต่เราจุดประกายให้เขา
 ท่านผู้ว่าฯ ต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ทำยังไงไม่ให้กลัวฝรั่ง ให้กล้าพูด กล้าทำ กล้าคิด จะพูดผิดพูดถูก ฝรั่งพูดมาคำหนึ่ง เขาสามารถจะเก็ตได้สักคำอะไรก็แล้วแต่ พูดผิดพูดถูกเพราะ มันจะมีภาษากาย
 
เห็นกับตาบิ๊กๆหลายหน่วยกลัวฝรั่ง
ส่วนตัวแล้วพี่สังเกต พี่ไปประชุมเวทีระดับโลกมาเยอะ เห็นหลายหน่วย บางทีก็กลัวฝรั่ง ผู้ใหญ่หลายคน ไม่กล้าคุย ไม่กล้าพูด เห็นมาเยอะ คือภาษานี่สำคัญ เรียนภาษาใครก็เรียนได้ แต่เรียนรู้วัฒนธรรม มันจะเริ่มจากวัฒนธรรมก่อน
สังเกตมั้ย ฝรั่งที่มาอยู่บ้านเรา เขาจะพูดผิดพูดถูก มาอยู่กับพวกเรา เขาศึกษาวัฒนธรรม แล้วภาษาจะเข้ามาเอง
คือเราฝึกตำรวจได้ แล้วทำไมเด็กเล็กๆ จะฝึกไม่ได้ แต่มันก็เป็นสิ่งใหม่ของ กทม.นะ เขาก็ยอมรับว่า จะทำอย่างเรามันก็ลำบาก
              
เพื่อนแนะเล่นกอล์ฟทั้งที่แอนตี้
ส่วนเรื่องการออกกำลังกาย ตอนที่พี่เป็นนักสืบ ทุกคนรู้ว่าพี่นี่แอนตี้กีฬากอล์ฟ คือไม่ให้นักสืบไปตีกอล์ฟ เพราะเสียเวลา
กระทั่ง 2 ปี ใกล้เกษียณ เพื่อนนักเรียนเตรียมทหารที่เป็นหมออยู่ รพ.พระมงกุฎ 2 คน แนะนำ บอกว่าถ้าเกษียณแล้วไม่มีเพื่อน กอล์ฟทำให้มีเพื่อนได้ การเล่นมันไม่มีเลยลองจับๆ นิดๆ หน่อยๆ
 
ล่นจริงจังจนเพื่อนร้อง เป็นไปได้ไง
แต่ที่ไปเล่นไปฝึกจริงๆก็ที่อเมริกา ไปฝึกกับโปร.เจอกันโดยบังเอิญ เขาเคยทำงานกับไทเกอร์วู้ด วีเจซิงค์ ตอนดังๆ ก็ไปเล่นกอล์ฟ หลังจากนั้นเขาก็สอนให้ เอรียา โมรียา ก็ไปเรียนกับเขานะ ก่อนที่จะได้แชมป์ 4 รายการติด
จากแอนตี้ก็ไปเล่นเหมือนติด ก็ไม่มีใครเคยคิด แม้กระทั่งเพื่อนร่วมรุ่น ใครเอาไอ้อู๊ดมาตีกอล์ฟ ทุกคนถามหมด เป็นไปได้ยังไง
 
แบกถุงกอล์ฟบินเดี่ยวตีทั่วโลก
กีฬากอล์ฟ แม้ว่าเราจะไม่ใช่เป็นนักกีฬา เราเล่นเพื่อสันธนาการ เป็นสังคม คือมาสัมพันธ์กับพวกสถานทูตต่างๆ แล้วด้านการเจรจาความอะไรต่างๆ คือกีฬากอล์ฟ นี่แหละที่ช่วยมาคุยกันนอกรอบ
อีกอย่างเราก็ได้เพื่อนหลายประเทศ มีหลายมุมมอง ใประเทศที่เราไป เราก็ไปตีกอล์ฟ ทุกวันนี้ ก็มีเพื่อนอยู่หลายประเทศก็บินไป สนุกดี คืออาจจะตีสนามไม่ค่อยทั่วนะ
แต่จะตีเฉพาะสนามดีๆ ระดับโลก เซนต์แอนดูรว์ เซนโตซ่า ก็ไปสนามดีๆ ทั้งนั้น   เพราะพรรคพวกเพื่อนฝูงเมืองนอกเราเยอะ ถึงเวลาก็แบบถุงกอล์ฟ คนเดียวก็ไป
คนเดียวก็เล่นได้ สนามจัดก๊วนให้

เหมือนกับพี่ทุกวันนี้ บินไปตีที่โน่นที่นี่ ไปทุกที่ที่มีกอล์ฟ ไปบ่อย ไม่ว่าจะฝรั่งเศส เบลเยี่ยม สวิตฯ อังกฤษ บาหลี สนามจะที่ไหนก็ได้ พี่ตีได้หมด เพราะพี่ไปคนเดียว
สมมติว่า เราวอล์กอินเข้าไป เขาจะมาดูว่าก๊วนไหนที่จะรับเราได้บ้าง พอเขาจะติดต่อก๊วนนี้ คุณรับได้มั้ย ก็ไปอย่างงี้เลย สนามต่างประเทศ เขาทำแบบนี้ เขาจะจัดให้เราอยู่กับใคร อย่างนี้จริง
 
ยุตำรวจเด็กๆให้เล่นกอล์ฟ              
ส่วนมุมมองกับตำรวจที่ยังเด็กแล้วมาสนใจตีกอล์ฟโดยเฉพาะไลน์นักสืบ พี่แนะเลย หลังจากได้เป็น สารวัตร
อยากแนะนำน้องๆ รุ่นหลัง  กอล์ฟเป็นกีฬาชนิดเดียวที่เชื่อมโยงได้ทั่วโลก ไปได้ทุกที่ แล้วทุกที่ในเชิงทางการทูต ถ้ามันเป็นกำแพง เราสามารถทะลุได้ด้วยช่องนี้
เปลี่ยนแนวคิดเลย ไม่ว่าเด็กแล้ว ยุเลย เพราะเราทำเห็นผล แล้วอีกอย่าง ต้องเป็นคนที่รู้เรื่องวัฒนธรรมต่างประเทศ  ภาษา เพราะในส่วนของตำรวจ แต่ละประเทศก็ยังมีกำแพงอยู่               
ก่อนนี้แอนตี้มากเพราะบ้างาน  
แต่แชลนอลนี้ ใช้กอล์ฟ เป็นตัวเชื่อม ถ้าเราเช็คข่าวในพม่า แต่ก่อนนี่บอดเลย แต่ถ้าเรารู้จักในหน่วยเขา มีเจ้าหน้าที่ของพม่าทีเรามาตีกอล์ฟด้วย เขาก็ทำให้
ที่แอนตี้เพราะสมัยก่อน เราบ้าคลั่งเรื่องทำงานจะทำงานต่อเนื่อง ถ้าไปตีกอล์ฟมันเสียเวลาเป็นวัน แล้วในยุคก่อนผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ตร.มีคำสั่ง ห้ามตีกอล์ฟ คือผิดเลย ตำรวจต้องแอบไปตี
แต่ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว เลยบอกเด็ก ถ้าเป็นระดับสารวัตรถึงพันตำรวจเอกแล้ว เอ็งต้องใช้ทางเดียวที่จะดิวกับต่างประเทศได้  
 
สืบคดีสมัยก่อนความเครียดสูง
ถามว่าหลังเกษียณพี่ดูแลตัวเองอย่างไร คือต้องบอกก่อนว่าทุกคดีในชีวิตที่รับมา เป็นคดีที่ยากทั้งสิ้น  แต่ละคดีมีความยากไปคนละแบบ แล้วมีความเครียดสูงมาก นักสืบทุกคน มันจะผจญกับความเครียดในตัว เพราะเราต้องไปอินอยู่กับเรื่องราวต่างๆ
เพราะฉะนั้น ในสมัยก่อน พี่ทั้งสูบบุหรี่และกินเหล้า ก็เครียดนะ แต่พอวันหนึ่ง พอแก่ตัวมา เริ่มจะมีอาการไขมันสูง อะไรต่ออะไร คือโรคของพวกนักสืบ แล้วมาเป็นชุด ทุกคนแทบจะแบบนี้หมด
 
FBIสอนนักสืบชราดูแลตัวเอง
แต่โชคดีที่พี่ไปเรียนเอฟบีไอ  เขาสอนเรื่องการออกกำลังกาย สำหรับผู้รักษากฎหมายเมื่ออายุถึง 50 ปี เรื่องของการกิน การพักผ่อน พี่ถึงนำมาใช้ควบคุมตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยที่เกษียณ ต้องกินอาหารประเภทไหน ออกกำลังกาย ดังนั้น สิ่งนี้เราต้องคุมด้วยตัวเราเอง ใครคุมเราไม่ได้               
เล่นกอล์ฟเพราะชอบเดิน
ตอนนี้เกษียณมา 5 ปี  ที่เล่นกอล์ฟจริงๆ คือตอนไปอยู่อเมริกา ไปใช้ชีวิตอยู่โน่น  ตีกอล์ฟเกือบทุกอาทิตย์ เพราะสนามกอล์ฟอยู่ใกล้บ้าน แล้วไปเกือบทุกวัน แฮนดี้แคปพี่ไม่เคยวัดนะ แต่สกอร์จะอยู่ที่ 45 บวกลบ
อีกอย่างหนึ่ง คือพี่ชอบเดิน คือการออกกำลังกาย เอฟบีไอ เขาสอนว่า อาทิตย์หนึ่งออกกำลังแบบไหนก็ได้ ครั้งละ 30-40 นาที อาทิตย์หนึ่งอย่างน้อย 4 ครั้ง
แต่ว่าการออกกำลังกายที่ดีที่สุด คือ วิ่ง หรือจะอะไรก็สุดแท้แต่ อย่างพี่ก็มีจ๊อกกิ้งบ้าง เดินบ้าง
 
ออกกำลังกายกลางแดดยิ่งดี
 อีกอย่าง เรามาจากเด็กบ้านนอก อยู่กับแดด ฉะนั้นไม่แคร์เรื่องแดด บางทีออกกำลัง พี่ออกตอนเที่ยงเลย บ่าย 3 เขาไม่ได้สอนเลยว่าคุณต้องออกตอนเช้า ตอนเย็น ไม่ใช่ เราเรียนนักเรียนนายร้อยมาวิ่งกันชุ่มเลย แล้วยิ่งออกกำลังยิ่งแดดจัดๆ ยิ่งดี ไม่ต้องแคร์มาก เอาร่างกายแข็งแรง
ในมุมพี่นะ ไปวิ่งเช้าจะไปได้อะไร เหงื่อไม่ออกวิ่งระยะเท่ากัน แต่ว่าถ้าวิ่งเที่ยง เหงื่อออก อาหาร หมวดหมู่ก็ต้องรู้จักการดูแล ต้องรู้จักการกิน
IMG_2615
เตือนน้องดื่มเหล้าได้แต่บุหรี่ให้เลิก
พี่มีทานยา เพราะพวกคอเลสเตอร์รอล ไตรกลีเซอไรด์ เพราะเกี่ยวกับเลือด ไม่ให้เลือดมันเกินสโต๊ก ก็หาหมอด้วย 3 เดือนเช็คครั้งหนึ่ง คือเป็นโรคเขาเรียกโรคนักสืบ หลังกินเหล้า สูบบุหรี่มานาน
 ก็อยากจะเตือนรุ่นหลังนะ บุหรี่นี่เลิกเถอะ เด็กรุ่นใหม่ ไม่ควรจะสูบ แล้วเหล้า ก็กิน แต่อย่าให้เหล้ากินเราแค่นั้น  

 

นี่คือชีวิตสบายๆหลังเกษียณฯของบิ๊กอู๊ด-พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี อีก1นักสืบผู้ยิ่งใหญ่แห่งสืบสวนเหนือครับ

กิตติพงศ์ นโรปการณ์12/4/63