ห้อยจอมมารจับโจร คนร้ายมีดีแค่ไหนก็ไม่รอด

2088

เดอะตุ้ม-พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ นรต.45 ในความคิดผม ก่อนนี้ถือเป็นนักสืบดาวรุ่งอีกคน มีชื่อร่วมคลี่คลายคดีสำคัญๆของประเทศมาตลอด ตั้งแต่อยู่กองปราบ จนมาขึ้น ผกก.สายตรวจ191

แต่เมื่อบ้านเมืองแตกต่างทางความคิด แม้แต่ตำรวจยังถูกบังคับให้เลือกข้าง เดอะตุ้ม ไม่พ้นเป็นเหยื่อ หลังจากขึ้นเป็นรองผบก.สส.สตม.แล้วก็ถูกดองยาว สไลด์ไปเป็น รองผบก.อก.ตชด.ภ.4 แต่สุดท้ายมาอยู่สำนักงาน พล.ต.อ.วินัย ทองสอง รองผบ.ตร.ที่เพิ่งเกษียณฯ

ใครที่ไปตั้งฉายา นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น.เป็นนักสืบที่โลกลืม ในความเห็นผมว่าไม่ใช่ เพราะนพศิลป์ ยังถูกเรียกใช้ทำงานสำคัญตลอด เดอะตุ้ม-วิวัฒน์ ต่างหากที่ควรได้ฉายานี้ นักสืบที่โลกลืม

วันนี้มาอ่านเรื่องพระเรื่องเครื่องรางของรองผู้การโลกลืม ที่ผมเคยสัมภาษณ์ไว้เมื่อครั้งเป็นรองผบก.สส.สตม.กันครับ

พระเครื่องนักสืบ เครื่องรางนักรบ ออกญาบุรีรัมย์

ห้อยจอมมารจับโจร คนร้ายมีดีแค่ไหนก็ไม่รอด

“ผู้กำกับตุ้ม” พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.1 บก.สส.สตม. นรต.รุ่น 45 วงการนักสืบ ถือเป็นคนหนุ่มที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับโดยทั่ว

ก้าวแรกในยุทธจักร เป็นรองสารวัตรสืบสวน สภ.อ.เมืองสระบุรี งานใหญ่งานแรกคือ คดีฆ่า 2 แม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ เป็น 1 ในพนักงานสอบสวนที่กรมตำรวจแต่งตั้ง เลยเป็นเหตุให้ได้เข้ามาทำงานในกองปราบฯ และร่วมอยู่ในชุดคลี่คลายคดีสำคัญอีก 2 คดีต่อมา คือ คดีเพชรซาอุฯ และคดีฆ่าอดีต ผอ.อสมท.แสงชัย สุนทรวัฒน์ ทำให้ฝังใจกับมอตโตกองปราบฯ “ถ้าพึ่งใครไม่ได้ให้มานี่….” ตั้งแต่นั้น

กระทั่งมีโอกาสเข้ามาสร้างชื่อที่กองปราบปราม เป็นรองผกก.3 ป. และขยับมาเป็นรอง ผกก.1 ป. มีส่วนร่วมพิชิตคดีดังๆสำคัญๆหลายคดี อาทิ ฆ่าแหม่มที่เกาะสมุย คดีชาวพม่า ฆ่าพ่อ ผกก.สภ.อ.ดอนมดแดง คดีฆ่า ส.ส.กอบกุล นพอมรวดี คดีลักคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนทั่ว จ.นนทบุรี คดีไบโอคลินิก คดีหมอประกิตเผ่า กับสาวเปมิกา

พอขึ้นเป็น ผกก. ดังกระหึ่มไปทั้งประเทศ มีชื่ออยู่ในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ เมื่อไปทำคดีลอบสังหารสื่อคนดัง ตกไปอยู่ในเหตุการณ์ช้างชนช้าง เลยต้องถอยออกมาจนช้างเกษียณ

น้อยคนจะรู้ว่า นายตำรวจหนุ่มคนนี้ผ่านห้วงชีวิตที่หมดลมหายใจไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก้าวผ่านวิกฤตินั้นมาได้ เจ้าตัวบอกรอดมาครั้งนั้น ตั้งใจทำแต่ความดี และจะช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากมิจฉาชีพ

พระเครื่องที่สวมใส่ ผู้กำกับตุ้มบอกมี 2 พวง พวกแรกห้อย2 องค์ องค์หน้าเป็นพระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย ห้อยข้างหน้าองค์เดียว เพราะพูดถึงพระเครื่อง พระสมเด็จถือเป็นสุดยอดแล้ว

ส่วนข้างหลัง คล้องหลวงปู่ทวด รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ เพราะข้างหลังเรามองไม่เห็น และท่านหนักไปทางแคล้วคลาดเมตตา ขอให้ท่านช่วยระวังหลังให้

แต่ถ้าจะไปจับโจร จะห้อยเดี่ยวอีกองค์ เป็นรูปหล่อพระพุทธเจ้า ปางบำเพ็ญทุกรกริยา เป็นอีกภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้า

นายตำรวจหนุ่มเรียกของเขาเองว่า “จอมมาร” ทำไมถึงเรียกจอมมาร เพราะองค์นี้มีปีกคู่อยู่ข้างหลัง เหมือนปีกเทวดาฝรั่ง คล้ายลูซิเฟอร์ หรือซาตาน จอมมารแห่งนรกในคัมภีร์ไบเบิล อำนาจยิ่งใหญ่กว่าใคร เป็นรองแค่พระเจ้า “ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งมอบให้ผมไว้ใช้จับโจร

แรกๆก็สงสัยว่า ทำไมช่วงนี้จับคนร้ายได้บ่อย เลยคิดแผลงๆ อธิษฐานขอให้จับคนร้ายยากๆได้ ก็แปลก ผมสามารถจับคนร้ายที่คนอื่นเขาว่ายาก คนร้ายที่หลายชุดตามกันไม่เจอ แต่มาเสร็จผมแบบง่ายๆ จนพี่ๆบางคนไม่เชื่อ แต่ต้องเชื่อ”

“อย่างคดีปล้นเงิน 28 ล้านบาท แบงก์กรุงไทย เขาตามกันไม่เจอ แต่ผมนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ดี ๆ อยู่ๆคนที่นายต้องการ โผล่มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวโต๊ะเดียวกับผม โทรฯไปบอกนาย หาว่าพูดเล่น ผมบอกไม่พูดเล่น จนในที่สุด กองปราบฯสามารถพิชิตคดีนี้ได้”

สำหรับคนร้ายแต่ละรายที่จับได้ พ.ต.อ.วิวัฒน์ระบุว่า มักจะมีของดีติดตัว ไม่ว่าจะเป็นตะกรุด หรือพระเครื่อง รอยสักต่างๆ ที่คนร้ายนับถือ อย่าง ไอ้ตึ๋ง- จตุรงค์ เบ็ญกูล มือปืนหนุ่มฆ่าสาวหน้าเด้ง คนอื่นจับไม่ได้ แต่เขาอธิษฐานขอจอมมาร เหลือเชื่อ ไม่ถึง 1 ชั่วโมงได้ตัวมันแล้ว

“ถามไอ้ตึ๋ง มีอะไรดี มันบอกว่ามันใช้ตะกรุดคาดเอวของเกจิอาจารย์ชื่อดังคนหนึ่ง มันเอาออกมาให้ผมดู เลยเชื่อว่าน่าจะมาจากการดลบันดาลของ จอมมาร องค์นี้” นี่คือเครื่องรางของนักสืบ คุณวุฒิปริญญาโท บริหารธุรกิจ จาก U.OF LONDON ประเทศอังกฤษ

COP’S MAGAZINE VOL.05 NO.52 DECEMBER 2010

ปัจจุบันเป็น รองผบก.อก.ตชด.ภ.4