”พล.ต.ท.นพศิลป์“ นำทีมสืบนครบาลปิดฉากทีมลอบสังหารส.ส.นราธิวาส ล็อก ร.อ.มือปืนก่อนหนีข้ามฝั่งพม่าชายแดนสังขละ
กรณีเหตุการณ์ลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อค่ำวันที่ 20 มีนาคม 2569 หน้าบ้านพักริมถนนเพชรเกษม อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้คนขับและตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น
ล่าสุดวันที่ 22 เมษายน 69 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. สั่งการระดมทีมชุดสืบสวน นำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ผบช.ประจำ ตร. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ชุดสืบสวนตำรวจนครบาล สืบสวนภาค 7 และ สืบจังหวัดกาญจนบุรี แกะรอยไล่ล่านายวิโรจน์ เกตุมณี มือปืนลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ
กระทั่งจับกุมตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ได้บริเวณสะพานมอญใกล้กับทางข้ามฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละ จ.กาญจนบุรีก่อนที่จะหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะนี้ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งกระบวนการทั้งหมด 5 คน ที่มีการออกหมายจับ
1. สมพร ลังเดช อดีตนาวิกโยธิน และเป็นผู้ประสานงาน จัดเตรียมแผน และชี้เป้า (จับได้แล้ว)
2. อลาวี อาแว คนขับรถ (จับได้แล้ว)
3. สุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่แยกชิ้นส่วนรถใช้ก่อเหตุ (จับได้แล้ว)
4. ธนภัทร วัฒนภิญโญ อดีตทหารพราน และเป็นมือปืน (จับได้แล้วที่จังหวัดกาญจนบุรี)
5. ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน และเป็นมือปืน (จับได้แล้ว)
หลังจับกุม พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ ตร. พล.ต.ต. โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บชน.ควบคุมผู้ต้องหานำไปสอบปากคำอย่างละเอียดในกรุงเทพฯ และขยายผลถึงแรงจูงใจและผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ล่าสุดเมื่อเวลา 02.37 น.วันที่ 23 เม.ย. ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำ สง.ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการ บช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น.
นำกำลังควบคุม ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน มือปืน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัด นราธิวาส ที่ 205/2569 ลงวันที่ 2 เม.ย.69 รวม 5 ข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครืองกระสุนปีนแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านและ ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุจําเป็นเร่งด่วนสมควรแก่พฤติการณ์ ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หรือหมู่บ้าน และร่วมกันใช้อาวุธปืนแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้กระทําความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
พล.ต.อ.สำราญ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งรัดติดตามผู้ก่อเหตุโดยเร็ว ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ 19-20 มี.ค.69 หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จับกุมนายสมพร ลังเดช ผู้ต้องหารายแรก ทำหน้าที่ประสานงาน กับกลุ่มผู้ก่อเหตุและเป็นคนชี้เป้า พร้อมเชิญลูกชายนายสมพรมาสอบปากคำ จากนั้นได้ไปติดตามจับกุมนายอาลาวี อาแว คนขับรถคันก่อเหตุ ติดตามเป้าหมาย จับได้ที่กทม.ก่อนจะไปจับกุมนายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่รถ ต่อมาจับกุมนายธนภัทร วัฒนภิญโญ มือปืน ได้ที่อ.ทองภาภูมิ จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การเป็นประโยชน์
กระทั่งวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา จับกุม ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี มือปืนผู้ต้องหารายสุดท้ายของขบวนการนี้ ทั้ง 5 รายแบ่งหน้าที่ตั้งแต่คนขับรถดูต้นทาง ขับรถพาไปก่อเหตุยิง มือปืน 2 ราย รวมถึงคนชำแหละรถ หลังจากนี้ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป
จากการสอบปากคำ ร.อ.วิโรจน์ ผู้ต้องหารับสารภาพว่ายิงจริง ขณะเป็นเรือเอก ได้ไปทำงาน ต่างประเทศ UN องค์กรสหประชาชาติ 16 ปี หลังกลับมาประเทศไทยไม่มีงานทำไปขออาศัยอยู่กับนายสมพรที่บ้าน นายสมพรคอยช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่วนจะมีการรับงานจากสมพร หรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ
ส่วนประเด็นเรื่องการยืมรถ กอ.รมน. ร.อ.วิโรจน์ยอมรับในเบื้องต้น มีการยืมกันก่อนหน้าที่จะก่อเหตุแต่รายละเอียดอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงผู้ต้องหารายอื่นๆ ยอมรับสารภาพเช่นกัน แต่ยังให้การขัดแย้งกันอยู่ ส่วนจะไปถึงผู้จ้างวานหรือไม่ จากคำให้การผู้ต้องหายังมีการโยนกันไปมา
เมื่อถามว่าประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่ประเด็นใด พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า สำนวนหลักอยู่ที่ตำรวจภูธรภาค 9 และผู้การจังหวัดนราธิวาส ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นการติดตามจับกลุ่มผู้ต้องหา
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวอีกว่า ส่วนการขยายผลถึงผู้จ้างวาน ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีรวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูง กำชับว่า หากพยานหลักฐานถึงใคร ดำเนินการทั้งหมด คนเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย แม้เป้าหมายจะเป็นตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แต่บุคคลอื่นเจ็บด้วย แต่ต้องทำอย่างเป็นกลาง เที่ยงตรง เที่ยงธรรม หลังจากนี้ต้องดูจากพยานหลักฐาน ทั้งคำให้การ ว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ด้านพล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า หลังได้รับคำสั่งให้ติดตาม ร.อ.วิโรจน์ ทราบว่าหลบหนีจากจ.นราธิวาส เป็นจุดเกิดเหตุไปจ.ตรัง มีการติดตามข้อมูลเรื่อยมา ทั้งบ้านเดิมจ.ระยอง และบ้านพักภรรยาที่ กทม. ทราบว่าหลบหนีจากจ.ตรัง ไปพังงา และราชบุรี ก่อนจะเข้าไปที่จ.กาญจนบุรี
ต่อมา ร.อ.วิโรจน์ พักโรงแรมม่านรูด 1 คืน ก่อนไปพักที่รีสอร์ตและหนีไป อ.สังขละบุรี ได้พยานมาสอบปากคำว่า ร.อ.วิโรจน์ หลบหนีไปอยู่ที่ไหน พบว่าจะหนีข้ามฝั่งไทย-เมียนมา ประสาน ตำรวจภูธรภาค 7 สืบนครบาล และสืบจังหวัดกาญจนบุรี และกองกำลังกองพลที่ 9 และ ฉก.ลาดหญ้า รวมถึงประสานงานกับฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเป็นเขตทหารและเป็นพื้นที่ชายแดนก่อนพบจับกุม
จากนี้จะนำผู้ต้องหาส่งให้สภ.นราธิวาส ท้องที่เกิดเหตุ สำหรับประวัติ ร.อ.วิโรจน์ ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมคดีอาวุธปืนเถื่อน พื้นที่ จ.กาญจนบุรี

























