เจเจ-ด.ช.จิรัฎฐ์ เจียรรัตนพงศ์

772

Enjoy The Hit By นาย ต.

ก๊อกๆๆ ผ่างๆๆ สวัสดีเมษาหน้าร้อนนอนไม่หลับ(555) ช่วงนี้ร้อนจริงร้อนจัง ร้อนสุดๆ

แต่ในความร้อนก็ถือเป็นความโชคดีของคนไทยที่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เชื้อโควิด-19 แพร่กระจายได้น้อยลง นอกเหนือจากมาตรการต่างๆที่ทางภาครัฐ,คุณหมอทุกท่าน และพวกเราร่วมด้วยช่วยกัน

แต่อย่าเพิ่งประมาทนะครับ ต้องมีวินัย ออกจากบ้านใส่หน้ากากเสมอ รักษาระยะห่างระหว่างกัน ที่สำคัญที่สุด กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆๆๆ ก็ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี…

ส่วนชาวกอล์ฟ น่าจะเป็นข่าวดีที่สนามกอล์ฟจะสามารถเปิดให้บริการในวันที่ 1/5/63 นี้แล้ว

แคดดี้คงได้ทำงานเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง นักกอล์ฟคงได้หายคันไม้คันมือ น้องเยาวชนคงได้ลงแข่งขันในรายการต่างๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้น นาย ต. ฝากไว้ควรระวังเรื่องการป้องกันเฝ้าระวังเรื่องการแพร่ระบาดของ โควิด-19 อยู่เสมอ

การอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ในช่วงนี้อาจไม่ดีนัก แต่ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคม ชมรม ต่างๆก็คงมีมาตรการเบื้องต้นแจ้งให้กับนักกีฬาทุกคนทราบแล้ว อยู่ที่ท่านว่าจะทำมันไหม…ช่วยกันนะครับ

​สัปดาห์นี้นาย ต. จะพาทุกท่านรู้จักกับหนุ่มน้อยที่มีความสุขกับการแข่งขันกอล์ฟ ไม่ว่าจะต้องประลองกับยอดฝีมือ

“น้องเจเจ” ด.ช.จิรัฎฐ์ เจียรรัตนพงศ์ อายุ 11 ขวบ 2 เดือน

เรียนอยู่ชั้น ขึ้นชั้น ป.6 โรงเรียนดรุณพัฒน์

เป็นลูกคุณพ่อพรชัย เจียรรัตนพงศ์ ทำงานที่ บริษัทเอมเดคดิสทริบิวชั่น 1991 จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์โปรเจคเตอร์และอุปกรณ์อื่นอื่นของโซนี่และคุณแม่อัจฉริยา เจียรรัตนพงศ์ ทำงานที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (มหาชน) จำกัด

น้องเจเจเริ่มรู้จักกอล์ฟครั้งแรกตอนอายุได้ประมาณ 10 เดือน คุณแม่จะพาไปนั่งดูคุณพ่อไดรฟ์กอล์ฟอยู่บ่อยๆ 

มีไม้กอล์ฟพลาสติกอันแรกเป็นของตัวเอง ตอนอายุ 2 ขวบ ตีป๊อกแป๊กไปเรื่อยสนุกดี

จนอายุประมาณ 7 ขวบ คุณพ่อเห็นว่ามีแววจึงซื้อไม้กอล์ฟจริงให้เป็นชุดแรก พาไปเรียนโปรบุญช่วย (เป็นโปรคนแรก) เพื่อให้มีเบสิกที่ถูกต้อง

ต่อมาได้ไปเรียนกับโปรใหม่ ที่โรงเรียนสอนกอล์ฟเชาวรัตน์ ที่สนามไดร์ฟนอร์ทพาร์ค จนถึงปัจจุบันนี้

หลังจากเรียนกอล์ฟได้ประมาณ 1 ปี ก็เริ่มลงแข่งครั้งแรกตอน 8 ขวบ ได้อันดับที่สอง

คุณแม่ถามว่าเสียใจไหมที่ไม่ได้ที่ 1 น้องเจเจบอกแม่ว่าไม่เสียใจเลยครับ ผมสนุกมากครับ และผมชอบมากที่ได้ลงแข่งครับ

ต่อมาเจเจได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆเพิ่มเติมและลงแข่งขันเรื่องมา เริ่มได้ถ้วยรางวัลมากขึ้นแต่ยังไม่สามารถพิชิตแชมป์ได้(ปีนี้แหล่ะลูกเอ๊ยได้แน่)

คุณพ่อเห็นว่าคงจะไปได้ดีทางนี้ เริ่มให้เจเจลงแข่งในรายการของสมาคมTGA เมื่ออายุ 9 ขวบ ได้ที่เกือบสุดท้ายเลยครับ และแข่งอีกหลายครั้ง ก็ยังไม่ได้ถ้วยรางวัล

แต่เจเจก็ ไม่ท้อถอย คุณแม่ถามว่าหรือจะกลับไปแข่งสนามเดิมไหม อันนี้มันอาจจะยากเกินไปสำหรับเจเจไหม

เจเจตอบทันทีว่า

ไม่ครับถึงผมจะไม่ได้ถ้วยก็ไม่เป็นไร ผมชอบแข่งกับคนเก่งเก่ง ผมชอบมีเพื่อน และผมจะได้ เรียนรู้จากเขาด้วยครับ” (มันต้องให้ได้แบบนี้สิหนุ่มน้อย)

โปรที่สอนบอกว่า

เบื้องหน้าเห็นเขาเล่นกันเก่งเก่ง รู้ไหมเบื้องหลังเขาต้องฝึกหนักกันขนาดไหน ถ้าอยากเก่งแบบเขา เราก็ต้องฝึกทักษะพื้นฐานให้ดี ขยัน และมีวินัย

แมทช์ที่เจเจและครอบครัวประทับใจ คงเป็นการแข่งขัน TGA ตอน 10 ขวบ ได้อยู่ก๊วนผู้นำ ได้แข่งกับเมกะ ซึ่งเมกะเก่งมาก

เขามีตีเสีย ตีตกทราย ตีออกนอกแฟร์เวย์บ้าง แต่เขาไม่หวั่นไหวเลยครับ เขาอยู่ในเกมส์ เขาแก้ปัญหาได้ น้องเจเจชื่นชมเขามากครับ และเราก็ได้เป็นเพื่อนกันครับ ครั้งนั้นเมกะได้ ที่ 1 เจเจได้ที่ 5 ครับ

เจเจบอกว่าการแข่งขันที่รู้สึกกดดันมาก คือตอนแข่งใน class D ได้เข้ารอบ Qualify เจเจ,ครอบครัว และโปรดีใจมาก การพยายามทำให้ได้มีวันนี้…

แต่เจเจตีได้ไม่ดีในวันแข่งขัน เป็นครั้งแรกที่ตีกอล์ฟไม่สนุก รู้สึกแย่มาก แต่คุณพ่อให้กำลังใจบอกว่า

ให้เราทำหน้าที่ของเราให้เสร็จ ต้องแข่งขันจนจบครบสามวัน ไม่ต้องสนใจว่าจะได้ที่เท่าไหร่

เรามาได้ไกลขนาดนี้ก็เกินความคาดหวังแล้ว เรากลับไปซ้อมแล้วเราจะกลับมาใหม่ ตกลงไหม

ทุกวันนี้เริ่มฝึกกันใหม่ ทักษะพื้นฐาน ออกกำลัง ฝึกร่างกาย ฝึกสลับกับการออกรอบพร้อมเพื่อน…

เจเจชอบกีฬาทุกชนิด เป็นถึงนักฟุตบอลของโรงเรียนเลยทีเดียว…

วันหนึ่งแม่ถามเจเจว่า จะเลือกอะไร เพราะเป็นนักกีฬาเราต้องฝึกหนัก การทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน อาจจะไม่ได้ดีสักอย่าง

เจเจบอกแม่ว่า ผมเลือกกอล์ฟครับ

คุณแม่บอกว่า

จริงแล้วเจเจชอบกีฬาทั้งสองอย่าง เพราะฟุตบอลทำให้ได้เล่นเป็นทีม ฝึกการทำงานเป็นทีม

ส่วนการเล่นกอล์ฟฝึกให้เราแข่งกับตัวเอง อยู่ในเกมส์ของตัวเอง คู่แข่งคือหลุมพรางต่างๆที่สร้างขึ้นมา เพื่อฝึกให้เราก้าวข้ามไป และมีเพื่อนร่วมก๊วน ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

ในอนาคตเจเจบอกว่า อยากเป็นนักกอล์ฟอาชีพ แต่ก็ยังไม่ทราบอนาคตว่าจะสำเร็จไหม รู้อย่างเดียวต้องทำให้เต็มที่

ส่วนทางด้านคุณพ่อคุณแม่ สนับสนุนให้เรียนรู้ทุกทุกอย่าง

เจเจยังมีความสามารถพิเศษหลายด้าน เช่น ด้านการแสดง ชอบเป็นพิธีกร และทำอาหารอีกด้วย

เจเจบอกว่า

ผมโชคดีมาก มากมีคนสนับสนุนผมมากมาย มีคุณพ่อที่อยู่กับผมตลอดเวลา ตากแดด ตากฝนด้วยกัน

แข่งเสร็จเหนื่อยผมหลับในรถทุกครั้ง พ่อก็เหนื่อยแต่ก็ขับรถพาผมกลับบ้านอย่างปลอดภัยเสมอ

ส่วนคุณแม่

จะช่วยเตรียมเสบียงให้เวลาไปแข่ง ทุกครั้งที่กลับมา แม่จะถามว่าสนุกไหมลูก ครั้งนี้ได้เจอใครบ้าง เจอเพื่อนรักไหม…

แม่ไม่เคยสนใจว่าจะชนะหรือแพ้กลับมาขอให้ทำให้เต็มที่ก็พอ

สุดท้ายทางครอบครัวน้องเจๆฝากข้อคิดไว้ว่า

อยากให้วงการนี้แสดงให้เห็นถึงการ สนับสนุนการพัฒนาทักษะทางด้านกีฬา ความรักในกีฬา

การมีเพื่อน สร้างสังคมคุณภาพให้กับเด็กๆและครอบครัว เพิ่มเติมจากการแข่งขันที่มุ่งชิงรางวัลกันอย่างเดียวที่เห็นอยู่ทั่วไป

ครับนาย ต. ขอบคุณสำหรับข้อคิด ที่ดี ของครอบครัว น้องเจเจนะครับ หวังว่า จะเป็นประโยชน์ เป็นการสร้างกำลังใจให้อีกหลายๆครอบครัวได้เดินบนเส้นทางสายสีเขียวนี้ด้วยการช่วยเหลือเกื้อกูลและเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน…สวัสดี 

***ติดต่อลงบทความ Enjoy The Hit By นาย ต.ที่ 063-3514654 096-5282656