เชมเบอร์เลน (อ็อกเหล็ก)

เชมเบอร์เลน (อ็อกเหล็ก)

จู้กหู้กกู้กราบงามๆเป็นวงกลม

นับตั้งแต่อเล็ก อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน ย้ายมาร่วมทัพลิเวอร์พูล เกมที่ถล่มอาร์เซนอลนิวเจน 4-0 คือเกมที่ดีที่สุด

สามวันสุดท้ายของเดือนสิงหาคม 2017 ก่อนตลาดซื้อขายจะปิด แชมเบอร์เลนมีข้อเสนออยู่ตรงหน้า 3 ฉบับ

ต่อสัญญากับอาร์เซนอล ย้ายไปลุ้นแชมป์กับเชลซี หรือ ร่วมหัวจมกลางกับลิเวอร์พูลยุคใหม่

31 สิงหาคม ตกลงจรดปากกาเซ็นสัญญากับลิเวอร์พูล ด้วยคำมั่นสัญญาจากเยอร์เก้น คล็อปป์

“ไม่ต้องเล่นตำแหน่งวิงแบ็ค”

อดีตดาวรุ่งเซาแธมป์ตันตอบรับข้อเสนอที่มีค่าเหนื่อยที่น้อยที่สุด

“ผมอยากเล่นกองกลาง”

ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรเดียวที่อ็อกเลดมองเห็นโอกาสในการทำตามความฝัน แม้เขาจะรู้ว่ามันไม่ง่าย

เส้นทางที่แอนฟิลด์เริ่มต้นก็เจอทางวิบาก นับตั้งแต่วันที่ได้มาร่วมทีม แพ้แมนซิตี้ 5-0 อีก 5 นัดหลังจากนั้น พวกเขาเก็บผลชนะได้เพียงเกมเดียว ทำคะแนนหายไป 12 จาก 18 คะแนน หล่นไปอยู่อันดับ 9 ของตาราง

“ขอบใจว่ะ ที่เอาตัวซวยไป นี่มันดีลที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฤดูกาลเลย 35 ล้านปอนด์”

อ็อกซ์กลายเป็นตัวโจ๊กของแฟนอาร์เซนอล

เข้าสู่เดือนพฤศจิกา อ็อกซ์ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ทำประตูแรกให้ลิเวอร์พูลได้สำเร็จ

นับตั้งแต่นั้นลิเวอร์พูลก็ไม่แพ้จนจบปี 2017

โมเมนต์ในความทรงจำเกิดขึ้นในวันที่ 14 มกรา ลิเวอร์พูลเอาชนะจ่าฝูงแมนซิตี้ 4-3 อ็อกซ์ซัดจากนอกกรอบ ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 9 เดือนเมษายนเป็นอ็อกซ์คนเดิม ลากยิงใส่แมนซิตี้กระเด็นตกรอบยูซีแอล

เขาพิสูจน์ตัวเองได้ กลบถ้อยคำบูลลี่ได้หมดสิ้น ความฝันที่จะสานลูกพี่เจิดเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

ทว่า 25 เมษา ทุกอย่างก็พังทลาย อ็อกวิ่งไล่บอลจากผู้เล่นโรม่า ลงพื้นผิดท่า เข่าพัง ไม่สามารถลงสนามได้ทั้งฤดูกาล หายไป 366 วัน

หลังจากวันนั้น สโมสรเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย

คูตินโญ่ย้าย จินี่ลงสนามมากที่สุด เกอิต้า ฟาบินโญ่ อลิสซอน ฟาน ไดก์ ย้ายเข้า ลิเวอร์พูลได้แชมเปี้ยนส์ลีก

แต่อ็อกซ์ซึ่งเป็นคนพาลิเวอร์พูลไปถึงรอบชิงในปีก่อน กลับไม่มีโอกาสสัมผัสความยิ่งใหญ่ที่เขามีส่วนในการเริ่มต้น

4 ปีผ่านไป นับจากวันแรก คล็อปป์ยังคงเชื่อมั่นในตัวอ็อกซ์

ลองให้ริมเส้น พีคที่สุดคือตำแหน่ง False-9 คล็อปป์เคยลองให้ทำหน้าที่เดียวกับบ๊อบบี้ มันล้มเหลว ง่ายซะที่ไหนกัน เล่นไปเจ็บไปแบบนั้น เอาเวลาที่ไหนไปปรับตัว

ฤดูกาล 2021/22 เริ่มต้น อ็อกซ์ยังไม่ได้ย้ายไปไหน ท่ามกลางกระแสข่าวว่า เขาจะไม่ได้รับการต่อสัญญาหลังจบฤดูกาล

จะด้วยชะตาหรืออะไรก็ตาม ลิเวอร์พูลเริ่มเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บสะสม จากตอนต้นทีมมีสต็อกกองกลางถึง 8 คน เหลือแค่ 3 คน ฟาบินโญ่ ติอาโก้ อ็อกเลด และอ็อกซ์เป็นคนเดียวที่ยังไม่พบอาการบาดเจ็บเลย

20 พฤศจิกายน ลิเวอร์พูลเปิดบ้านรับอาร์เซนอล ทีมเก่าของอ็อกซ์ และเขาต้องลงเป็นตัวจริง ไม่มีใครคาดหวังกับอ็อกซ์

แล้วอ็อกซ์ก็ทำในสิ่งที่เกินคาด กลายเป็นอาวุธลับทำลายคู่แข่ง

สถิติหลังเกมบอกว่า อ็อกซ์เข้าปะทะ 4 ครั้ง สำเร็จ 3 ครั้ง เป็นรองเพียงแค่ซิมิคาส ที่สำคัญคือไม่มีอาการบาดเจ็บเลย

ทำไมปะทะเยอะแล้วไม่เจ็บ แท็กติกคือให้มีด่านแรกในการไล่บีบ ไม่ต้องชนแค่บีบทาง เมื่อฝ่ายตรงข้ามหนีเพรสซิ่ง ก็จะเจอด่านสอง

อ็อกทำหน้าที่ได้ดีตั้งแต่เริ่มเกม บางครั้งมาเน่ไล่บอลเป็นด่านแรก อ็อกเป็นด่านสองดักทางบอล หรือบางจังหวะ อ็อกเข้าบอลก่อน โชต้าด่านสอง ถ้ายังตัดบอลไม่ได้ อ็อกซ์วิ่งเข้าไปเป็นด่านสาม

แม้จังหวะเกมรุกของอ็อกยังไม่กลับมา แต่เกมเพรสซิ่งถือว่าเด็ดสุดในสนาม ทำให้ทีมปลดล็อกประตูที่2 ด้วย

เส้นทางใหม่ของอ็อกซ์ดูเหมือนจะเริ่มในวันที่หวนกลับไปเจออาร์เซนอล มันทรงพลังมากนะสำหรับเยอร์เก้น คล็อปป์ หากเขาคีบฟอร์มและร่างกาย อาจจะกลายเป็นมิดฟิลด์ที่ทีมตามหามานาน (มั่ง)

นี่คือการเดิมพันครั้งสุดท้ายของแชมเบอร์เลนกับลิเวอร์พูล มาเอาใจช่วยเขากันอีกสักครั้งเถอะ

ตบมือ