‘เที่ยวน้ำตกจ๊อกกระดิ่น-ขึ้นเนินช้างศึก

371

เที่ยวน้ำตกจ๊อกกระดิ่นขึ้นเนินช้างศึกไฮไลท์บ.อีต่อง สูดออกซิเจน ชมวิวไทยพม่า 360 องศา

ช่วงปิดเทอมปีนี้เข้าหน้าหนาวพอดี อยากยกครัวท่องเที่ยวในเหมันตฤดู ต้องขึ้นเขาสัมผัสไอหมอก อากาศเย็นฉ่ำ ยามเช้าค่ะ

จะพักรีสอร์ทหรือกางเต๊นท์แนวผจญภัย ก็แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ

คราก่อนปร์วีร์พาไปเที่ยวบ้านอีต่อง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว

วันนี้จะพาไปเที่ยวชมธรรมชาติตามสถานที่ท่องเที่ยวใกล้บ้านอีต่องกันค่ะ ถ้าไปบ้านอีต่องแล้วต้องไปให้ได้

จุดแรก น้ำตกจ๊อกกระดิ่น อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ต.ปิล็อก

ที่นี่มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่สีครามปนเขียว ท่ามกลางป่าเขารกครึ้ม ให้เราสูดออกซิเจนกันจนเต็มปอด

ทางเข้าน้ำตกจะสูงชันสักหน่อย แต่รถยนต์สามารถขับเข้าไปได้โดยขับช้าๆและใช้เกียร์ต่ำค่ะ

จ๊อกกระดิ่น เป็นภาษาพม่าเพี้ยนมาจากคำว่า ก๊อกกระด่าน จ๊อก หรือ ก๊อก หมายถึง หิน และ กระดิ่น หรือกระด่าน ที่หมายถึง น้ำตก

มีความหมายรวมกันว่า น้ำตกที่ไหลผ่านซอกหินผา

มีแหล่งกำเนิดเป็นน้ำผุด ที่มาจาก ภูเขาอีปู่ ตั้งอยู่ในพื้นที่เหมืองแร่ทังสเตน ที่ไหลผ่านหมู่บ้าน

มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 727 เมตร และมีระยะทางยาว 5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีเพียงชั้นเดียวแต่สวยงามมากๆ

ด้วยสายน้ำของน้ำตก ที่ไหลผ่านหน้าผาสูง 30 เมตร ลอดออกมาทางซอกหิน ลงสู่แอ่งน้ำสีเขียวมรกตขนาดใหญ่ด้านล่าง แล้วฟุ้งกระจายออกกลายเป็นละอองน้ำชุ่มฉ่ำ

แค่ยืนใกล้ๆก็เปียกแล้วค่ะ ว่ากันว่า ใครที่ได้เล่นน้ำตกแห่งนี้ ก็เหมือนกับการได้อาบน้ำแร่ไปในตัวเลยค่ะ

แต่ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 กำลังแพร่ระบาด ซึ่งรวมถึงฝั่งประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ติดชายแดนออกไปไม่ไกล

ทางอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จึงสั่งเด็ดขาดห้ามลงเล่นน้ำ

เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เนื่องจากแหล่งน้ำตกเชื่อมต่อกับฝั่งพม่าด้วยค่ะ

แต่การได้มาเที่ยวชมธรรมชาติแบบ 100%เต็ม สูดออกซิเจนกันจนเต็มปอด ก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว

ที่นี่เราสังเกตเห็นนักท่องเที่ยวสาวๆหลายคน พร็อพแน่นมากค่ะ

หมวก แว่นตากันแดด มาแอ็คชั่นถ่ายรูปประหนึ่งขึ้นปกนิตยสารเลยค่ะ ส่วนเราเก็บภาพครอบครัวและภาพเดี่ยวไว้เป็นที่ระลึกก็หรูแล้วค่ะ 55

จุดที่สอง เมื่อไปถึงบ้านอีต่อง แล้วต้องไปให้ได้ คือเนินช้างศึก หรือฐานช้างศึก

บางคนเรียก ยอดดอยปิล็อก บ้างก็เรียก ต่องปะแล เป็นฐาน ตชด. บริเวณจุดชมวิวเขาสูง (เนินช้างศึก)

เป็นจุดยุทธศาสตร์จุดหนึ่งของชายแดนไทย-พม่า และเป็นฐานที่มั่นของตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 (ฐานช้างศึก)

ปัจจุบันเป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมวิวทะเลหมอก มองเห็นฝั่งพม่าและฝั่งไทย มุม 360 องศา

รวมถึงเห็นหมู่บ้านอีต่องจากมุมสูง ที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวมากางเต๊นท์ด้วยค่ะ

ช่วงเวลาแนะนำในการขึ้นเนินช้างศึก คือ เช้ามืดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก และตอนเย็นชมพระอาทิตย์ตกดินค่ะ

ถ้าฝนฟ้าเป็นใจเอากล้องถ่ายรูปมารอได้เลย ได้ภาพสวยๆกลับไปแน่นอน

เราเลือกขึ้นเนินช้างศึกตอนเช้ามืดค่ะ บอกเลยว่าฟิตมาก ตื่นนอนกันตั้งแต่ตี5 มารับอากาศเย็นยามเช้า

ส่วนทางขึ้นเนินช้างศึกรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าขึ้นไปไม่ได้นะคะ เพราะถนนเป็นหลุมเป็นบ่อลึกมาก ขึ้นได้แต่รถออฟโรด โฟล์วีล

มีจุดหนึ่งถนนเหมือนโดนลูกอุกาบาตกใส่ เป็นหลุมลึกกลมๆกว้างมาก และมีน้ำขังอยู่จนมองไม่เห็นพื้นด้านล่าง

จากบ้านอีต่องระยะทางขึ้นเนินช้างศึกไม่ไกลค่ะ แต่ทางโหดมากอ่ะ

นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปชมวิวที่เนินช้างศึก ต้องขึ้นรถรับจ้างจากบ้านอีต่องขึ้นไป ราคาคนละ 50บาท ถ้าเหมาขึ้นไปราคา 300 บาทต่อคัน สะดวกและปลอดภัยค่ะ

บรรยากาศช่วงเช้าที่เนินช้างศึก อากาศเย็นและลมแรงตลอดเวลา

เวลาลมเย็นๆพัดแรงๆมาปะทะกับใบหน้านานๆ เล่นเอาหน้าชาเหมือนกันค่ะ ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเจอโมเมนต์ความรู้สึกนี้เป็นครั้งแรก

เที่ยวน้ำตกจ๊อกกระดิ่น ขึ้นเนินช้างศึก ที่บ้านอีต่อง เรียกว่าครบค่ะ ได้สัมผัสธรรมชาติ สูดออกซิเจน อากาศเย็นสบาย ได้ฟีลลิ่งเส้นทางผจญภัยหน่อยๆ สนุกสนานมาก

มีโอกาสเมื่อไหร่มาอีกแน่นอนค่ะ

ปร์วีร์22/11/63