“เมธา ดารุมะซูชิ” อ้างโควิดทำขาดสภาพคล่อง

บ่ายวันที่ 23 มิ.ย.65  ที่ ห้องประชุมชั้น 2 บกป. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ. พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปอศ. และตัวแทนจากหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security)

ร่วมกันแถลงผลจับกุมบริษัท ดารุมะ ซูชิ จำกัด โดยนายเมธา ชลิงสุข อายุ 39 ปี ในฐานะนิติบุคคล ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1266/2565 ลง 22 มิถุนายน 2565 และนายเมธา ชลิงสุข อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1267/2565 ลง 22 มิถุนายน 2565

ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน จับได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมของกลางเงินสด 20,186 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 710,000 บาท

พล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยว่า เรื่องการฉ้อโกง ของบริษัทตารุมะ ซูชิ ที่มีผู้เสียหายจำนวนมากมาแจ้งความกับ บก.ปคบ.นั้น เรื่องนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ตำรวจ บช.ก.เร่งสืบสวนจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน

สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2559 บริษัท ดารุมะ ซูชิ จำกัด ได้มีการจดทะเบียนบริษัทเพื่อประกอบกิจการร้านอาหาร เครื่องดื่ม โดยมีนายเมธา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว ต่อมาบริษัทได้ประกาศขายคูปองบุพเฟต์อาหารญี่ปุ่นทางเพจเฟซบุ๊กให้กับประชาชนในราคา 199 บาท จนมีผู้เสียหายที่มีความสนใจ ซื้อคูปองดังกล่าวจำนวนมาก

นอกจากนี้บริษัทดังกล่าว ยังได้เปิดให้มีการชื้อแฟรนไชส์ด้วยเช่นกัน จนปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 27 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล ต่อมาวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ร้านดารุมะซูชิ ได้มีการปิดกิจการทุกสาขา รวมถึงประชาชนไม่สามารถติดต่อกับบริษัทและนายเมธาได้ จนเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ผู้เสียหายจึงได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ.

พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลอาญา กระทั่งวันนี้ (22 มิถุนายน) เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินทางกลับมาที่ประเทศไทย ลงเครื่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  นำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวอีกว่าสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พร้อมให้การว่า บริษัทมีปัญหาการเงินขาดสภาพคล่อง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงออกคูปองบุฟเฟต์ราคา 199 บาท เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาเพราะมีปัญหาการเงินอย่างหนัก ต้องการนำเงินมาใช้จ่ายในระบบ

แต่สุดท้ายแล้วกลับไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ประกอบกับถูกทวงหนี้กว่า 100 ล้านอย่างหนัก จึงหลบหนีไปตั้งหลักที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีการเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ภายหลังได้รับทราบข่าว ประกอบกับถูกกดดันอย่างหนัก จึงเดินทางกลับมายังประเทศไทยโดยเปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวัน ทั้งนี้ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เบื้องต้นได้นำตัวส่งนำส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัว และจะคัดค้านการประกันตัวในขั้นศาล โดยจะนำตัวไปฝากขังช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (23 มิถุนายน)

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอายัดเงินได้หลักแสนบาท และตรวจยึดเงินสดได้ประมาณ 710,000 บาท  หลังจากนี้ ตำรวจจะสืบสวนสอบสวนขยายผลในเรื่องเส้นทางการเงินว่ามีการยักย้ายถ่ายเทไปที่บุคคลอื่นหรือไม่ หากพบว่ามีเส้นทางการเงินไปถึงบุคคลใด จะเข้าข่ายกระทำความผิดฐานฟอกเงิน รวมถึงขยายผลในเรื่องผู้ร่วมขบวนการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทราบว่ายังมีผู้ก่อเหตุรายเดียวคือนายเมธา

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวอีกว่า ล่าสุด มีผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความ ด้วยตนเองมากกว่า 100 คนและแจ้งความทางออนไลน์มากกว่า 300 คน แต่จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียหายหลายพันคน มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ขณะนี้ ได้มีการรายงานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความได้ทั้งที่ บก.ปคบ. และสถานีตำรวจในท้องที่

รายงานข่าวแจ้งว่า แนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหามีปัญหาหนี้สินจากการประกอบธุรกิจ และไม่สามารถหาเงินไปชำระค่าวัตถุดิบ ทำให้ผู้ผลิตสินค้าและนำมาจำหน่ายให้กับบริษัท ไม่ส่งของเข้ามา จนเป็นเหตุให้ร้านไม่สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้

รายงานข่าว ระบุด้วยว่า หนึ่งในคำให้การของผู้ต้องหารับว่า ที่ตัดสินใจกลับมาเมืองไทย เนื่องจากเห็นข่าวผ่านทางโซเชียลว่าหลังจากผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ตำรวจก็เร่งทำคดี มีการขอศาลออกหมายจับ พร้อมประสานตำรวจต่างประเทศ เพื่อให้ติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ผู้ต้องหารู้สึกเครียดมาก คิดว่าหนีอย่างไรก็คงไม่รอด เเละทนแรงกดดันไม่ไหว ประกอบกับไม่อยากหนีไปตลอดชีวิต ทำให้ตัดสินใจกลับมาไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย

รายงานข่าวแจ้งว่าอีก จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีบริษัทดารุมะ ซูชิ กว่า 303,447,243 บาท สำหรับความเสียหายพบว่ามียอดขายคูปองวอยเชอร์ผ่านแอพฯ 174,177 ใบ ลูกค้ากว่า 33,002 คน คิดเป็นมูลค่า 27,070,915 บาท และมูลค่าความเสียหายจากผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์มาทำธุรกิจ อีก 17,500,000 บาท