เส้นทางนักเตะสู่ผู้จัดการทีมเชลซี

110

สโมสรเชลซี ประกาศแต่งตั้ง แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นกุนซือคนใหม่ของทีมอย่างเป็นทางการ แลมพาร์ดเซ็นสัญญาคุมทีมเชลซีเป็นเวลา 3 ปี

บอกเลยกลับมาครั้งนี้ไม่ง่าย !

เพราะทีมไม่สามารถเสริมทัพได้ แถมเสียตัวหลัก ตัวแบกของทีมอย่างอาซาร์ไปอีก เป็นงานหนักที่แลมพาร์ดต้องเจอในซีซั่นหน้า

ตามสไตล์จู้กหู้กกู้ชอบเล่าความหลังรื้อฟื้นอดีต ในยุครัฐบาลต่ออายุคนวัยเกษียณ 55+

ย้อนไปจุดเริ่มต้นกันยาวๆไปเลย..

ตอนที่แฟรงค์ แลมพาร์ด ย้ายมาเชลซีในปีแรก แฟนๆสิงห์บลูส์ ไม่ได้ชื่นชอบอะไรเขา
แม้จะเป็นคนอังกฤษ แต่แลมพาร์ดย้ายมาจากเวสต์แฮม ซึ่งเป็นคู่ปรับร่วมเมืองลอนดอน

คือมันต่างกับจอห์น เทอร์รี่ ที่เป็นเด็กปั้นของสโมสร

ยิ่งช่วงแรก ที่ย้ายมาเชลซี เขาก่อปัญหา จนสโมสรเสียภาพลักษณ์ไปหลายหน และแฟนๆก็เริ่มฉุกใจคิดว่า นี่เป็นดาวรุ่งอัจฉริยะ หรือเป็นวัยรุ่นจอมสร้างเรื่องกันแน่

หลังจบฤดูกาล 1999-00 แลมพาร์ด ,ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ คีรอน ดายเออร์ ไม่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษชุดยูโร 2000 พวกเขาจึงรวมตัวกันไปเที่ยวที่เมืองอาเยีย นาปา ในประเทศไซปรัส

ทั้ง 3 คน ยังหนุ่มแน่น และเริ่มมีชื่อเสียงในฐานะนักฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เวลาไปนั่งในผับ ก็มีสาวๆเข้าหามากมาย

ดายเออร์ตอนนั้นมีแฟนสาวท้องแก่อยู่ที่อังกฤษ ,ริโอ ก็มีแฟน ส่วนแลมพาร์ดยังไม่มีใคร

ในคืนหนึ่งทั้ง 3 คนไปเที่ยวกลางคืน และหิ้วสาวกลับมาที่โรงแรมด้วย ก่อนจะมีเซ็กส์หมู่

มีเซ็กส์ไม่เท่าไหร่ แต่เพื่อนของริโอ เฟอร์ดินานด์ได้ถ่ายวีดีโอเก็บเอาไว้ด้วย โดยในคลิป มีช็อตที่เห็นหน้าแลมพาร์ดชัดเจน

เหตุการณ์ผ่านไป ทุกอย่างเหมือนจะไม่มีอะไร แต่แล้วพอแฟรงค์ กลับมาถึงอังกฤษ คุณพ่อของเขา ก็โทรศัพท์มาหาอย่างร้อนใจ

หนังสือพิมพ์นิวส์ ออฟ เดอะเวิลด์ มีคลิปวีดีโอของแกที่อาเยีย นาปา เขาจะตีพิมพ์เรื่องนี้ฉบับวันรุ่งขึ้น” แฟรงค์ซีเนียร์เผย

“ทำไมแกโง่ได้ขนาดนี้”

แลมพาร์ดถึงกับช็อก และทำอะไรไม่ถูก เขาจำได้ว่าเพื่อนริโอถ่ายคลิปเอาไว้ แต่ไม่คิดว่ามันจะหลุดไปถึงมือสื่อมวลชนได้

แลมพาร์ดโทรหาเอเยนต์ส่วนตัว แต่ก็ได้รับคำยืนยันว่า ทำอะไรไม่ได้แล้วสื่อจะแฉข่าวนี้แน่นอน

“ผมรู้สึกตัวเองโง่เง่า และรู้สึกอับอาย ตอนนี้ทั้งประเทศจะรู้ทุกอย่างในห้องนั้น

ผมพยายามเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นในหนังสือพิมพ์เช้าวันอาทิตย์”

หลังจากนิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์เล่นข่าว ซึ่งริโอ กับ คีรอน ดายเออร์ นั้นสื่อก็ไม่ได้เซอร์ไพรส์มาก เพราะมีภาพลักษณ์แบดบอยอยู่แล้ว

แต่กับแลมพาร์ด ที่เกิดมาในครอบครัวของนักฟุตบอล ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะร่วมวงกับเรื่องอะไรแบบนี้ได้

“ผมไม่เคยรู้สึกอับอายอะไรขนาดนี้มาก่อนในชีวิต พ่อผมพูดถูก ทำไมผมโง่ได้ขนาดนี้

ผมไม่อยากโดนตราหน้าจากสังคมว่าเป็นคนไม่ดี อยากให้คนพูดถึงผมว่าเป็นนักฟุตบอลที่น่ายกย่อง แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันเลวร้ายจริงๆ

ช็อตที่แย่ที่สุด คือเมื่อแม่ของแลมพาร์ด แพท รู้เรื่องนี้ครั้งแรก เธอไม่ได้โกรธ แต่เธอเสียใจ
“ลูกทำให้พ่อแม่ผิดหวัง นี่ไม่ใช่ลูกเลย”

วันที่ 11 กันยายน 2001 มีเหตุการณ์สำคัญของโลก คือวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ที่นิวยอร์ก

จอห์น เทอร์รี่, โจดี้ มอร์ริส,แฟรงค์ ซินแคลร์ และกุ๊ดยอห์นเซ่น และ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไปฉลองยันตี 5 ที่ร้านเหล้าในโรงแรมฮอลิเดย์อินน์

แต่…แลมพาร์ดปรับปรุงพฤติกรรมที่ไม่ดีทุกอย่าง และโฟกัสที่สนามซ้อม จนใครๆก็ยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่ซ้อมหนักมากที่สุดของสโมสร ซึ่งผลจากการซ้อม ก็ทำให้เขาเล่นได้โดดเด่นขึ้นในสนามจริงด้วย

แลมพาร์ด ต้องใช้เวลาพอสมควรทีเดียว กว่าที่จะเปลี่ยนความรู้สึกของแฟนบอลเชลซี ที่เคยไม่ชอบหน้า

เขาก็พิสูจน์ตัวเองให้เห็น ว่าเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

แลมพาร์ดคนนี้ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นที่ทำอะไรไม่ยั้งคิดเหมือนเมื่อก่อนอีก และจากความพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดแฟรงค์ แลมพาร์ดก็ทำได้ ..

เขากลายเป็นที่รักของแฟนๆเชลซีได้จริงๆ