เส้นทางสีกากี 36ปี ของ บิ๊กบัว

2670
เดอะบัว-พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น  อดีต ผบช.น.
 
1 ในตำนานนักสืบนรต.36 ที่ได้ถอดหัวโขนออกเมื่อวันที่1ต.ค.62 หลังรับใช้ราชการมา36 ปีนับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และจบออกมาในปี 2526
มีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับบิ๊กบัว ก่อนจะถึงวันเกษียณอายุไม่กี่วัน เรามาย้อนเส้นทางชีวิตสีกากี 36ปีที่ผ่านมาของบิ๊กบัวกันครับ
 
จบอยู่ภูธร เพื่อนใหม่เอาเข้า น.
 “บรรจุครั้งแรกเป็น รอง สว.สส.สภ.อ.เมืองขอนแก่น  จากนั้นไปอยู่ สภ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เข้านครบาลมาอยู่ สน.ดินแดง เป็น รอง สว.สอบสวน 1 ปี  หลังจากนั้นไปเป็น รอง สว.สส.สน.สามเสน  
พี่บอกได้เลย ว่า ใหม่(พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์) ช่วงเรียนไม่ได้สนิทอะไรกันมากมาย แต่เพื่อนบางคนที่ไปเล่าให้เขาฟัง อยากให้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ เขาเลยเอามา โดยที่เราเอง ไม่รู้เรื่องเลยนะ…..” นายพลนักสืบย้อนอดีตชีวิตราชการ
 
นายเวรอ.ตร.ดึงมาเป็นสว.สืบธนฯ
หลังจากนั้นไปอยู่ 191 เป็น รอง สว.สืบพิเศษ นอกเครื่องแบบ ขึ้นเป็น สว.สืบ จ.นครปฐม  แล้วมาอยู่สืบธนฯ คนที่เอามาคือท่านจักรทิพย์ ตอนนั้นเป็นนายเวรท่านพจน์ ให้เข้ามาช่วยทำงาน
แล้วไปเป็น สว.สอบสวนสน.บางซื่อ   3-4 เดือน ขึ้นเป็น รอง ผกก.สืบ สอบ โพธาราม อยู่ได้แป็ปหนึ่ง มาช่วยราชการที่กองปราบ เป็นรอง ผกก.3 กองปราบ สมัยพี่วิน(พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง)  
 
ขึ้นผกก.สืบสวนภาค 6
ขึ้นเป็น ผกก.สืบ ภาค 6 สมัยท่านกิตติ สินธุสุวรรณ   พี่เคยอยู่กับแกที่ภาค7  เคยทำงานด้วยกัน  ท่านเมตตา ให้ไปเป็น ผกก.สืบภาค ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา เป็น ผกก.กำลังพล ให้พี่กิตติ จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ เป็นผกก.สภ.วังทอง พิษณุโลก อยู่กับท่านกิตติ หมดเลย
 
เป็นผกก.สายตรวจรถวิทยุ191
หลังจากนั้นไปอยู่ ตม.เป็นผกก.สืบ 1 ปี สมัยท่านอัมรินทร์ เนียมสกุล แล้วย้อนไปสืบภาค 6 อีกครั้ง สมัยท่านยุทธนา ท่านอดิศร นนทรีย์ อยู่กับท่านวิโรจน์ จันทรังษี แป็ปหนึ่ง ท่านย้ายจาก น.ไป 6  แล้วพี่หยม(พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช) ก็เอาพี่มา เป็นผกก.สายตรวจ191 ยุคท่านอดิศรเข้ามาเป็น ผบช.น.
 
รองผู้การหน้าห้องผู้ช่วย ผบ.ตร.
อยู่ได้4-5 เดือน ขึ้นรองผู้การ ประจำสำนักงานของท่านอัมรินทร์ หลังจากที่ท่านเป็น ผบช.สพฐ แล้วได้เป็นผู้ช่วย  จะมีตำแหน่ง ผู้การประจำสำนักงาน รองผู้การประจำสำนักงาน  
ท่านให้ไปเป็นรองผู้การประจำสำนักงาน จากนั้น 4 เดือน ท่านเกษียณ พล.ต.อ.อัศวิน เป็นผบช.น. ก็เมตตาให้พี่กลับมาเป็น รองผู้การ 191  
 
 ขึ้นผู้การสืบภาค 7
ขึ้นผู้การสืบภาค 7 พอ 3 ปี ขึ้นรอง ผบช. เป็น 2 ปี ขึ้น ผบช.ภ.7 แทนพี่หยม จาก ผบช.ภ.7 ก็มา สตม.แล้วก็มานี่ เป็น 3 ผบช.รวมเวลา 3 ปี  
ภูมิใจทุกที่ ทุกตำแหน่ง
รับราชการมา 36ปี ภูมิใจทุกที่ที่อยู่  ทุกตำแหน่ง ถือว่าได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ชีวิตแทบไม่เคยถูกย้าย มีครั้งเดียวในชีวิต โดนโดยไม่รู้ตัว นอกนั้นมีแต่ขอให้ไปอยู่ตรงนั้นนะ ไปช่วยตรงนี้นะ บอกตรงๆเลย ชีวิตแทบไม่เคยลา เพราะการเป็นนักสืบ เสมือนได้ไปเที่ยวในตัวอยู่แล้ว ไปจังหวัดนั้น จังหวัดนี้ ต้องไปทำงานกับลูกน้อง  
 
หลังเกษียณกลับไปอยู่บ้าน
ถามว่าเตรียมการอะไรมั้ย หลังเกษียณ ก็ธรรมดานะ เตรียมไว้อยู่แล้ว จะต้องทำอะไรอย่างไร คงกลับไปอยู่บ้าน ทำธุรกิจบ้าง มีหุ้นส่วนบริษัทรถตู้ วงษ์ปิ่น วิ่งกรุงเทพฯ-เพชรบุรี
ก็ธรรมดาไม่ได้รู้สึกหวิว เป็นธรรมชาติเพราะคนเราชีวิตเคยอยู่กับงาน แต่คนเราก็เป็นธรรมชาติ เมื่อถึงเวลา
 
คอยดูแลเลี้ยงหลาน 3 คน
เพียงแต่คิดว่า ชีวิตเราปกติเคยตื่นแต่เช้ามืด โดยเฉพาะช่วงหลัง  จะคิดในใจอย่างตลกๆ ทีนี้ตื่นมาเช้ามืดแล้ว จะทำอะไร
ยังพูดอยู่กับน้องๆ บางคน คงต้องออกกำลังกายตั้งแต่เช้ามืดจน 10 โมง ค่อยออกไปทำภารกิจ หรืองานในหน้าที่ ไปดำเนินชีวิตหลังเกษียณ หรือไม่ก็อยู่บ้านเลี้ยงหลาน ตอนนี้มี 3 คน คนโต 4 ขวบกว่า อีก 2 คน เป็นแฝด
 
มีวางแผนเที่ยว แต่ไม่ไปไหนไกล
ก็มีวางแผนท่องเที่ยว แต่ไม่ได้คิดไว้ขนาดนั้น เพราะปกติไม่ค่อยชอบเดินทาง พออายุมากๆ  ไม่ค่อยอยากไปไหนไกลๆ  เป็นตำรวจ 36 ปี  ที่ไปต่างประเทศไปราชการทั้งนั้น
มีเกาหลี 1 ครั้ง ไปดูงานเรียนสถาบันพระปกเกล้า อเมริกา ไปดูงานตอนอยู่ ตม.ไปกับสันติบาล เยอรมัน ไปเรื่องคดีพระ นอกนั้นไม่มีไปไหน นอกจากสิงคโปร์ ฮ่องกง ใกล้ๆ
ภูมิใจนายไว้วางใจ ให้เป็น น.1
 อย่างที่เรียนให้ทราบว่า อายุพี่เยอะ แต่ได้รับความเมตตาจากท่าน ผบ.จากนาย มาจบที่ ผบช.น.จริงๆ ไม่เคยคิด พี่ว่าน้อยคนที่คิดว่าตัวเองจะเป็น ผบช.น.
เอาแค่ได้ติด พล.ต.ท.ก็เหนื่อยแล้ว แต่นี่คือสิ่งหนึ่งที่ภูมิใจที่ผู้บังคับบัญชา ไว้วางใจ โดยเฉพาะการมาเป็น ผบช.น.เป็นภารกิจหลายหน้างาน หลายด้าน
 
ดูแลทุกข์สุขชาวบ้านให้ทุเลา
แล้วแต่ละด้าน ส่วนใหญ่ตำรวจทุกคนรู้ ไม่ว่าจะเรื่องของสังคม ก็คือเศรษฐกิจ หรือคดีที่เกิดขึ้นอะไรต่างๆ มันเยอะกว่าที่อื่น พอคดีเยอะก็ต้องดูแล และปกครองลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ดูแลคนที่เขาเดือดร้อน
ก็คือพี่น้องประชาชนที่มาร้องทุกข์ มาแจ้งความอะไรต่างๆไม่ใช่แค่เราติดตามคดีอย่างเดียว ต้องติดตามเรื่องให้มันลุล่วง ให้ได้รับความทุเลา ความเดือดร้อนของเขา
 
เน้นกำชับให้ตำรวจปฎิบัติหน้าที่              
แล้วเรื่องของกลุ่มคนต่างๆ เรื่องของความคิดต่าง อะไรต่างๆ แต่ในช่วงของพี่ก็ยังดีใจ ว่าช่วงที่มารับภารกิจ 1 ปี เรื่องกลุ่มของผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ค่อนข้างที่จะเบากว่าช่วงก่อนหน้านี้
จะหนักไปในเรื่องของการปกครอง บังคับบัญชา ให้ปฏิบัติไปตามระเบียบและข้อบังคับ ที่จะต้องดูแลประชาชน หรือดูแลคนที่เขาได้รับความเดือดร้อน อันนี้คือสิ่งที่พี่ตั้งใจ
 
ชมเปาะทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ
ที่ประทับใจคือแม้ว่าจะเป็นเมืองหลวง ภารกิจและงานหนัก แต่ได้รับความร่วมมือจากน้องๆ ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน ได้รับความร่วมมืออย่างดี ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ หน่วยงานข้างเคียง ทหาร มีภารกิจที่เกี่ยวพันกัน ในช่วงขณะที่ปฏิบัติภารกิจ หรือแม้กระทั่งสื่อมวลชน ยอมรับว่าพี่ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากแทบทุกหน่วยงาน นี่ก็สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราดีใจ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากน้องๆ หรือหน่วยงานข้างเคียง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวพันกับภารกิจ พี่ว่าอะไรมันก็ยาก แต่นี่คุยกันก็ดี ร้องขอกันก็ดี ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ
 
เราให้เกียรติเขา เขาก็ให้เกียรติเรา
จากภารกิจที่มันยาก หรือเหนื่อย กลายเป็นง่ายขึ้น เบาขึ้น อันนี้คือสิ่งที่สำคัญ อาจมีส่วนเรื่องมนุษยสัมพันธ์ ส่วนหนึ่งคือถ้าเรารู้จักให้เกียรติเขา เขาก็ต้องให้เกียรติเราเหมือนกัน นี่พูดกันอย่างตรงไปตรงมา  พี่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เป็นธรรมชาตินะ ใครปฏิบัติกับเรายังไง เพราะฉะนั้นพี่ถือว่านี่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ
 
แค่คิดช่วย ถือเป็นบุญคุณต้องทดแทน
ต้องบอกตรงๆ นิสัยพี่ แค่คิดช่วยเรา พี่ก็ถือว่าเป็นบุญคุณแล้ว ไม่ต้องถึงขนาดช่วยเราได้อย่างจริงจัง แต่แค่มีจิตใจหรือมีน้ำใจในการคิดช่วยเรา ก็ถือว่าอันนี้เป็นบุญคุณที่เราต้องตอบแทน

อันนี้เป็นความสัตย์จริง ในจิตใจพี่ ใครคิดช่วยเรามีน้ำใจให้เรา ถือว่าเขานั่นกับเราแล้ว ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ถ้าเราทำอะไรให้ได้ ต้องทำ ต้องตอบแทน อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้พี่ได้โตถึงขนาดนี้เมื่อถามว่า วิเคราะห์คดีอาชญากรรมที่จะเกิดในอนาคต จะมีสิ่งใดแนะตำรวจรุ่นน้องบ้าง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ บอกให้ฟังว่า

เศรษฐกิจไม่ดี คดีเกี่ยวกับทรัพย์จะเพิ่ม              
พี่เป็นนักสืบมาตลอดชีวิต อยากบอกตำรวจรุ่นน้องให้รับมือ ถ้าถามใจพี่ มีความเป็นห่วง ณ เวลานี้ คดีโดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีเมื่อไหร่ คดีเกี่ยวกับทรัพย์ มันก็เยอะทั้งลัก วิ่ง ชิง ปล้น ยกตัวอย่าง คดีลักทรัพย์ ถ้าไม่ให้ความสำคัญ เห็นเป็นเรื่องเล็ก มันจะสร้างความเดือดร้อนขยายวงออกไป

เช่น แก๊งลักตู้เซฟ แก๊งลักรถ มันจะพันกันไปหมด พี่ถึงบอกว่า เรื่องพวกนี้ ถ้าผู้บังคับบัญชามองแต่คดีที่สำคัญมากๆ เช่น คดีฆ่า ที่มีสื่อมวลชนเสนอข่าวคือพวกนี้

ถ้ามองอย่างนี้อย่างเดียวเมื่อไหร่ ก็จะแย่ คำว่าจะแย่ คือจะทำให้ตำรวจโดนตำหนิ ติเตียนไปเรื่อยๆ
 
ตร.มีมาตรการดี แต่ปฏิบัติไม่จริงจัง
ต้องยอมรับว่า ตอนนี้การบริการประชาชนเราค่อนข้างจะแย่ ทั้งๆ ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยายามปรับหลายสิ่งหลายอย่าง ออกมาตรการ ออกกฎเกณฑ์มาค่อนข้างดี

แต่ถามว่าขั้นตอนการปฏิบัติ หรือผู้ปฏิบัติ ได้ปฏิบัติอย่างจริงจังมั้ย ถ้าสามารถปฏิบัติได้อย่างจริงจัง พี่มั่นใจว่าจะกู้วิกฤตสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ หรือกู้วิกฤตตำรวจได้

แต่ถ้าไม่ปฏิบัติก็จะค่อนข้างยาก ทั้งที่ตัวพี่เอง พยายามย้ำ อะไรหลายๆ สิ่ง
 
ชาวบ้านเป็นคนชี้ ผ่านไม่ผ่านเกณฑ์
แต่เดี๋ยวจะคิดว่าทำไมตอนคุณเป็น คุณดูมั่งหรือเปล่า เราไปบ่นมาก หรือไปอะไรมาก ณ เวลานี้ มันก็จะถูกย้อนกลับ หรือเราจะคุยว่า เราถือว่าเราสำเร็จหรือไม่ ส่วนใหญ่จะมองว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว ตัวเองเก่งแล้ว พี่ถึงได้ใช้คำว่า ความสำเร็จหรืออะไรต่างๆ

พี่ไม่อยากมองด้วยตัวพี่เอง มันเข้าข้างตัวเราเอง พี่อยากให้สังคม ตำรวจ เป็นคนชี้ ว่าเราผ่านกฎเกณฑ์หรือไม่ หรือชาวบ้านที่เขารู้ ให้เขามอง แต่ ณ เวลานี้ พี่พูดอย่างลูกผู้ชายเลย พี่พยายาม ตั้งใจปฏิบัติภารกิจ ยังมองว่าต้นทุนของพี่เองทางสังคม ในฐานะเป็นตำรวจ พี่ยังมองว่าไม่ดีเท่าที่ควร
 

ให้แต่ละคนมีความรับผิดชอบ
ทั้งๆ ที่ ทั้งชีวิตพี่ พี่มั่นใจในตัวเองมาก ว่าพี่ไม่ได้เป็นคนเกียจคร้าน ตั้งแต่เริ่มรับราชการมา แต่ยังมองว่า สังคมมันยังคาดหวัง พี่ถึงพูดว่า ถ้าตราบใดแล้ว ตำรวจเรายังไม่พยายามคิด และมีจิตสำนึกที่ดี แล้วจะคอยให้ผู้บังคับบัญชา มานั่งตรวจสอบอย่างเดียว  

พี่ว่าแต่ละคนก็ต้องมีความรับผิดชอบ อยากจะบอกน้องๆ แต่ละคน การเป็น ผกก.โรงพัก ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ  
 
ตั้งใจทำให้ดีที่สุดในหน้าที่ตัวเอง
แต่ไม่ใช่น้อยใจ หรือท้อแท้  พยายามตั้งใจทำให้ดีที่สุดในหน้าที่ตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหน แม้กระทั่งพี่เป็นพนักงานสอบสวน คนบอกว่า พี่เป็นนักสืบมาทั้งชีวิต หน้างานสอบสวนพี่ก็ไม่เคยถูกตั้งกรรมการ

พี่อยู่ดินแดง 1 ปี  ไม่เคยถูกตั้งกรรมการ  ได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชา บางครั้งพี่ต้องทำสำนวนในขณะที่พี่ไม่ได้เข้าเวรด้วยซ้ำ  พยายามทำในหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

เพราะต้องเรียนให้ทราบตรงๆ เกรงใจเพื่อนที่เข้าเวรต่อเรา ไม่อยากให้เขาเสียชื่อ ไม่อยากให้เขาเสียหาย ถึงต้องตั้งใจ

ไม่อยากให้ใครที่สนับสนุนเราต้องอาย
เหมือนกับทุกตำแหน่ง ที่คนที่เขาสนับสนุนเรา ไม่อยากให้เขาอาย ไม่อยากให้ใครมาว่า พี่ถึงเล่าให้น้องๆฟัง ว่าพี่รับราชการมา แทบไม่เคยโดนใครตำหนิ ไม่เคยโดนผู้บังคับบัญชาตำหนิ พอเราเริ่มรู้ว่าเราผิด เราก็ขอโทษ แล้วพยายามปรับแก้ ไม่ต้องมีใครมานั่งด่า

อันนี้คือสิ่งที่สำคัญ พี่ถึงบอกว่า อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้โตหรือเปล่าก็ไม่รู้

แต่ถามว่าเป็นห่วงเป็นใยเรื่องของน้องๆนักสืบ มากมั้ย พี่ก็คิดว่า ถ้าน้องตั้งใจทำงาน ตำรวจไทยเราเก่ง นักสืบเนี่ย พี่มองว่าการเรียนรู้ ค่อนข้างเรียนรู้กันได้เร็ว
 
ไม่มีอะไรยากถ้าให้ความสนใจ
การเป็นนักสืบ ไม่ได้เป็นกันยากนัก ถ้าถามใจพี่ ถ้าน้องให้ความสนใจ ให้ความสำคัญกับมัน พี่ว่า มันไม่ได้เป็นยาก อาศัยประสบการณ์บ้าง นอกนั้นเดี๋ยวนี้ก็เป็นเรื่องเทคโนโลยี แล้วก็นิติวิทยาศาสตร์ จะไปนอกลู่นอกรอยอย่างสมัยก่อน พี่ว่ามันไม่ง่าย

ณ เวลานี้ ใช้เทคโนโลยี ใช้นิติวิทยาศาสตร์กันเป็นหลัก อย่างอื่นคงไม่มีอะไร ขออย่างเดียว ให้น้องๆ มีความตั้งใจ พี่ว่าน้อยเรื่องที่จะไม่สำเร็จ น้อยที่ว่าจะไม่ได้รับความร่วมมือ
สิ่งสำคัญ ต้องรู้จักการให้เกียรติ
พี่จำไม่ได้เลยว่าใครที่ปฏิเสธในการช่วยเรา แทบไม่มีเลย  ตรงนี้แหละ คือสิ่งที่พี่บอกว่า ทำให้เราประสบความสำเร็จ ขออะไรก็ให้หมด อยากให้ทุกคนคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือหน่วยงานข้างเคียง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อย่างที่พี่บอก ถ้าน้องให้ความสำคัญกับเขา ให้เกียรติเขา ก็มั่นใจว่าเขาจะให้ความร่วมมือกับเรา นี่คือสิ่งสำคัญต้องรู้จักให้เกียรติ
 
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ ปิดท้ายด้วยการให้ข้อคิดที่บ่มมาจากชีวิตราชการทั้งชีวิต

นั่นคือการให้เกียรติซึ่งกันและกันครับ
                                  

 กากีกลาย /10/62