เอาให้จุใจ! เจาะลึกๆ พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 (ตอนที่ 2)

5135

image

image

 อต่ออีกวันครับ เอาให้จุใจ เจาะใจพล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7

อีกเรื่องคือ การลักทรัพย์ในเคหะสถาน ไม่เยอะ แต่สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุด คือ เรื่องตู้เซฟ ตอนมาอยู่ใหม่ๆ จะมี 2 ชุด ที่ทราบคือเข้ามาลัก แล้วหายแทบทุกวัน ตอนที่ผมมารับราชการที่นี่ เป็นผู้บังคับการใหม่ๆ แต่พอหลังจากนั้น ผมก็เคี่ยวเข็ญกับทั้ง สภ.ให้ช่วยกับสืบจังหวัด สืบภาค ให้ช่วยกันจนสามารถจับกุมได้ทั้ง 2 ชุด จนเงียบหายไป ตอนนี้ก็เริ่มเกิดขึ้นมาใหม่ ก็มีส่วนที่ออกจากคุก และบางส่วนยังไม่ถูกจับ ก็ย้อนกลับเข้ามา แต่ตอนนี้ก็เริ่มจับได้อีกแล้ว ผมก็เชื่อมั่นว่าจะหยุดชะงักการดำเนินการ ผมก็บอกเลยว่า สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ชุด กลุ่มแก๊งคนร้าย หยุดการปฏิบัติการได้ ก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจเราต้องจริงจัง ในการดำเนินการสืบสวน จับกุมให้ได้ เพราะต้องยอมรับว่ากำลังพลของเราตอนนี้ ความเจริญมากขึ้น ตำรวจเราก็เท่าเดิม ถูกมั้ย สภาพเศรษฐกิจประกอบ เราต้องยอมรับ เพราะฉะนั้นคดีมันก็ต้องเกิดเยอะ เอางานป้องกันลงมาอย่างเดียว บางทีกำลังตำรวจบางโรงพักก็ไม่พอ ผมถึงบอกว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องเหนื่อย ก็คืองานสืบสวน ในการที่จะสืบสวนติดตามจับกุม และส่งเขาเข้าคุกให้ได้ หยุดชะงักการทำงานของเขาให้ได้ นี่แหละ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

 จะมีคดีเดียวก็คือเรื่องข่มขืนคนแก่ คดีนี้ก็ยังสืบสวนติดตามอยู่ มีความพยายามที่จะรื้อใหม่ แต่ก็ไม่ใช่เฉพาะผม ท่านผู้บัญชาการที่มาก่อนผม ท่านชาญเทพ ก็พยายามที่จะรื้อตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุแล้ว ในสมัยแก แล้วมาเกิดเหตุ แกมาถึงก็ต้องการรื้อเก่าๆ ว่าทำไม มันเป็นปมที่แม้กระทั่ง ตร.เอง ก็ใส่ใจ แต่ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงว่า ยังแกะไม่ออก ว่าอะไรมันเป็นยังไง ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคุยกับผู้การศูนย์สืบ อยู่ตลอด

image

ในพื้นที่ 8 จังหวัด ไม่ได้ห่วงจังหวัดไหนมากที่สุด ไม่ห่วงเลย โดยเฉพาะในเรื่องคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ หรือคดีอะไรต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ จะห่วงอยู่อย่างเดียวคือ เรื่องของความมั่นคง ซึ่งในเมืองที่เป็นเมืองท่องเที่ยว มีแหล่งท่องเที่ยวเยอะ ก็อย่างที่ผมบอก ผมใช้กำลังตำรวจในพื้นที่เต็มที่ โดยเฉพาะในเมืองหัวหิน ทางจังหวัดเขาก็ได้มีการบูรณาการ กับหน่วยงานโดยเฉพาะฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ได้ช่วยกันออกตรวจตราตามสถานที่ต่างๆ ที่มันเป็นจุดล่อแหลม ทุกอย่าง

 ในส่วนของกลุ่มผู้มีอิทธิพล แก๊งเงินกู้ นักการเมืองท้องถิ่น ตรงนี้ไม่หนักใจ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าโดยปกติเราจะต้องเป็นห่วงเรื่องคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ คดีฆ่า อะไรพวกนี้ แต่ผมดูแล้ว ไม่เป็นกังวล เพราะผมมองว่า ในพื้นที่ ณ ชั่วโมงนี้ ตั้งแต่ผมอยู่กันมา ผมมองว่าจะมีคนที่เป็นผู้มีอิทธิพลอย่างรุนแรงในการที่ชอบเข่นฆ่า หรือใช้กำลัง หรือให้คนไปฆ่ากัน หรือซุ้มมือปืน ผมว่าน้อย แทบไม่มีเลย ต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมา แล้วผมมองว่าสมัยนี้ต้องใช้คำพูดว่า หมดยุค เพราะเก่าๆ ก็แก่ลงไป แล้วต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้ทุกคนก็รู้กันหมดแล้ว ยังจะทำตัวเป็นหัวหน้าซุ้มอยู่อีก ผมว่าก็คงไม่รอด โดยเฉพาะช่วงขณะนี้ เพราะว่ามีทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ช่วยกันเอ็กซเรย์ อย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้นผมมองว่าไม่น่ามี และดูแล้วผมก็ยังไม่เห็นว่ามีอะไรที่อุกอาจ และทางทีมงานก็จับกุมเข้มข้น

พูดถึงทีมงานสืบสวน เพื่อนร่วมรุ่นค่อนข้างเยอะ มีเพื่อนเป็น ผบ.ตร.ด้วยนั้น พื้นฐานผมๆ ว่าเขาเข้าใจในสถานภาพของเขาเอง เอาภาค 7 ก่อน ผมเองก็เข้าใจในสถานภาพตัวผม ต่อผู้บังคับบัญชา ผมก็มีเพื่อนเป็นผู้บังคับบัญชาในระดับ ตร.อย่างเช่น ผบ.ตร.ท่าน สบ 10 พี่ใหม่ ท่านดริ้ง ผู้ช่วย ท่านช้าง อะไรอย่างนี้ ผมก็รู้ว่าผมมีหน้าที่อย่างไร เขามีหน้าที่อย่างไร คือถ้าผมมองว่า ถ้าเรารู้หน้าที่ซึ่งกันและกันแล้ว ไม่อึดอัดเลย โดยเฉพาะในภาค 7 ผมก็ดูทุกคนเขาก็รู้หน้าที่ของเขา ว่าเขาต้องปฏิบัติอย่างไร ผมว่าบางคนเขาเข้าใจดีด้วย ยิ่งมีเพื่อนเป็นผู้บังคับบัญชา ผมว่าบางคนเขายิ่งเกรงใจ ยิ่งปฏิบัติมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าเป็นผม ถ้าเพื่อนผมเป็นผู้บังคับบัญชา ผมก็ยิ่งต้องทำงานมากขึ้น ให้ดีมากขึ้น เพราะไม่อยากให้ใครมาตำหนิเพื่อนเรา ไม่ได้ตำหนิตัวเรา เป็นเรื่องธรรมดา

image
รุ่น 36 ในภาค 7 ตอนนี้ก็มี ท่านรองฯ กฤษณะ ทรัพย์เดช ท่านรองฯ กฤษณะ ปิยะวัฒน์ ท่านดาวลอย เหมือนเดช 3 รองผู้บัญชาการ ระดับผู้การจังหวัด ก็จะเหลือ ผู้การ จ.กาญจนบุรี ผู้การ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก็เหลือแค่นี้ นอกนั้นก็จะเป็นระดับรองผู้บังคับการ กระจายกันอยู่แทบทุกจังหวัด หัวหน้าสถานี ระดับ ผกก.ก็มีไม่กี่ สภ.มีทั้งเพื่อนที่เป็นทั้งผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา ผมก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด คิดว่ามันกลับเป็นเรื่องที่ดี เพราะคุยกันง่าย รู้เรื่อง และโดยเฉพาะผมก็อยู่ที่นี่หลายรอบ โดยเฉพาะทางศูนย์สืบ มีเพื่อนเป็นผู้บังคับการ ผมว่าแฮปปี้ ที่ว่าแฮปปี้คือมันไปในทิศทางเดียวกัน ผมต้องการทีมเวิร์ก หรือว่าผมต้องการขนาดไหน เอาเด็ดขาดแค่ไหน อย่างไร ก็เหมือนรู้ใจกัน อันนี้พูดกันแบบตรงไปตรงมา ก็จะบอกเลย ว่าอันนี้ไม่ไหวแล้วนะ ก็ไม่ต้องอธิบาย จะรู้กัน กำนันนี่ไม่ไหวแล้วนะ คุณต้องหาทางเอาให้ได้ ต้องจับให้ได้แล้วนะ ก็รู้กันเลยแบบนี้

มาถึงตรงนี้ ที่ได้เป็นผู้บังคับบัญชาระดับภาค ตอนนี้ก็ยังถือว่าแค่รักษาการ มันยังเป็นอะไรที่ถือว่าเราก็ทำตามหน้าที่ของเรา จะให้พูดอะไรมากมาย ก็คงยังพูดไม่ได้ ขั้นตอนอะไรก็ยังไม่เต็มตัว แต่ถามว่าการปฏิบัติ ก็คล้ายๆ กับตอนเป็นรองผู้บัญชาการ เพราะระบบงานคล้ายๆ กัน เพียงแต่ความรับผิดชอบมันอาจจะมาก มีหลายด้านมากขึ้น แต่ก็มีรองฯ ท่านต่างๆ มาช่วย เพียงแต่ว่าเราจะได้มาดู มากลั่นกรอง ภาพรวมมากขึ้น

ผมมารับหน้าที่ในช่วงนี้ ผมก็ให้ดำเนินการเหมือนท่านผู้บัญชาการชาญเทพ และให้นโยบายตลอดให้รับคดี 100% อย่าง สถิติรถหายนี่ ค่อนข้างจะเป็นสถิติเกือบ 100% ของจริง เพราะถ้าไม่ทำให้ปรากฏให้เห็นสถิติที่จริง ก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปในเรื่องของงบประมาณ ในเรื่องของกำลังพล ในเรื่องหลายๆ อย่าง เพราะมัวแต่มานั่งกลัว ว่าเขาจะเห็นตัวเลข คดีเราเกิดเยอะ ทำไมเราปราบปรามไม่ได้ ผมยอม เพราะไม่งั้นเราก็ไม่รู้ เราจะใช้ในการวิเคราะห์อะไรต่างๆ นี่คือเรื่องสำคัญ ผมถือมาก พนักงานสอบสวนไม่แจ้งฝ่ายสืบสวน คือ พอรับคดี สอบปากคำแล้ว ตัวเองก็เก็บไว้ไม่แจ้งใครเลย หรือไม่ลงเลขคดี ผกก.ก็ไม่รู้เรื่อง ไม่ลงประจำวัน ผกก.ก็ไม่รู้เรื่อง เราต้องพูดกันตามข้อเท็จจริง จะให้เขานั่งอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ไม่ได้ แต่ขออย่างเดียว ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง สืบสวนอยู่โรงพัก ขึ้นมาบ้าง ลงไปห้องตัวเองบ้าง หรือทำหน้าที่ ติดต่อได้ พอมีคนมาแจ้งความ สอบสวนบอกสืบสวน สืบสวนลงไปดูที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่วิทยาการไปด้วยกัน ไปดูที่เกิดเหตุ ไปเก็บพยานหลักฐาน ผมว่าแค่นี้ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว ไม่ต้องถึงขนาดนั่งอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง อย่างที่กำหนดหรอก ให้รู้หน้าที่ ถ้าทุกคนรู้หน้าที่

image
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือขั้นตอนแรก พนักงานสอบสวน ต้องรับ ต้องแจ้ง พอมีคนมาแจ้งความ ต้องบอกสืบสวน แต่เหตุที่ไม่บอกเพราะตัวเองไม่อยากทำ นี่บอกตรงๆ ผมตำหนิ มากที่สุด ผมบอกเลยว่า กรมตำรวจจะไปไม่รอดก็ตรงนี้แหละ เราต้องคุยกันอย่างไม่เข้าข้างตัวเราเองมากนัก ผมพูดกับตำรวจทุกระดับ หน้างานของตำรวจ หลักๆ คือ ปราบปราม กับสืบสวนจับกุม แล้วก็สิ่งหนึ่ง หลังจากเกิดเหตุแล้ว ก็สอบสวน ถูกมั้ย งานสอบสวน ปราบปรามเราล้มเหลว สมมติ เราไม่ลดปัญหา สมมติมีคนร้ายขึ้นบ้าน พอเขามาแจ้งความกับสอบสวน แล้วสอบสวนไม่รับ ใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หรือไม่อะไรก็เจ๊งแล้ว ไปไม่เป็นแล้ว แล้วถ้าสอบสวนรับ สอบปากคำดีกับชาวบ้าน นี่ก็ยังดีนะ แต่ไม่บอกสืบสวน ทางสืบสวนก็ไม่รู้เรื่อง พอไม่รู้เรื่อง มันก็ไม่ตาม มันก็ไม่ทำ ขนาดบอกทันทียังตามแทบไม่ค่อยจะได้ ถูกมั้ย นี่ไง ผมบอกว่ามันจะเจ๊ง ก็เจ๊งตรงนี้ ระหว่างทาง นี่คือสำคัญที่สุด ที่กรมตำรวจจะไปไม่รอด เพราะทาง ป.นี่ แทบเสียหายน้อย ก็สังเกตดู งาน ป.สายตรวจ ไม่มีใครพูดถึง จะพังเพราะสายตรวจไม่ออกตรวจ มันมีน้อย

 จริงๆ แล้ว ถ้ากรมตำรวจ แก้ไขงานสอบสวนให้ได้ ให้ทุกคนมีจิตสำนึกรู้หน้าที่ของตัวเอง ผมว่ายังไงใครก็ทำอะไรตำรวจไม่ได้ หลักๆ ก็คือรู้หน้าที่ตัวเอง เท่านั้นเอง มันครอบคลุมหมดแล้ว ตอนนี้ ตร.ก็ต้องยอมรับแล้ว ตร.ก็พูดอยู่ บางท่านก็พูดว่า ไม่ต้องไปเอาหน้างานพิเศษอะไรมาเพิ่มเติมหรอก แค่ให้ปฏิบัติตามที่ ตร.เคยเขียนไว้ตั้งแต่เก่าๆ มันครอบคลุมหมดอยู่แล้ว สายตรวจทำหน้าที่ตัวเอง สืบสวนดูหน้าที่ของตัวเอง สอบสวนก็ทำ มันมีเขียนไว้หมดชัดแจ้ง ทำให้ได้ตามนั้น ให้มันครบถ้วนกระบวนความ ผมว่าคนที่จะมานั่งด่าเรา มันก็น้อยแล้ว ขอให้ทำอย่างนั้นจริงจังเถอะ เพียงแต่ว่าตอนนี้แต่ละคนมันบางทีมันไม่มีจิตสำนึก มันไม่รู้หน้าที่ของตัวเอง แค่นั้นแหละ แล้วก็เอางานตัวเองเป็นกำบัง เป็นที่ตั้ง ทำนิดหนึ่งก็บอกว่าทำเยอะแล้ว พอแล้ว พักแล้ว นั่นแหละ นี่คือสำคัญที่สุด