แคล้วคลาดเพราะศรัทธาหลวงปู่ทวด

726

สมัยผมเป็นนักข่าวใหม่ๆอยู่ประจำ บช.. เก่า ถนนศรีอยุธยา เริ่มหัดเดินหาข่าวเข้ากองสืบเหนือใต้

ช่วงสายๆผมจะเจอพี่วิวัฒน์ ที่เพิ่งขึ้นรองผกก.อยู่ในห้องทำงานที่สืบสวนเหนือเป็นประจำ

ผมเชื่อมสัมพันธ์กับพี่วิวัฒน์ ได้ไม่ยาก เมื่อถูกแกซักประวัติว่าจบที่ไหนซึ่งผมเป็นรุ่นน้องพี่ปุก หลานสาวแท้ๆพี่วิวัฒน์ที่จบจาก ..ปัตตานีเหมือนกัน

ถึงวันนี้พี่วิวัฒน์จะเกษียณไปตั้งแต่ปี50แต่ยังคงแข็งแรง และเป็นที่รักของน้องๆสื่อที่รู้จักรักใคร่ไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ

วันนี้ขอนำเอาเรื่องพระเครื่องที่พี่วิวัฒน์ศรัทธาสวมใส่มาตลอดและผมได้บันทึกไว้มาอ่านแก้คิดถึงกันอีกครั้งครับ

แคล้วคลาดเพราะศรัทธาหลวงปู่ทวด

พ.ต.อ.วิวัฒน์ วรรธนะวิบูลย์ อดีตรองผบก.ศสส.ภ.1

                     

ถึงแม้จะจบชีวิตราชการอย่างเจ็บปวด แต่เขาก็นับเป็นตำนานสืบสวนเหนืออันเกรียงไกรอีกคนหนึ่ง
ถือไม่ธรรมดา  เพราะอยู่มาตั้งแต่รองสารวัตร ยัน ผกก.กองสืบสวนเหนือคนสุดท้าย

เจอกัน ร่างกายยังฟิตปั๋ง ถึงแม้จะเกษียณอายุราชการมา 6-7 ปี พูดคุยกันหลายเรื่อง ออกญาบุรีรัมย์ ไม่พลาดถามถึงเรื่องพระคู่กายตั้งแต่ครั้งยังเป็นตำรวจ

เจ้าตัวหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ ก่อนที่อดีต ผกก.สส.น.เหนือ ขวัญใจนักข่าวคนนี้จะถอดพระที่คล้องออกมาให้ชม


“พี่แขวนองค์เดียว เป็นพระหลวงปู่ทวด ปี 2505 รุ่นหลังเตารีด หลวงปู่ทิมปลุกเสก พี่ชายพี่พาไปวัดช้างไห้ ไปรับกับมือเลย  
ราคาตอนนั้น 20 บาท  แขวนมาตลอด ตั้งแต่อายุ 13-14ปี ไม่เคยห่างคอ   

ส่วนเรื่องประสบการณ์ ส่วนใหญ่จะแคล้วคลาด หนักไปเป็นเรื่องของการเดินทาง
ยิ่งช่วงเป็นพลตำรวจ อยู่สันติบาล ถูกส่งไปทำงานที่พัทลุง มีวันหนึ่งรีบออกจากโรงแรมจะไปหาดใหญ่
ขึ้นรถหลาวออกไปได้ 10 กว่ากิโลเมตร นึกขึ้นได้ว่าลืมพระ ก็บอกคนขับลูกพี่ๆ ขอโทษทีผมลืมพระไว้ที่โรงแรม ก็ลงจากรถกลับไปขึ้นรถสองแถวเข้าเมือง โชคดีไม่หาย เพราะมีผ้าม่านบัง

“ได้พระเสร็จ นั่งแท็กซี่ออกไป  ระหว่างทางเห็นไอ้รถหลาว คันที่นั่งมาก่อนหน้านี้ หงายท้องอยู่ข้างทาง  
คนที่เห็นและจำเราได้ยังบอกว่า เห็นเรานั่งมากับคันนี้ แล้วทำไมมาอยู่ในรถแท็กซี่ ก็บอก กลับไปเอาพระที่ลืมไว้
พอทุกคนรู้ว่าเป็นพระหลวงปู่ทวด  ก็ร้อง โอ้โห สุดยอดๆ   พูดแล้วก็ขนลุก….”

อีกครั้งหนึ่งกลับไปบ้านที่สะเดา จะไปหาดใหญ่ มายืนรอรถวินตรงใต้สะพานลอยเยื้องๆ ตลาดสีกิมหยง
จังหวะจะขึ้นรถ อยู่ๆสร้อยสแตนเลสที่ห้อยพระขาด ก็ยืนใส่ แต่สงสัยเที่ยวนี้ทำไมมันใส่ยากจัง
แท็กซี่เขาก็ไม่รอ ที่สุดก็มาขึ้นรถแท็กซี่อีกคันขับตามไป

จนมาเห็นรถแท็กซี่คันแรกตกข้างทาง คนเจ็บถูกส่งไป รพ.หมดแล้ว เหลือคนขับคนเดียวตายคารถ ถูกไม้เสียบทิ่มหน้าอก
คนขับที่พี่นั่งนึกขึ้นได้ก็บอกว่า เมื่อกี้เอ็งจะมาคันนี้นี่หว่า มึงนี่แน่มากเลย รอดได้ไงวะ เลยคิดว่าท่านเป็นพระที่เหมาะแคล้วคลาด

ครั้งที่ 3 ไปทำงานที่ท่าอุเทน   จ.นครพนม กำลังจะเดินไปขึ้นรถเลย สร้อยก็ขาดอีก ก็ยืนใส่สร้อย สแตนเลสเส้นเดิม 
แคล้วคลาดอีกแล้ว ไอ้รถคันแลนด์โรเวอร์คันที่จะขึ้น ไปชนกับรถบรรทุกทราย ตายไปอีก 6 ศพ  แคล้วคลาดสุดยอดเลย 
ส่วนเรื่องไปล้อมจับโจร สมัยก่อนก็ไปบ่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ปะทะ หรือไม่ก็จับคนร้ายได้
                     
นอกจากนี้ ทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน จะอาราธนา ท่องนะโม 3 จบ แล้วก็ท่องคาถาหลวงปู่ทวด
พี่ก็เอาแหวนของแม่ ที่แม่ใส่ไว้ในนิ้วตลอดเลยมาแขวนคู่ ก็บอกแม่ตลอด อาราธนาหลวงปู่ ทำอย่างนี้ประจำทุกวัน  พระอย่างอื่นพี่ไม่มีเลย  
ส่วนที่ศรัทธาหลวงปู่ทวดคือ สมัยเด็กๆเห็นรถสองแถวชนกับรถบรรทุกระหว่างทางสะเดาไปหาดใหญ่ คนในรถตายหมด 30 กว่าศพ
เหลือเสมียนอำเภอที่นั่งหน้าติดคนขับเพียงคนเดียว เจ็บแค่คิ้วแตก เลยไปคุยจนรู้ว่าแกใส่หลวงปู่ทวด
รุ่นไหนไม่รู้  แต่ก็ทำให้ศรัทธาท่านมาตั้งแต่นั้น  แล้วก็มีอะไร ที่เขาพูดถึงหลวงปู่ทวดอีกเยอะ ก็เลยนับถือ และเลื่อมใสมาตลอด

บางครั้งก็นั่งสมาธิบ้าง  สวดมนต์บ้าง สวดตั้งแต่ อิมินาสักกาเรนะ ไปจนถึงพาหุง  ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก ไปจนถึงชินบัญชร

พี่อ่านหนังสือสมเด็จญาณ ท่านบอกว่า การสวดมนต์ที่ถูกต้อง ต้องไม่ให้ผิดแม้แต่ตัวเดียว
พี่ก็เอาที่บทสวดมนต์ที่เขาพิมพ์แจก มานั่งสวดเวลาว่าง แล้วก็ตรวจทานดูอยู่เรื่อยก็ไม่มีผิดเลยสักตัวเดียว  

สมเด็จญาณฯ ท่านบอกว่า การนั่งสมาธิ  นั่งแค่ชั่วไก่กระพือปีก ก็ถือว่ามีสมาธิแล้ว ดีกว่าไปทำบุญ ดีกว่าไปให้ทาน ดีกว่า อะไรทุกสิ่งทุกอย่าง

เพราะเป็นการเข้าถึงจิตวิญญาณของศาสนาพุทธ  ทำให้จิตเรานิ่ง สงบ แล้วก็ทำให้จิตใจเราแจ่มแจ้ง

 เกษียณอายุราชการปี2550