“พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ” ติดตามปฏิบัติการตรวจตลาดสี่มุมเมือง จับกุม 23 ต่างด้าวผิดกฎหมาย ลักลอบทำงาน-แย่งอาชีพคนไทย
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ตลาดสี่มุมเมือง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาติดตามการปฏิบัติการระดมกำลังจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย ณ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่านสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ว่ามีต่างด้าวเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมายจำนวนมาก ได้สั่งการให้ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 และ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี นำกำลังเข้าตรวจสอบโดยด่วน
ช่วงเช้าวันนี้ พ.ต.อ.จรูญโรจน์ สุขไทย ผกก.ปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 และ พ.ต.อ.กานตภณ วรรณา ผกก.สภ.คูคต ระดมกำลังปฏิบัติการตรวจสอบตลาดสี่มุมเมือง
จากการตรวจสอบ จับกุมต่างด้าว 23 ราย เป็นสัญชาติเมียนมา กัมพูชา และลาว เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิ์ที่จะทำได้
พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ผิดกฎหมาย ไม่มีเอกสารและแผ่นป้ายทะเบียน 15 คัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมรถจักรยานยนต์ทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป และจะได้ขยายผลเอาผิดกับนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอีกด้วย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ที่ได้กำชับมาตรการป้องกันและปราบปรามต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายในประเทศไทยอย่างเข้มงวดทุกพื้นที่ มุ่งเน้นการตรวจสอบกลุ่มบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การแย่งอาชีพคนไทย รวมถึงการใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระทำความผิดทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ ยังได้พบปะกับผู้ประกอบการร้านค้าในตลาดสี่มุมเมือง เพื่อพูดคุยสอบถามและประชาสัมพันธ์เน้นย้ำในเรื่องการจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ ในการร่วมกันเป็นหูเป็นตาและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
หากพบเห็นบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย หรือคาดว่าอาจจะกระทำความผิดกฎหมาย รวมถึงการลักลอบเข้าเมือง สามารถแจ้งเบาะแสมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายทันที

























