Wednesday, May 29, 2024
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันโปลิศไซเบอร์ เปิดปฎิบัติการ “เด็ดปีกมังกร”

    โปลิศไซเบอร์ เปิดปฎิบัติการ “เด็ดปีกมังกร”

     

    วันที่ 11 ต.ค.65 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.ฐายุฎฐ์ จันทร์ถาวร พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองผบก.สอท.1

    ร่วมกันแถลงข่าวผลการทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ภายใต้ยุทธการ ” เด็ดปีกมังกร ” จับกุมผู้ต้องหาทั้งชาวจีนและชาวไทย 13 ราย

    พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 21ก.ค.ที่ผ่านมา บช.สอท.ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ ว่าถูก คนร้ายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ออกอุบายลวงว่า ผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำผิดอาญาและส่งหมายจับปลอมของหน่วยงานราชการที่คนร้ายปลอมแปลงให้ผู้เสียหายดู จนหลงเชื่อ

    ก่อนสั่งให้ผู้เสียหายโอนเงินกว่า 6,976,094.87 บาทไปยังบัญชีที่คนร้ายเตรียมไว้ โดยให้เหตุผลว่าต้องตรวจสอบเงินจำนวนดังกล่าวว่าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ จากนั้นได้ขาดการติดต่อไป

    พนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.4 ได้สืบสวนสอบสวนจนทราบถึงที่ตั้งของขบวนการดังกล่าว จึงขอหมายค้นเข้าตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นที่พักอาศัยและใช้ในการกระทำความผิด และจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน-ไต้หวัน ได้ 2 ราย ทำหน้าที่เป็นผู้ถือบัญชีธนาคาร(บัญชีม้า) ในการทำธุรกรรม

    พบของกลางรวม 61 รายการ ประกอบไปด้วย โทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมชิมการ์ด จำนวน 39 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค , สมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็ม , หนังสือเดินทางและของกลางรายการอื่นๆ

    จากการตรวจสอบยังพบว่ามีการลงทะเบียนผูกกับบัญชีธนาคารของบุคคลอื่น(บัญชีม้า) ติดตั้งอยู่ภายในโทรศัพท์ รวมทั้งสิ้น 13 บัญชี  ผู้ต้องหาให้การว่าบัญชีธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจพบมีไว้สำหรับใช้ในการหลอกลวงประชาชนให้โอนเงินมาที่บัญชีดังกล่าว และยังพบว่าบัญชีเหล่านี้มีความเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องในคดีคอลเซนเตอร์ (Call Center) อีกหลายคดี ผบช.สอท. กล่าว

    ด้าน พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กพบข้อมูลที่มีไว้เพื่อใช้หลอกลวงผู้เสียหายภายในโปรแกรมพบ หมายเรียกหมายจับ หมายคดีฟอกเงินของ ปปง.,หมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมา และยังตรวจพบเว็บไซต์หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างๆที่มีการปลอมแปลงขึ้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กลุ่มคนร้าย

    อย่างไรก็ตามจากการขยายผลสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก แบ่งเป็นกลุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้า 8 ราย,กลุ่มรวบรวมบัญชีม้าเพื่อส่งต่อให้กับนายทุนชาวจีน 1 ราย และกลุ่มทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย เพื่อนำมาใช้ในการหลอกลวง 2 ราย เบื้องต้นพบความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 200 ล้านบาท

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments