ไล่ล่านักฆ่าข่มขืน EP4

 

มีจังหวะได้คุยกับ เจ้าพ่อสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.เจ้าของรหัสนารายณ์ 1 หน่วยงานตำรวจจากส่วนกลาง ไว้สนับสนุนและถ่วงดุลตำรวจท้องที่ ล่าสุด พล.ต.ท.ฐิติราช เพิ่งแถลงข่าวจับกุมสาวแสบหลอกผู้ชายแต่งงานแล้วเชิดสินสอดหนี ทำมาแล้วประมาณ 13 ราย ซึ่งถือเป็นคดีที่อยู่ในข่ายสารพัดโกง ที่พล.ต.ท.ฐิติราชมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะกองปราบฯเน้นจับกุม

กำชับไล่ล่าหมายจับคดีทางเพศ
“นอกจากงานอาชญากรรมอันเป็นงานหลักแล้ว ยังคงให้หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะกองปราบปราม เน้นเรื่อง หลอกลวง ต้มตุ๋น โกง ไม่ให้มันระบาดขยายวง ไม่ให้มีคนเดือดร้อนเสียหายเพิ่มเติม แต่ตอนนี้กลับมาเน้นเรื่องชีวิตและร่างกาย เรื่องเพศ เรื่องข่มขืนด้วย ตอนนี้อยู่ระหว่างการกวาดล้างในส่วนที่มีหมายจับ สั่งไปแล้ว ทยอยได้มาเรื่อยๆ รอบแรกเมื่อช่วงเดือนเม.ย.ท่ีผ่านมา ก็ได้มาเกือบ 300 คนที่มีหมายจับค้างไว้ ล่าสุดเกิดเหตุที่ฉะเชิงเทรา คดีเด็กหญิง 14 ขวบ ที่ตาย คนร้ายมีหมายจับที่ขอนแก่น แล้วมันหลบจากบ้านแม่ที่ขอนแก่น ไปอยู่บ้านญาติพ่อมัน ที่บ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา แล้วก่อคดีข่มขืนฆ่า นี่คือพวกมีหมายจับ ถ้าจับไม่ได้นะ เดี๋ยวมันก็ก่อเหตุอีก…” นายพลผู้มีรหัสเรียกขาน นายรายณ์1 เริ่ม

กลุ่มแรกพวกที่มีหมายจับ
พล.ต.ท.ฐิติราชบอกต่อว่า “ไม่รู้ว่าเหยื่อจะเป็นลูกใคร พี่เคยทำโครงการนี้ไว้แล้ว แต่พอไม่ทำต่อ มันก็ดร็อป ขาดความต่อเนื่อง เหมือนเราไล่ฉีดยุง พอมันตาย ไม่นาน เดี๋ยวมันก็ฟักตัวใหม่ ก็ต้องพยายามให้มีความต่อเนื่อง นี่ก็ทำอีกรอบหนึ่ง สั่งไปแล้วเนี่ย สั่งทั้งหมดเลย ทั้ง บช.เลย คดีทางเพศ และสอง คือพวกที่พ้นโทษทางเพศ กลุ่มแรกคือกลุ่มที่มีหมายจับอยู่แล้ว ต้องตามจับให้ได้ เพราะพวกนี้ เดี๋ยวมันจะเหมือนกับที่ฉะเชิงเทรา แล้วที่ออกหมายจับไม่ได้ มันก็จะก่อเหตุใหม่อีก ในที่ที่มันหนีไปอยู่อีก มีความตายรออยู่ข้างหน้าอยู่แล้ว นี่คือกลุ่มแรก…….”

กลุ่มสอง พวกพ้นโทษ
นักสืบที่สื่อตั้งฉายา “หมอเฉพาะทาง”กล่าวอีก กลุ่มที่สอง เป็นพวกพ้นโทษ ไอ้พวกนี้ในที่สุด มันก็กลับมาก่อเหตุอีก ตอนนี้ที่เราดูได้ มี 20% กลับออกมาแล้วอยู่ในพื้นที่ ที่เราหาที่อยู่ได้ เราใช้ฐานข้อมูลส่วนนี้ไปสืบสวนคดีที่เกิดเหตุได้ แล้วอีก 80% ยังหาตัวไม่เจอ ออกมาเสร็จไม่รู้ไปไหน ตอนนี้มีหลายคดีที่เกิดขึ้น อย่างล่าสุดที่ราชบุรี ยังดีบังเอิญผู้เสียหายไม่ตาย แล้วพอดูข้อมูลจาก 20% ในรัศมี 5 กิโลเมตรแรก ดูเลยว่ามีคนพ้นโทษอยู่มั้ย 10 กิโลเมตร แล้วก็ไล่ออกไป วงที่ 1 วงที่ 2 วงที่ 3 ไล่ไป พอไล่ไปเสร็จแล้วก็ได้มา 8 ตัว ก็ไปซักถามจากผู้ที่รอดชีวิตมา ผู้เสียหายนี่ ดูตำหนิ รูปพรรณ ก็คัดออกมาเหลือ 4 พอ 4 นี่ เราก็ให้ผู้เสียหายไปชี้ ตามไปค้นที่บ้าน ก็ได้ของกลางมาเรียบร้อย เสื้อผ้า เครื่องแต่งตัว ดูดีเอ็นเอ ตรงหมดเลย นี่ เป็นฐานข้อมูลที่เราทำ ที่พูดให้ฟังน จะเป็นลักษณะนี้ เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับชีวิต

ทำ…เพราะไม่มีหน่วยไหนรับผิดชอบ
แล้วไม่มีหน่วยไหน รับผิดชอบจริงๆ จังๆ เพราะตำรวจท้องที่ ทำงานโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง อย่างขอนแก่น ออกหมายจับล่าสุดนี่ พอไม่เจอตัวในพื้นที่ก็ไม่ตาม ถือว่าไม่อยู่ในพื้นที่ ไม่เจอแล้วว่าอยู่ที่ขอนแก่น แล้วก็ไม่ตาม ก็จบแล้ว งานตำรวจมันคิดแค่นี้ไง เอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง พอไม่มีในพื้นที่ ก็จบแล้ว ไม่มีแล้วนะ เคลียร์แล้ว รอบสอง ก็กำลังทำอยู่ มอบหมายให้รองแดง (พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก.) ช่วยดู ไปสื่อสารสังคม ว่าตำรวจยังทำอยู่นะ แล้วมีหมายจับด้วย พอจับเสร็จแล้ว ทางคดีต้องตามผู้เสียหายมายัน ถ้ายังมีชีวิตอยู่ เพื่อยันคนร้าย พอเสร็จพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน บอกตามหาผู้เสียหายไม่ได้ รู้ว่าผู้ต้องหาวิ่งเต้นอีก พี่ไปล็อกเป้าเลย หาให้เจอ แล้วไปบอกว่าตำรวจ บช.ก.ได้ติดตามคนร้ายที่ข่มขืน ทำร้าย คุกคาม ได้แล้ว ขอให้สบายใจได้ อย่างน้อยก็เป็นการเยียวยาจิตใจเขา หลังจากนั้นก็ประสานให้ตำรวจมาสอบปากคำเพิ่มเติม มาชี้ อะไรก็ว่าไป ให้มันนั่นเลย ไปศาลแล้ว ให้ศาลลงโทษ เพราะไม่เช่นนั้น พอส่งไปพื้นที่เสร็จ เดี๋ยวมันรีบวิ่งเต้นคดีอีก หาว่าติดตามผู้เสียหายไม่ได้ นานแล้ว 5 ปี อะไรพวกนี้ ก็กลายเป็นมีช่องทางออกอีก พอจะชี้ตัวก็ชี้ไม่ได้

ออกแผนยุทธการไพร่ฟ้าหน้าใส4
ขณะที่รองแดง -พล.ต.ต.ชวลิตกล่าวว่า แผนยุทธการไพร่ฟ้าหน้าใส 3 ที่เน้นคดีทางเพศ ดำเนินการไปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่่ผานมา จับผู้ต้องหาได้ 269 คน แต่ที่ทำตอนนี้ คือยุทธการไพร่ฟ้าหน้าใส 4 เน้นคดีทางเพศเป็นหลักอีก เริ่มตั้งแต่ 15ส.ค.-15ก.ย. ตรวจสอบหมายจับระหว่างปี50-30 มิ.ย.60 เพราะคดีทางเพศ พี่หมู-ฐิติราช มองว่าเป็นคดีที่นำไปสู่การตาย เป็นการกระทำที่บุคคลที่ถูกกระทำเดือดร้อน ครอบครัวเหยื่อเดือดร้อน สังคมก็ไม่ค่อยจะยอมรับในสิ่งเหล่านี้ เป็นนโยบายของพี่หมู คือเที่ยวนี้ทำต่อเป็นเวอร์ชั่น 2 เพราะเกิดการตายที่ฉะเชิงเทรา เพราะหมายตัวนี้ บังเอิญว่าเป็นหมายที่เราตรวจสอบได้ภายหลังด้วย มันเลยคลาดเคลื่อน แล้วมันหนีจากวงของมัน มาอีกวงหนึ่ง คือหนีจากพื้นที่เกิดเหตุที่บ้านเมีย แล้วหนีมาบ้านตัวเอง ที่บ้านพ่อ บ้านปู่ ย่า ที่แปดริ้ว ฉะเชิงเทรา แล้วบังเอิญสบโอกาส เห็นเหยื่อ

หวั่นเหตุสลดเหมือนที่แปดริ้ว
รองแดงบอกอีก เราต้องการหมายคุณภาพจริงๆ คือจากการตรวจสอบ มันมี 14,484 หมาย ก็เอาเฉพาะที่มีเลข 13 หลักก่อน ส่วนหมายที่มีชื่อ แต่ไม่มีชื่อนามสกุล ถือเป็นหมายที่ไม่มีคุณภาพ มันเสี่ยง เอาที่มันมีตัวตนจริง พิสูจน์ทราบได้จากเลข 13 หลัก ถึงจะเอา ตรวจสอบบุคคลที่ข่มขืนฆ่า จะดูจากหมายจับที่มีคุณภาพ หมายนี้มันเคยกระทำผิด บุคคลนี้เคยต้องโทษเรื่องนี้มาก่อนกี่ครั้ง หรือมีการต้องโทษคดีอื่น คดียาเสพติดด้วย ถ้าเน้น ต้องเน้น 5 หมายขึ้นไป อย่างเคสที่ฉะเชิงเทรา มันมี 5 หมาย มันถึงมาก่อเหตุที่ 6 จนตาย พี่หมู สอนน้องๆ เลยนะ ทีแรกมันไม่ได้เอาตายนะ แต่พอไปอยู่ในคุก มันไม่อยากเข้ามาอีกแล้ว ก็จะต้องเอาเหยื่อให้ตาย มันไม่อยากให้มีพยานรู้เห็น เราจับมา เดี๋ยวมันก็ออกมาอีก ก่อเหตุอีก คือหน่วยงานราชทัณฑ์ เขาไม่มีอุปกรณ์ที่จะมาฟื้นฟูจิตใจคนพวกนี้ เข้าไปเพื่อจะให้มันหมดเวลา พื้นที่ก็แออัด ก็ไม่มีอะไรที่จะฟื้นฟูจิตใจ

ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ยึดทรัพย์เยียวยาเหยื่อ
รองผบช.ก.บอกต่ออีก นอกจากเรื่องเพศ ก็ยังมีเรื่องฉ้อโกงทรัพย์ นี่ พี่ชาญ (พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผบช.ก.)ทำอยู่ มันเป็นร่องรอยเดิมๆ กลุ่มเดิมๆ พี่หมู บอกไม่ยอม ต้องเพิ่มข้อหาแล้วยึดทรัพย์ให้ได้ คือแจ้งเป็นปกติธุระ เพราะฉ้อโกงธรรมดามันไม่เข้า ต้องเป็นปกติธุระ ถึงเข้ามูลฐาน ก็มีแก๊งตกทอง อย่างนี้ โกงโฉนด อย่างนี้ สารพัดโกง ก็จะยึดทรัพย์มัน ที่บอกคนร้ายก็กลุ่มเดิมๆ เพราะมันไปยอมความไง แต่เราไม่ยอม เราจะให้พนักงานสอบสวนที่ออกหมายเดิมๆ ที่ยังมีหมายอยู่ ให้สอบพฤติกรรม จากการสืบสวนของพวกเรา เพื่อให้ศาลออกหมายจับเพิ่ม เป็นปกติธุระ นี่คือนโยบายของพี่หมู พวกเราทำงานแบบมองภาพใหญ่

ครับ…วันที่ 15 ก.ย.นี้แล้ว ครบกำหนดครบห้วงเวลา ยุทธการไพร่ฟ้าหน้าใส 4 ไล่ล่านักฆ่าคดีข่มขืน คงอีกไม่กี่วัน น่าจะมีการแถลงผลจับกุมในรอบ 1เดือนที่ผ่านมา แว่วว่า จะมีเวอร์ชั่น ทำต่อเนื่องอีก ดูกันต่อครับ โครงการดีๆต่อสังคม เพราะเราไม้รู้ลูกสาวใครจะเป็นเหยื่อไอ้พวกชั่วรายต่อไป
กากีกลาย15/9/60