Sunday, January 18, 2026
More
    Homeแม่บ้านตำรวจ“คุณจอย” รักแท้คือเธอ...ของ“ไซเบอร์ท็อป”

    “คุณจอย” รักแท้คือเธอ…ของ“ไซเบอร์ท็อป”

    คือเรื่องจริงหรือว่าฝันไปเธอเป็นใครทำไมช่างเหมือนในฝัน
    เพียงแรกพบสบตา  ก็รู้ว่าคือคนนั้น คนที่อยู่ในฝันเรื่อยมา

    ได้ยินเพลง กลางหัวใจ ทีไรก็ทำให้นึกถึงความเรื่องราวความรักของ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ตอท.) หรือผู้การท็อป นรต. 46 ซึ่งได้บอกเล่าถึงเรื่องราวรักแรกพบที่มีต่อคุณจอยภรรยาคนสวยที่เคียงคู่อยู่ด้วยกันมาร่วม 20 ปี

    คอลัมน์แม่บ้านตำรวจวันนี้ เด็ดดาว จะพาไปรู้จักรักแท้ของผู้การท็อปกันค่ะ ที่มาพร้อมความอบอุ่นจนมีพยานรักถึง 3 คน

    คุณชญานี เกริกกฤตยา (นามสกุลเดิม กรรณสูต) หรือคุณจอย สาวน้อยผู้เรียบร้อยและอ่อนหวานดีกรีปริญญาโทจากประเทศออสเตรเลีย เป็นลูกสาวคุณไกรสีห์ กรรณสูต อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

    เธอได้รู้จักกับผู้การท็อป ตั้งแต่สมัยยังเป็นสารวัตรจราจรสน. ดินแดง ผ่านการแนะนำจากผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเพื่อนของคุณพ่อ

    หลังจากที่คบหากันเพียงไม่กี่เดือนฝ่ายชายที่มีความจริงใจและจริงจัง  ซึ่งเข้าทางผู้ใหญ่ก็ได้ขอหมั้น  จากนั้นไม่นานก็แต่งงานกัน  

    ทั้ง ที่ก่อนหน้านี้คุณจอย ก็ไม่ได้ชอบตำรวจมาก่อน   เนื่องจากเคยเห็นพฤติกรรมไม่ดีของตำรวจที่ไปรบกวนธุรกิจของคุณแม่เธอ

    แต่พอคุณจอยได้มาสัมผัสกับตำรวจหนุ่มนายนี้  ทำให้ได้รู้ว่าตำรวจนั้นก็เหมือนอาชีพอื่นที่มีทั้งคนดีและไม่ดี เหมือนกับเหรียญที่มี 2 ด้าน          

    ส่วนความเจ้าชู้ของผู้ชายในเครื่องแบบเธอก็ไม่ได้รู้สึกกลัว เพราะเชื่อว่าขึ้นอยู่กับนิสัยส่วนตัวมากกว่าไม่ได้อยู่ที่อาชีพ

    รักชนะทุกอย่าง

    คุณจอย บอกว่า ผู้การท็อป มีความเป็นผู้ใหญ่เพราะอายุมากกว่าเธอถึง 11 ปี และก็มีความเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นคนรักที่ดีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เขาเป็นผู้ชายที่มีความชัดเจน จริงใจ มีเหตุผล

    ที่สำคัญคือพี่ท็อปเป็นคนที่รักครอบครัวมาก เราได้เห็นความรักของพี่ท็อปที่มีต่อคุณพ่อคุณแม่ของเขา และความรักความเคารพที่มีต่อคุณพ่อคุณแม่ของเรา ก็คือไม่แตกต่างกันเลย  คุณจอยจึงมั่นใจว่า ผู้ชายคนนี้จะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้

    ประกอบกับตอนที่คบกันก็อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่โดยตลอด  ดังนั้นมั่นใจว่าพ่อแม่ของเธอได้พิจารณาแล้วว่าสิ่งไหนที่ดีสำหรับลูก  ซึ่งพี่ท็อปก็ตอบโจทย์และผ่านด่านมาได้อย่างฉลุยค่ะ

    คำมั่นสัญญา

    ตั้งแต่วันแรกที่เราคบกัน และแต่งงาน พี่ท็อปไม่เคยผิดสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะเป็นพ่อที่ดีและเป็นสามีที่น่ารัก จนถึงทุกวันนี้ไม่เคยมีเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ

    แม้พี่ท็อปจะต้องทุ่มเทเวลาในการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ซึ่งเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน  แต่สำหรับบทบาทในฐานะหัวหน้าครอบครัว  พี่ท็อปก็ไม่เคยละเลยแม้แต่น้อย สามีได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด  คุณจอยจึงเห็นว่านั่นไม่ใช่สัญญาปากเปล่าแต่เขาทำได้จริง

    เธอคือทุกสิ่ง

    ด้วยอาชีพตำรวจที่เวลาไม่เหมือนใคร  คุณจอยจึงขอทำหน้าที่ดูแลหลังบ้านอย่างเต็มกำลัง  เพื่อให้สามีไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะพี่ท็อปจะมีเวลาให้ครอบครัวได้เต็มที่ก็เฉพาะช่วงเสาร์อาทิตย์ เธอจึงขอเลี้ยงลูกทั้ง 3 คนเอง คือน้องเบส น้องบอส และน้องบูเก้ ซึ่งอายุเรียงลำดับกันไป 17-16 และ 13 ปี  

    สำหรับน้องเบสเรียนอยู่ที่สาธิตปทุมวัน EP ส่วนน้องบอสและน้องบูเก้เรียนอยู่ที่ Wells International School  

    ลูกชายคนโตของบ้านเขาจะเน้นด้านวิชาการ ส่วนน้องบอสและบูเก้ชอบเล่นกีฬาแบดมินตันมาตั้งแต่เด็ก   ทั้งคู่ชื่นชอบกีฬาแบดอย่างมากโดยเฉพาะน้องบูเก้ จะไปแข่งขันในรายการใหญ่ ของสมาคมแบดมินตันทุกปีค่ะและคว้ารางวัลมาฝากเสมอค่ะ

    ในฐานะแม่เราต้องดูแลทุกอย่างทั้งด้านวิชาการและกีฬาตามความถนัดของลูกแต่ละคน เรียกได้ว่าผลักดันสานฝันให้ลูกแต่เราไม่เคยกดดันลูกนะคะ  อยากให้ลูกมีความสุขและเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ  เป็นคนดีของสังคม ซึ่งลูก ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีค่ะ

    เป็นลูกตำรวจต้องอดทน

    คุณจอยบอกว่า ลูก เข้าใจดีค่ะว่า คุณพ่อมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ  พี่ท็อปก็จะพูดกับลูกเสมอว่า

    เป็นลูกตำรวจต้องอดทน  ภารกิจของพ่อไม่เหมือนคนอื่น  เพราะต้องรับผิดชอบงานทั้งในเวลาและนอกเวลาราชการ  จำไว้นะลูกรักถึงแม้เวลาของพ่อจะไม่เต็มร้อย

    แต่ความรักความอบอุ่นพ่อไม่เคยน้อยไปกว่าใคร พ่อกล้าการันตีว่าความรักที่มีนั้นเกินร้อยแน่นอน

    ลูก ก็เข้าใจคุณพ่อดีค่ะ  ส่วนตัวเธอเองก็ไม่เคยน้อยใจสามีในเรื่องเวลา เพราะแค่ดูแลลูกก็หมดเวลาที่จะต้องมาคิดเรื่องนี้แล้ว ส่วนใหญ่เราจะใช้เวลาร่วมกันในการรับประทานอาหารพูดคุยกันอย่างสนุกและเป็นกันเองในทุกเรื่อง 

    แนวคิดชีวิตคู่ 

    สำหรับหลักในการครองเรือน  คุณจอยบอกว่า นอกจากจะเป็นภรรยาแล้วยังต้องเป็นเพื่อนคู่คิดเป็นมิตรคู่เรือนอีกด้วยค่ะ  ต้องเชื่อใจให้เกียรติและพูดคุยกันอย่างมีเหตุผล

    กำลังใจจากหลังบ้าน…สำคัญเสมอ

    เธอรู้ว่าผู้การท็อปงานเยอะมาก ยิ่งตำแหน่งสูงขึ้นภาระหน้าที่และความรับผิดชอบก็สูงขึ้นตามไปด้วย  เข้าใจเลยว่าสามีก็จะเหนื่อยมากขึ้น

    เราก็จะบอกว่าไม่ต้องห่วงหรือกังวลอะไรทั้งเรื่องลูกและเรื่องทางบ้าน เราจัดการรับผิดชอบเองได้ทั้งหมด ขอให้เขาทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ สมกับที่ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจ ไม่ต้องห่วงทางนี้เลยค่ะ

    เธอยังได้ฝากถึงภรรยาตำรวจด้วยว่า ต้องเข้าใจการทำงานของสามีและเป็นกำลังใจให้หัวหน้าครอบครัวของเราด้วยค่ะ  ถ้าวันไหนเขากลับบ้านไม่ตรงเวลาก็อย่าไปน้อยใจหรือคิดมาก  เพราะงานตำรวจต้องยอมรับว่าไม่เป็นเวลาอยู่แล้ว  

    ในเมื่อเราเลือกที่จะเป็นครอบครัวตำรวจ เราก็ต้องเชื่อใจและให้เกียรติรวมทางต้องภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของสามีด้วยค่ะ

    เห็นแบบนี้แล้วก็ทำให้เด็ดดาวนึกถึงของคำพูดของผู้การท็อป  ที่มักกล่าวชื่นชมภรรยาทั้งต่อหน้าและลับหลังเสมอว่า  

    เธอคือผู้หญิงที่อุทิศตนเพื่อทุกคนในครอบครัวอย่างมาก  

    ต้องขอบคุณที่เข้ามาเติมเต็มให้ชีวิตของเขาให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น และจะรักคุณจอยแบบนี้ไปตลอดไป  

    เพราะความประทับใจในความสดใสน่ารักของคุณจอยเมื่อวันแรกที่พบกันจวบจนถึงทุกวันนี้ ผมยังคงมีอยู่ไม่เสื่อมคลายและยังรักเธอเสมอเธอคือรักแท้ของผมจริง

    นี่คืออีกหนึ่งแง่มุมดี ๆ ของสุภาพบุรุษชุดกากีที่มีต่อครอบครัวที่เรียกว่า Family man พันธุ์แท้ค่ะ

    เด็ดดาว  รายงาน

    18/1/69

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments