จเรตำรวจแห่งชาติสั่งการ ศปปง.ตร. ทำงานเชิงรุกคดีฟอกเงิน และสืบทรัพย์ เสริมศักยภาพหัวใจสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรม
วันที่ 19 มกราคม 2569 พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ/เลขานุการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า
ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.) มี พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินคดีฟอกเงิน ถือเรื่องสำคัญที่เป็นหัวใจในการปราบปรามอาชญากรรม
สถิติคดีความผิดมูลฐานและคดีอาญาฟอกเงินของ ศปปง.ตร. ในปี 2568 พบว่ามีการดำเนินการในความผิดมูลฐานสูง3 ลำดับแรก ได้แก่ คดียาเสพติด 182,078 คดี, คดีเกี่ยวกับทรัพย์ 69,617 คดี, คดีฉ้อโกงประชาชน 22,768 คดี
นอกจากนี้ ดำเนินคดีอาญาฟอกเงินมาจากคดีมูลฐาน โดย 3 ลำดับแรก ได้แก่ ยาเสพติด 293 คดี, การพนันออนไลน์ 127 คดี, ฉ้อโกงประชาชน 73 คดี
ในส่วนของการปฏิบัติการดำเนินคดีอาญาฟอกเงินของหน่วยต่างๆ ทั่วประเทศ รวม 744 คดี มีผลการปฏิบัติคดีที่สำคัญที่น่าสนใจ ได้แก่ ปฏิบัติการ “ขยี้หัวใจทศกัณฐ์” เปิดโปงขบวนการจัดหาบัญชีม้า ตัดเส้นทางฟอกเงินธุรกิจสีเทา อายัดบัญชีธนาคารกว่า 800 บัญชี สามารถคืนเงินผู้เสียหาย ได้ถึง 33 ล้านบาท,
ปฏิบัติการคดีเครือข่ายสแกมเมอร์ จับกุมผู้ต้องหาได้ 32 ราย ยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
พล.ต.ท.ชัยต์พจน เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อิทธิพล และ พล.ต.ท.จิรภพ สั่งการให้ทุกหน่วยมุ่งมั่นทำงานเชิงรุกในการทำคดีฟอกเงิน เร่งดำเนินการสืบสวนหรือสืบทรัพย์ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีอาญาฟอกเงินตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่กำหนด ให้เห็นการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และพัฒนาศักยภาพและทักษะของทีมสอบสวนในแต่ละหน่วยให้มีคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับกฎหมายฟอกเงิน
ทั้งนี้ ในปี 2569 นี้ ศปปง.ตร.จะมีการดำเนินโครงการหลัก 2 โครงการ เพื่อพัฒนางานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้แก่
1. โครงการสืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน : เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐาน และส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามความผิดอาญาฐานฟอกเงิน
จะช่วยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถดำเนินการกับผู้กระทำผิดความผิดมูลฐาน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถนำผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำความผิดมาเป็นของรัฐ หรือชดใช้เงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้
2. โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 : เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสามารถนำความรู้ที่่ได้รับจากการอบรมไปสืบสวนสอบสวน
รวบรวมพยานหลักฐานในคดีความผิดมูลฐาน เพื่อนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สินและสามารถส่งเรื่องให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

























