
วันที่8ม.ค.69 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./เลขานุการ ศปชก.สตม.
พ.ต.อ.รัฐโชติโชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก. สส.สตม.,พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.
ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญ ดังนี้
1. สตม. รวบผู้ต้องหาสแกมเมอร์จีนหนีคดี ซุกตัวหมู่บ้านหรู
ด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งเบาะแสว่าพบชายชาวจีนมีพฤติกรรมต้องสงสัย ได้สืบสวนพบว่าชายชาวจีนดังกล่าวใช้รถยนต์หรู และพักอยู่ในหมู่บ้านหรูย่านกรุงเทพกรีฑา ส่วนใหญ่มักจะเก็บตัวอยู่ภายในบ้าน
ได้ประสานตรวจสอบข้อมูลบุคคลไปยังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย รับแจ้งว่าบุคคลดังกล่าวคือ Mr.Zeng อายุ 34 ปี ชาวจีนผู้ต้องหาตามหมายจับที่
ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการตัวกลับไปดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
โดย Mr.Zeng ได้จัดตั้งบริษัทปลอม ชื่อ Shell Company เพื่อชักชวนให้กลุ่มผู้เสียหายมาร่วมลงทุน เบื้องต้นพบความเสียหายประมาณ1,100,000 หยวน โดยใช้อาคารในเมืองแมนซิ่ว ประเทศเมียนมา เป็นสถานที่ในการกระทำความผิด และต่อมาได้หลบหนีมายังประเทศไทย
ผบก.สส.สตม. จึงได้เพิกถอนวีซ่าของ Mr.Zeng และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุมได้
จากการตรวจสอบน่าเชื่อว่า Mr.Zengนำเงินที่หลอกลวงมาซื้อทรัพย์สินในประเทศไทย จึงฃตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อ Toyota Alphard ทะเบียนสวยงาม 1 คัน ราคาประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ต้องหา
อยู่ระหว่างตรวจสอบบ้านหรูที่เข้าตรวจค้นราคาประมาณ 20 ล้านบาท ว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดและมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหรือไม่อย่างไร เพื่อจะได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
2. สตม.รวบผู้ต้องหาสแกมเมอร์ญี่ปุ่น หลอกเหยื่อเทรดเงินออนไลน์
สืบเนื่องจาก บก.สส.สตม. ได้สืบสวนกรณีพบกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นในพื้นที่ทองหล่อมีพฤติการณ์ก่อความเดือนร้อนรำคาญแก่ผู้ร่วมพักอาศัยในคอนโดมิเนียม
ได้เดินทางเข้าตรวจสอบพบว่าชาวญี่ปุ่นรายดังกล่าว คือ Mr.Sakamoto อายุ 39 ปี จึงได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ขอตรวจสอบสถานะบุคคล
พบว่า Mr.Sakamoto เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่นในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีพฤติการณ์ในการหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นตัวแทนของบริษัทลงทุนชักชวน
ให้ซื้อขายสกุลเงินออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น FX First ในห้วงปี พ.ศ.2566 เบื้องต้นพบผู้เสียหายจำนวนหลายราย ความเสียหายรายละประมาณ 500,000 – 1,000,000 เยน
ต่อมาทางการญี่ปุ่นได้ออกหมายจับ Mr.Sakamoto จึงได้
หลบหนีคดีมายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขออนุมัติ ผบก.สส.สตม. เพิกถอนวีซ่าของ Mr.Sakamoto และ
ควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวรอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป
3. ความคืบหน้าการดำเนินคดีนอมินี ในพื้นที่เกาะพะงัน
ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน บก.สส.สตม. ทำการสืบสวนกรณีคนต่างด้าวลักลอบประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นนอมินีอำพรางถือหุ้นแทน เพื่อให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้
จากการสืบสวนในเบื้องต้นพบบริษัทที่จดทะเบียนนิติบุคคลมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิด 3 บริษัท โดยประกอบธุรกิจให้เช่าวิลล่าหรู เป็นรายวันและรายเดือน
มีทั้งประกาศขายวิลล่าหรูหลังละ 15 ล้านบาท, ปล่อยเช่ารายวัน วันละ 10,000 บาท รายเดือน เดือนละ 80,000 บาท เป็นต้น โดยเน้นให้บริการกับคนต่างด้าวบางสัญชาติ
ปัจจุบันได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินคดีแล้วตามคดีอาญาที่ 945/2568, 946/2568 และ948/2568 ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มคนไทยที่ช่วยเหลือและเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินีถือหุ้นแทนในบริษัทของคนต่างด้าว) 7 ราย
แจ้งข้อกล่าวหาคนต่างด้าวซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจที่แท้จริง 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป

























