191 – บก.น.7 สนธิกำลังร่วมหน่วยข่าวกรองทหารตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุดใน อ.บางปะกง และ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา รวบยกแก๊ง 7 ผู้ต้องหาคาบ้าน ยึดคีตามีนซุกซ่อนอำพรางในรถเก๋งป้ายแดงและรถตู้รวม 221 กิโลกรัม ยาบ้ากว่า 4,000 เม็ด อาวุธปืน และลุยอายัดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เงินสด รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 30 ล้านบาท
วันที่ 17 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. สั่งการ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดยกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191), กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (สืบนครบาล 7) สนธิกำลังร่วมกับหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก (ขกท.ศปก.ทบ.)
บูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังสืบสวนขยายผลทราบว่ามีการใช้บ้านพักหลายหลังใน อ.บางปะกง และ อ.บ้านโพธิ์ เป็นแหล่งเก็บซุกซ่อนและกระจายยาเสพติด โดยใช้รถยนต์หลายคันสลับสับเปลี่ยนอำพรางการขนส่ง
จากการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายสำคัญบริเวณบ้าน 2หลัง ใน ตม.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง และบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 2 ต.สิบเอ็ดศอก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทราจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 7 ราย ประกอบด้วย:
1. นายนัฐพล อายุ 29 ปี 2. นายบุญฤทธิ์ อายุ 38 ปี 3. นายพิษณุ อายุ 36 ปี4. นายสุทธิ อายุ 36 ปี 5. นายนพดล อายุ 35 ปี 6. น.ส.ประภัสสร อายุ 29 ปี 7. นายจารุวัฒน์ อายุ 30 ปี
พร้อมตรวจยึดของกลาง คีตามีน น้ำหนักรวมประมาณ 221 กิโลกรัม พบซุกซ่อนในบ้านพักเล็กน้อย และซุกในรถยนต์เก๋งป้ายแดง ส-9037 กรุงเทพฯ จำนวน 100 กิโลกรัม รวมถึงในรถยนต์ตู้ ทะเบียน 1นข-3422 กรุงเทพฯ อีก 120 กิโลกรัม ยาบ้า จำนวน 4,090 เม็ด ซุกซ่อนบริเวณชั้นสองของบ้านพัก ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ยี่ห้อ Sig Sauer รุ่น P365 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 41 นัด
ตรวจยึดทรัพย์สิน รถยนต์ 9 คัน, รถจักรยานยนต์ 11 คัน, โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง และเงินสดอีก 620,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้นประมาณ 30,000,000 บาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 7 รายว่า “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” พร้อมทั้งแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาที่ 3 ในฐานความผิดเรื่องจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) และผู้ต้องหาที่ 4 ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลสืบสวนเส้นทางเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป


























