ผบช.ภ.7 สุ่มตรวจ สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เน้นป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก สร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ ยกระดับยุทธวิธีตำรวจและการอำนวยความยุติธรรม พร้อมใส่ใจสวัสดิการผู้ใต้บังคับบัญชา
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 14.30 น. พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ลงพื้นที่สุ่มตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจภูธรอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยไม่แจ้งล่วงหน้า
เพื่อติดตามการปฏิบัติงานจริงในระดับสถานีตำรวจ ทั้งด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การอำนวยความยุติธรรม การให้บริการประชาชน ตลอดจนการดูแลสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชา มี พ.ต.อ.กิตติพงษ์ บุญรอด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอู่ทอง เป็นผู้รับผิดชอบการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจและนำตรวจเยี่ยม
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้สุ่มตรวจพื้นที่ปฏิบัติงานสำคัญ โดยเริ่มจาก ห้องรับแจ้งความ ห้องปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวน ห้องปฏิบัติการสายตรวจ ห้องควบคุมผู้ต้องหา สถานที่เก็บรักษาของกลาง และสถานที่เก็บรักษาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน
มุ่งเน้นการตรวจสอบความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย มาตรการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนระบบการบริหารจัดการที่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ
ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานเชิงรุก โดยเฉพาะการออกตรวจพื้นที่ หรือการออก ว.4 อย่างมีเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงการออกตรวจตามวงรอบ แต่ต้องวิเคราะห์สภาพปัญหา จุดเสี่ยง และบุคคลเป้าหมายในพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมก่อนที่จะเกิดขึ้น
พร้อมกำชับให้จัดทำและปรับปรุงข้อมูลบุคคลพ้นโทษ บุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยง และบุคคลเป้าหมายในพื้นที่ให้เป็นปัจจุบัน โดยดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและคำนึงถึงสิทธิของประชาชน ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุ และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
ด้านการฝึกยุทธวิธีและมาตรฐานการปฏิบัติงาน ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ความสำคัญกับการฝึกฝนและทบทวนยุทธวิธีตำรวจอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สายตรวจและผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเผชิญเหตุ เพื่อเสริมสร้างทักษะ ความพร้อม และความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจ และตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และเป็นไปตามหลักกฎหมายและหลักยุทธวิธี
พร้อมเน้นย้ำให้จัดทำและพัฒนา มาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedures: SOP) สำหรับภารกิจสำคัญ เช่น การเข้าระงับเหตุ การตรวจค้นจับกุม การควบคุมตัวผู้ต้องหา และการเผชิญเหตุที่มีความเสี่ยง
เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดความผิดพลาด ลดความสูญเสีย และสร้างความปลอดภัยทั้งต่อเจ้าหน้าที่และประชาชน โดยต้องมีการฝึกซ้อมตามสถานการณ์จำลองและทบทวนบทเรียนจากการปฏิบัติงานจริงอย่างต่อเนื่อง
ด้านการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้กำชับให้สถานีตำรวจให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยรูปแบบใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ หรือ “วัคซีนไซเบอร์ (Cyber Vaccine)” ให้แก่ประชาชน ผ่านการปฏิบัติงานของตำรวจสายตรวจ ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ และการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่
เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกลโกงของมิจฉาชีพออนไลน์ เช่น การหลอกโอนเงิน การหลอกลงทุน การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และการหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง สามารถรู้เท่าทันภัย ตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อ ไม่หลงกล และไม่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้งนี้ การป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อถือเป็นภารกิจสำคัญไม่น้อยกว่าการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด
ด้านการอำนวยความยุติธรรม เน้นย้ำให้ฝ่ายป้องกันปราบปราม ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายสอบสวน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยให้เจ้าหน้าที่สายตรวจและชุดสืบสวนสนับสนุนการทำงานของพนักงานสอบสวน ทั้งการรวบรวมพยานหลักฐาน การติดตามพยานบุคคล การตรวจสอบข้อมูล และการติดตามตัวผู้กระทำความผิด เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
ด้านสวัสดิการและการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้เดินตรวจเยี่ยมบริเวณอาคารที่พักของข้าราชการตำรวจ เพื่อติดตามสภาพความเป็นอยู่ ความสะอาด ความปลอดภัย และความเหมาะสมของที่พักอาศัย โดยให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เน้นย้ำแนวทางการบริหารงานตำรวจที่ให้ความสำคัญทั้งการดูแลประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน โดยผู้บังคับบัญชาต้องลงพื้นที่ติดตามการทำงานจริง รับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติ และร่วมกันหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้ข้าราชการตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ และประชาชนได้รับบริการและความยุติธรรมอย่างแท้จริง
การสุ่มตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้าในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการบริหารงานตำรวจภูธรภาค 7 ที่มุ่งเน้นการติดตามผลการปฏิบัติในพื้นที่จริง ยกระดับมาตรฐานการให้บริการประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม พัฒนาทักษะและมาตรฐานการปฏิบัติงาน สร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้ประชาชน และสร้างองค์กรตำรวจที่เข้มแข็งจากการดูแลผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ
“ตำรวจทำงานเชิงรุก มีมาตรฐาน ปลอดภัย ประชาชนรู้เท่าทันภัย ได้รับความยุติธรรม ผู้ใต้บังคับบัญชามีคุณภาพชีวิตที่ดี”

























