Saturday, January 10, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันป.ค้น3จว.ทลายคอกม้าต้มคนชรายกหมู่บ้าน30รายไปปอยเปต

    ป.ค้น3จว.ทลายคอกม้าต้มคนชรายกหมู่บ้าน30รายไปปอยเปต

    กองปราบเปิดปฏิบัติการ:“เสียงกระซิบจากศรีบรรพต” ลุยค้น 3 จังหวัด พัทลุง ,เชียงใหม่ และสุรินทร์ จับขบวนการทำบัญชีม้า 4 ราย หลอกผู้สูงอายุ 30 ราย ไปทำงาน อ้างรายได้ดี ก่อนพาข้ามฝั่งไปปอยเปต สุดท้ายเงินไม่ได้มีแต่หมายเรียกหมายจับมาแทน

    เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ม.ค.69  พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์ รอง ผกก.6 บก.ป.
    นำกำลังตรวจค้น 7 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จว.พัทลุง ,เชียงใหม่ และ สุรินทร์

    จับผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วยนายเอกวิทย์ อายุ 30 ปี ,นายวิภพ อายุ 36 ปี ,น.ส.ธนาภา อายุ 35 ปี และน.ส.พสุดาภา อายุ 35 ปี

    ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

    พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง,สมุดบัญชีธนาคารกว่า 20 เล่ม และบัตร ATM,เอกสารบัญชีธนาคาร 15 แผ่น , คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และหนังสือเดินทางของผู้ที่ถูกหลอกไปเปิดบัญชีจำนวนมาก

    พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ เปิดเผยว่า ตำรวจ กก.6.บก.ป. สืบสวนขยายผลคดีฉ้อโกงออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหลายคดีทั่วประเทศ จนพบเส้นทางการเงินมุ่งสู่กลุ่มบัญชีธนาคารของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง เหมือนกันทั้งหมด

    จากการสืบสวนพบมีชาวบ้านเป็นผู้สูงอายุกว่า 30 รายในหมู่บ้านเดียวกัน ต่างตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงรวมกว่า 70 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 21 ล้านบาท

    พ.ต.ท.ทินกร กล่าวต่อว่า สำหรับเครือข่ายนี้ จะทำงานอย่างเป็นระบบภายใต้การสั่งการของนายอาเหวิน ตัวการใหญ่ชาวมาเลเซีย จ้างกลุ่มนายเอกวิทย์ ที่เป็นนายหน้า อาศัยอยู่ใกล้อ.ศรีบรรพต

    หลอกชักชวนชาวบ้านผู้สูงอายุในพื้นที่ อ้างว่าจะพาไปทำงานเป็นแม่บ้าน และพนักงานกาสิโนในปอยเปต ประเทศกัมพูชา หรือประเทศมาเลเซีย ได้ค่าจ้าง10,000 – 20,000 บาท ต่อเดือน

    ส่วนชาวบ้านที่จะเดินทางไปทำงานจะถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารหลายบัญชีพร้อมสมัครบัตร ATM พร้อมจัดทำหนังสือเดินทางใช้ในการข้ามแดน จากนั้นนายวิภพ และ น.ส.ธนาภา ทำหน้าที่พาชาวบ้านเดินทางไปยังจุดนัดพบชายแดน เช่น สุไหงโก-ลก หรือ อรัญประเทศ เพื่อส่งตัวข้ามฝั่งไปหาตัวการใหญ่ ฝั่งปอตเปต แหล่งผลิตบัญชีม้า

    พอถึงที่พักจะถูกยึดหนังสือเดินทาง สมุดบัญชี และโทรศัพท์มือถือ จะถูกยึดไว้ทั้งหมด และพาไป สแกนใบหน้า อพื่อยืนยีนตัวตน เมื่อเสร็จสิ้น จะถูกกักขังให้อยู่แต่ภายในบ้านพักตลอดจนกว่าบัญชีจะถูกอายัดหรือใช้งานไม่ได้

    ทั้งนี้บัญชีม้าในกลุ่มนี้ทั้งหมด จะถูกนำไปใช้ในหลากรูปแบบ ทั้งการหลอกลงทุนแพลตฟอร์มและการหลอกยืมเงิน พบว่าบางกรณีมีการโอนเงินเข้า-ออกบัญชีม้ากลุ่มนี้ถึง 13 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน สร้างความเสียหายต่อเหยื่อรายเดียวสูงถึง 3 ล้านบาท

    สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 รายรับสารภาพ ส่วนชาวบ้านสูบอายุที่ถูกหลอกให้การปฏิเสธหรือภาคเสธ อ้างว่าถูกหลอกให้เปิดบัญชี แต่ด้วยพยานหลักฐานทั้งสลิปโอนเงินค่าจ้างและข้อมูลการติดต่อกับตัวการใหญ่ผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ นำตัวทั้งหมดส่ง โรงพักในพื้นที่ที่ถูกก่อเหตุ ดำเนินคดี

    พร้อมขยายผลเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้เขื่อว่ายังมีผู้สูงอานุในพื้นที่อื่น ที่ถูกหลอกลวงในลักษณะนี้อีกหลายราย เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments