Monday, October 5, 2026
More
    HomePolice Cute Boyฝึกงานโรงพักหนองค้างพลูก่อนลงสนามจริง-3หนุ่มนรต.ไทย-เวียดนาม-กัมพูชา

    ฝึกงานโรงพักหนองค้างพลูก่อนลงสนามจริง-3หนุ่มนรต.ไทย-เวียดนาม-กัมพูชา

    “ขวัญเอยขวัญมา สนสามพราน พร่ามหาขวัญใจ เพื่อนเอยเพื่อนใจไปไหน
    ลาไกลแล้วเพื่อนไยไม่มา…”

    เพลงสนสามพราน   ที่เหล่านักเรียนนายร้อยตำรวจต่างคุ้นเคยกันอย่างดี  4 ปี

    รั้วสามพรานแห่งนี้ได้เป็นเบ้าหลอมปลูกฝังอุดมการณ์และถ่ายทอดจิตวิญญาณในการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้กับพวกเขา

    ไม่เพียง แต่เด็กหนุ่มชาวไทยเท่านั้นที่ใฝ่ฝันอยากเข้าเรียนในสถาบันตำรวจอันทรงเกียรติแห่งนี้   แต่โรงเรียนนายร้อยตำรวจยังมีความร่วมมือทางวิชาการกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เมียนมา กัมพูชา และเวียดนามด้วย

    เด็ดดาวได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องๆ นรต.ชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 80  กำลังจะจบการศึกษา และออกมาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเต็มตัวในเร็ว ๆ นี้

    3 หนุ่ม 3 มุม

    เริ่มต้นที่ นรต.วชิรวิทย์ พรมเสนา (น้องเดค) หนุ่มน้อยจากจังหวัดอุดรธานี

    เขามาพร้อมกับความฝันอยากเป็นตำรวจในดวงใจของประชาชน และเป็น Safe Zone ให้ชาวบ้านได้อุ่นใจ

    น้องเดค เล่าว่าในรุ่นมีทั้งหมด 128 คน มีเพื่อน นรต. จากประเทศเพื่อนบ้าน 6 คน  มี 2 คนที่เป็นเพื่อนสนิทและได้มาฝึกงานที่ สน.หนองค้างพลูด้วยกัน


    เราทุกคนผูกพันกันมากทั้ง
    เรียน กินนอน และเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกอยากบอกว่า

    “ขอบคุณมาก ๆ ที่สู้และเหนื่อยมาด้วยกันตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่สำคัญทำให้เราได้รู้ว่ามิตรภาพนั้นไม่มีเส้นแบ่งพรมแดนจริง ๆ”

    ขอให้เพื่อนได้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดูแลประชาชนในประเทศของตัวเองอย่างที่ตั้งใจไว้ แม้หลังจากเรียนจบจะต้องแยกย้ายแต่ความรักของพวกเราจะไม่เสื่อมคลาย และเราจะยังคงติดต่อและไปมาหาสู่กันอย่างแน่นอน

    น้องเดค ยังบอกด้วยว่า

    การที่มีเพื่อน นรต.ชาวต่างชาติ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมระหว่างกันและช่วยสร้าง Connection ที่จะทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต  หากต้องมีการประสานงานกันระหว่างประเทศ จะช่วยให้งานราบรื่นขึ้น

    ขอบคุณรุ่นใหญ่

    ผมขอขอบคุณพี่ ๆ ที่ สน.หนองค้างพลูครับ ที่คอยช่วยแนะนำสั่งสอนให้เราใส่ใจในความทุกข์ร้อนของประชาชนที่เดินขึ้นมาบนโรงพัก เราต้องบำบัดทุกข์ให้กับประชาชน

    บางอย่างเป็นบทเรียนนอกตำรา ผมคิดว่า “เป็นวิชาชีวิตในอาชีพตำรวจ” ทั้งนี้จะขอยึดมั่นอุดมการณ์ตำรวจที่ได้เรียนมาและคำสอนดี ๆ จากพี่ ๆ ครับ

    นรต. หล่อ จุง เกียน (น้องเกียน) นรต. จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจประชาชนเวียดนาม บอกว่า


    ได้มาเรียนกับ นรต. 80 ตั้งแต่ปี 1  ตอนนั้นยังพูดภาษาไทยไม่ได้เลยครับ ต้องเรียนปรับพื้นฐานภาษาไทยประมาณ 3 เดือน  ยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากทั้งด้านการสื่อสารและการฝึกที่หนัก โชคดีที่มีทั้งเพื่อนและอาจารย์เข้าใจและคอยให้ความช่วยเหลือโดยตลอด

    สิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจของไทยนั้น ผมรู้สึกประทับใจมาก  เพราะเป็นสถาบันการศึกษาวิชาตำรวจที่ดีเยี่ยม  ส่วนการฝึกนั้นก็ถือว่าหนักกว่าที่เวียดนาม แต่เป็นเรื่องดีที่ทำให้เรามีความพร้อมทุกด้าน 

    ผมจะนำกลับไปประยุกต์ใช้ในประเทศของผมครับ ผมรักและผูกพันกับเพื่อนและรุ่นพี่ในรั้วสามพรานอย่างมาก

     

    ส่วนการที่ได้มาฝึกงานที่ สน.หนองค้างพลูนั้น ก็ช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ในวิชาชีพตำรวจได้อย่างดี เพราะได้พบเจอประชาชนจริงเช่น การพูดคุยเจรจากับประชาชนที่มาโรงพักเพื่อช่วยให้เขาใจเย็นลง เพราะเขามาด้วยความเดือดร้อน เราจะต้องทำให้เขากลับไปด้วยความรู้สึกสบายใจกว่าเดิมครับ  

    นอกจากพี่ๆ จะสอนเรื่องงานแล้วยังพาพวกผมไปเลี้ยงข้าวอยู่บ่อย ๆด้วย ขอบคุณมากๆ เลยครับ ถ้ากลับไปประเทศเวียดนามคงคิดถึงทุกคนครับ

    น้องเกียน ยังบอกด้วยว่า

    ก่อนหน้านี้ก็มีรุ่นพี่ของเขาเรียนจบ นรต.รุ่น 67 และรุ่น 73 และยังได้ทำงานที่กรมการต่างประเทศรับผิดชอบในส่วนของประเทศไทย  เป็นผู้ประสานงานระหว่างโรงเรียนนายร้อยตำรวจทั้ง 2 ประเทศด้วย

    นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับตำรวจไทยเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดอยู่เป็นประจำ

    ด้าน นรต.นีย์ ปุนนาเรีย หรือน้องนีย์ นรต. จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจกัมพูชา บอกว่า


    ก่อนที่จะมาเรียนก็เคยมาเที่ยวที่จังหวัดสุรินทร์อยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังพูดภาษาไทยไม่ได้  ต้องมาเรียนภาษาไทยเช่นกัน

    ผมคิดว่าโรงเรียนนายร้อยตำรวจแห่งนี้ สอนให้เรามีระเบียบวินัยที่ดีมาก ทั้งวิชาตำรวจ ตลอดจนสอนยุทธวิธี และทำให้ “มีจิตวิญญาณในการเป็นตำรวจที่ดี คือให้คิดดี พูดดี และทำดีกับประชาชน”

    ผมมีความผูกพันกับเพื่อน นรต. 80 มากครับ เพราะเพื่อน ๆ มีน้ำใจช่วยเหลือเราเสมอ แม้เราจะเป็นคนต่างบ้านต่างเมือง แต่เพื่อนก็ยังชวนไปค้างที่บ้านอยู่บ่อย ๆ ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น อีกทั้งคนไทยยังเป็นคนใจดี    ผมรู้สึกซาบซึ้งและประทับใจในความมีน้ำใจของคนไทยครับ  และหากกลับไปประเทศกัมพูชาแล้ว พบว่ามีคนไทยที่อยู่ที่นั่นได้รับความเดือดร้อนก็พร้อมจะช่วยเหลือดูแลครับ

    ส่วนประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกงานนั้น ช่วยทำให้เราได้เข้าใจการปฏิบัติงานจริง  เราต้องปรับตัวเมื่ออยู่กับสถานการณ์ที่ไม่ได้มีเพียงครูและเพื่อน แต่คือประชาชนที่อยู่ตรงหน้า

    ผมเห็นพี่ ๆ ที่โรงพักตั้งใจทำงานด้วยความทุ่มเทโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งรับแจ้งความ ทำสำนวนการสอบสวนกันอย่างเต็มที่ นับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีของผมเลยครับ

    น้องนีย์ ยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมามีรุ่นพี่ของเขาจบ นรต. รุ่น 73 ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจกัมพูชา  และยังมีการประสานงานระหว่างไทยกับกัมพูชาทางด้านตำรวจอยู่ครับ 

    เด็ดดาว ขอชื่นชม โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ที่เป็นแหล่งผลิตสุภาพบุรุษสามพราน ให้เป็น “ตำรวจอาชีพ”   ที่มีจิตวิญญาณของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง และยังสร้างสายใยเครือข่ายความรักความผูกพัน  ส่งต่อถึงกันจากรุ่นสู่รุ่น ได้แน่นเหนี่ยวดุจเกลียวเชือก

    ดาวกระพริบอยู่ ดูงามละลาน  แต่ดาวสามพราน วับๆวามเด่นงามยิ่งกว่า

    เด็ดดาว รายงาน 5/10/69

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments