“บิ๊กเซีย”นำเครือข่ายสื่อมวลชน (สสสย.) ยื่นจดหมายเปิดผนึกจี้ “นายกฯ อนุทิน” ทบทวนร่างกฎหมาย 4 ฉบับ! จวกยับเร่งแก้ช่วงน้ำท่วม-เกรงใจนายทุนเหล้าบุหรี่ ชี้ซัดทอดภาระงบแผ่นดินปีละ 1.4 หมื่นล้าน
วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน (สสสย.) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสื่อมวลชนจากหลากหลายแขนง ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ และสื่อสำนักข่าวออนไลน์ ในฐานะองค์กรภาคประชาชน ได้ลงนามในจดหมายเปิดผนึกส่งถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อแสดงจุดยืนและข้อซักถามอย่างตรงไปตรงมา
กรณีที่ สส.พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และคณะ ได้ยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ รวมถึงตัวนายอนุทินและคณะที่ได้เสนอแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมทบอีกหนึ่งฉบับ
ร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ประกอบด้วย:
1. ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส)
2. ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
3. ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ
4. ร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย
มีหลักการเดียวกันคือ การยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงที่มาจากภาษีสุราและยาสูบ ในอัตราที่แตกต่างกันของทั้ง 4 หน่วยงาน แล้วเปลี่ยนให้มารับเงินสนับสนุนจาก “งบประมาณรายจ่ายประจำปีของแผ่นดิน” แทน อ้างเหตุผลเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
5 ข้อกังขาและจุดยืนของเครือข่ายสื่อมวลชน (สสสย.):
สสสย. โดยการนำของ นายศักดา แซ่เอียว ได้ยื่นข้อเรียกร้องและตั้งคำถามผ่านจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญได้ 5 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. เหตุใดจึงเร่งรีบกลางวิกฤตน้ำท่วม
ท่ามกลางปัญหาบ้านเมืองที่รุมเร้า โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนกำลังเผชิญวิกฤติน้ำท่วมหนักทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยควรทุ่มเทเวลาแก้ไขความเดือดร้อนให้ประชาชนก่อนหรือไม่ การเร่งรีบดันกฎหมายนี้ทำให้สังคมอดคิดไม่ได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจยาสูบและแอลกอฮอล์หรือไม่
2. ขัดรัฐธรรมนูญทำไมไม่ส่งศาลตีความ
หากพรรคภูมิใจไทยมองว่าเนื้อหาเดิมขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ทำไมจึงไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็นข้อยุติเสียก่อน แทนที่จะเลือกเสนอร่างแก้ไขกฎหมายในลักษณะนี้
3. โยนภาระงบประมาณแผ่นดินซ้ำเติมประเทศ
เดิมทีเงินบำรุงและค่าธรรมเนียมของ 4 หน่วยงานนี้มีมูลค่าปีละประมาณ 14,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจยาสูบและแอลกอฮอล์ (สินค้าเสี่ยงกระทบสุขภาพ) เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง การยกเลิกแล้วผลักภาระให้รัฐบาลต้องใช้งบแผ่นดินอันน้อยนิดมาอุดหนุนแทน ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่ในยามที่รัฐบาลกำลังขาดดุลและต้องกู้เงิน
4. เม็ดเงินภาษีที่หายไป 14,000 ล้านบาท ไปอยู่ไหน
ปกติกรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้จากสุราและยาสูบปีละประมาณ 110,000 – 120,000 ล้านบาท การยกเลิกเงินบำรุงดังกล่าวโดยไม่มีแนวทางจัดเก็บภาษีส่วนอื่นมาชดเชยรายได้แผ่นดิน จะยิ่งทำให้งบประมาณภาครัฐส่วนอื่นๆ ต้องลดทอนลงไปอีก
5. อนาคต สสส. แขวนบนเส้นด้ายคำว่า “ตามความจำเป็น”
ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของร่าง พ.ร.บ.สสส. มีการระบุเงื่อนไขเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเป็น “ตามความจำเป็น” ซึ่งสะท้อนแนวคิดลดบทบาท สสส. และสร้างความไม่แน่นอน เพราะไม่มีหลักประกันว่าหน่วยงานจะได้รับงบเพียงพอหรือไม่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภารกิจสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศ
เครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน (สสสย.) จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พิจารณาทบทวนและยับยั้งการดำเนินการตามกระบวนการเสนอร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับในขณะนี้ และหากจะขับเคลื่อนต่อในอนาคต ควรเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนอย่างกว้างขวางตามหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

























