สมาคมนักข่าวฯ เปิดอบรม “มองจีนยุคใหม่” รุ่นที่ 8 กูรูชี้จีนผงาดผู้นำเทคโนโลยีโลก แนะสื่อไทยเข้าใจจีนรอบด้าน-ไทยต้องวางตัวเป็นกลางรักษาสมดุลอำนาจ
วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้” รุ่นที่ 8 มี น.ส.น.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวฯ เป็นประธานเปิดงาน
ร่วมด้วยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษาและภูมิรัฐศาสตร์ระดับแถวหน้าของประเทศที่มาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อให้สื่อมวลชนไทยเข้าใจพลวัตของประเทศจีนในหลากหลายมิติ
รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวในหัวข้อ “จีนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์การเมืองโลก” ว่า การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมที่สุดของจีนคือ “นวัตกรรมและเทคโนโลยี” ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนทัดเทียมและนำหน้าสหรัฐฯ ในหลายด้าน เช่น รถไฟความเร็วสูง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และพลังงานทดแทน
จุดเด่นสำคัญคือเทคโนโลยีของจีนส่วนใหญ่เปิดกว้างแบบ Open Source ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีราคาประหยัดเพื่อนำไปต่อยอดได้ง่าย ต่างจากสหรัฐฯ ที่เน้นระบบปิดและมีราคาสูง
นอกจากนี้ จีนยังให้ความสำคัญกับการควบคุมภาคการผลิตและทรัพยากรแรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ทั่วโลก พร้อมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกับประชาคมโลกในรูปแบบพหุภาคี ไม่ใช้วิธีการใช้อำนาจบาตรใหญ่ตามอำเภอใจ
ด้าน รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการมูลนิธิอาเซียน เผยว่า โลกปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ยุค “สงครามเย็นครั้งที่ 2” อย่างเต็มตัว แบ่งขั้วอำนาจใหม่ออกเป็น 3 ขั้วหลัก ได้แก่ กลุ่มประเทศโลกเหนือ (สหรัฐฯ-ตะวันตก-พันธมิตร), กลุ่มประเทศโลกใต้ (จีน-รัสเซีย-อินเดีย และประเทศกำลังพัฒนา) และกลุ่มประเทศอิสลาม
ความขัดแย้งดังกล่าวสะท้อนผ่าน 7 สมรภูมิสำคัญ ได้แก่ สงครามการค้า, โลจิสติกส์, การลดการพึ่งพาดอลลาร์, สงครามข่าวสาร, ซอฟต์พาวเวอร์, การแทรกแซงทางการเมือง และความขัดแย้งเหนือดินแดน-อวกาศ
พร้อมกันนี้ รศ.ดร.ปิติ ได้ฝากข้อคิดเตือนใจให้ประเทศไทยใช้นโยบายต่างประเทศแบบประคองตัว รักษาสมดุลอำนาจระหว่างสองขั้วมหาอำนาจ และหลีกเลี่ยงการเลือกข้างอย่างเด็ดขาด
ขณะที่ นายกวี จงกิจถาวร สื่อมวลชนอาวุโสและคอลัมนิสต์ มองว่า ไทยเปรียบเสมือน “ปาท่องโก๋” ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับจีน ภาพลักษณ์ของจีนจึงส่งผลโดยตรงต่อประเทศไทยโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายกวี เน้นย้ำว่า สื่อไทยจำเป็นต้องเข้าใจสังคมจีนในมุมมองที่ลึกซึ้งและรอบด้านตามแบบที่คนจีนเข้าใจ เลิกปลุกปั่นสร้างความเกลียดชัง และก้าวข้ามกรอบความคิดแบบเดิม โดยผลักดันให้ความสัมพันธ์ไทย-จีนก้าวสู่การเป็น “หุ้นส่วนที่เท่าเทียมและสันติภาพ” ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
ทั้งนี้ โครงการอบรม “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้” รุ่นที่ 8 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–22 ตุลาคม 2569 โดยผู้เข้าอบรมจะได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและการเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดการทำงานด้านสื่อสารมวลชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมไทยต่อไป

























