สืบ ตม.6-โปลิศไซเบอร์ บุกรวบ “สแกมเมอร์สวีเดน” คาเกาะสมุย พฤติกรรมแสบ แฮก AnyDesk ดูดเงินฟอกหรู–สวมรอย ตร. เชิดปืน 9 กระบอก เสียหายทะลุ 20 ล้าน
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ตามนโยบายเข้มงวดในการปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่สั่งการผ่าน พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. ให้กวาดล้างชาวต่างชาติที่ก่ออาชญากรรมแล้วหลบหนีมากบดานในประเทศไทย
พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.6, ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6 และ พ.ต.ท.ปัฐน์ แสนอินอำนาจ รอง ผกก.สส.บก.ตม.6
สั่งการให้ ชุดสืบสวน บก.ตม.6 สนธิกำลังร่วมกับ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, ตม.จว.ตรัง และ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 (บก.สอท.5) เข้าปิดล้อมจับกุมนายเดวิด ชาวสวีเดน ตามหมายจับจากทางการสวีเดน ได้ในพื้นที่อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
จากการประสานข้อมูลร่วมกับตำรวจสวีเดน พบว่านายเดวิดเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญของขบวนการฉ้อโกงทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่เมื่อช่วงต้นปี 2026
มีพฤติการณ์หลอกลวงเหยื่อชาวสวีเดน บริษัท และครอบครัวของเหยื่อ ว่าบัญชีธนาคารมีความผิดปกติ ใช้อุบายหลอกให้เหยื่อติดตั้งโปรแกรมควบคุมคอมพิวเตอร์ระยะไกล (AnyDesk) เพื่อแอบเจาะเข้าระบบบัญชี ทำเรื่องกู้เงิน และโอนเงินออก
จากนั้นนำเงินที่ได้ไปกว้านซื้อสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือยเพื่อฟอกเงิน เช่น นาฬิกาหรู Rolex (รุ่น Daytona และ Submariner), สมาร์ทโฟน iPhone 17 Pro Max, คอมพิวเตอร์ MacBook และทองคำแท่งจำนวนมาก
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังมีพฤติกรรมสุดแสบ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขออายัดอาวุธปืนจากเหยื่ออ้างเพื่อความปลอดภัย เหยื่อหลงเชื่อส่งมอบให้ถึง 9 กระบอก ก่อนนำปืนไปทิ้งไว้ในที่สาธารณะ เช่น ในรถยนต์ที่ไม่ล็อกและคูน้ำ เสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมร้ายแรง มูลค่าความเสียหายทางคดีพุ่งสูงถึง 6 ล้านโครนาสวีเดน หรือคิดเป็นเงินไทยมากกว่า 20 ล้านบาท
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายเดวิด พบว่ามีประวัติยาวเป็นหางว่าวในสวีเดนมาตั้งแต่ปี 2013 ทั้งคดีฟอกเงินร้ายแรง, คดียาเสพติด, คดีทำร้ายร่างกาย ตลอดจนคดีอาวุธปืนและมีด เคยถูกศาลจำคุกมาแล้ว 10 เดือน
กระทั่งก่อเหตุระลอกล่าสุดและหลบหนีออกนอกประเทศ ทางการสวีเดนจึงได้อนุมัติออกหมายจับและสั่งเพิกถอนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ทันที ก่อนจะถูกตำรวจ สตม. ไทย แกะรอยบุกจับกุมได้คาสมุย
พ.ต.อ.เจริญพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยความสำเร็จในการจับกุมครั้งนี้เกิดจากการเชื่อมโยงฐานข้อมูล ม.38 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง การแจ้งเบาะแสเชิงลึกจากประชาชนในพื้นที่ และมาตรการเอกซเรย์กวาดล้างกลุ่ม Overstay และบุคคลตามหมายจับสากลอย่างเด็ดขาด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวประสานสถานทูตสวีเดนและตำรวจสากล (Interpol) เพื่อผลักดันและส่งตัวกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่ประเทศสวีเดนต่อไป

























