สืบภาค 6 รวบแก๊งคุมบช.ม้า มีทั้งไทย-ลาว6คน ลอบนำเงินข้ามแดนที่เชียงแสนหลังขยายผลคอกม้า “ณิชา”ที่เชียงใหม่ เครือข่ายตุ๋นเหยื่อ2.1ล.ที่พรหมพิราม
วันที่ 3 มี.ค.69 พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 พล.ต.ต. อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6
สั่งการ พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6 ,พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 , พ.ต.ท.กิติคุณ รักแจ้ง รอง ผกก.สืบสวน 2 บก.สส. ภ.6, พ.ต.ท.อัศนันท์ ธนเลิศภูวเวทย์ รอง ผกก.สืบสวน 2ฯ
จับกุมผู้ควบคุมบัญชีม้า,บัญชีม้าถอนเงิน และกลุ่มลักลอบนำเงินข้ามแดน ที่ทำการจับกุมได้ภายในเขตพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
สืบเนื่องจากผู้เสียหายในพื้นที่ สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก แจ้งความถูกหลอกลงทุนออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Amazon สูญเงินกว่า 2.1 ล้านบาท นำไปสู่การขยายผลจับกุม น.ส.ณิชา หัวหน้าขบวนการฝั่งไทย ขณะคุมบัญชีม้าถอนเงินหน้าธนาคารในเชียงใหม่ ก่อนนำตรวจค้นโรงแรมหรูพบ “คอกม้า” รวมตัวกันอยู่เพียบ
ต่อมาได้ขยายผลจับกุม นายกฤษฎา ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ 210/2569 ได้ที่บ้าน ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พร้อมรวบตัวเพื่อนร่วมขบวนการทั้งกลุ่มจัดหาและกลุ่มถอนเงินรวม 5 ราย มีทั้งชาวไทยและชาวลาว ยึดยาบ้าจำนวนหนึ่ง เงินสดกว่า 1 แสนบาท สมุดบัญชี และบัตร ATM จำนวนมาก
สอบสวนรับว่าได้รับจ้างถอนเงินสดจากบัญชีม้าเพื่อรวบรวมส่งต่อให้ชาวจีนฝั่งลาวได้ค่าตอบแทนวันละ 1,000–2,000 บาท หากถอนเงินเยอะ จะได้รับส่วนแบ่งเพิ่มอีก พร้อมให้จัดหาบัญชีม้าแลกกับเงิน 1,000 บาท
เบื้องต้นแจ้งข้อหาอั้งยี่และพ.ร.บ.อาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ ก่อนส่งตัวดำเนินคดีและเร่งติดตามผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีต่อไป

























