สืบสตึกร่วมกับสืบลพบุรี บุกจับ “นิก บัญชีม้า” สายกดเงินให้บอสแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คาโรงแรมเมืองลิง แฉมุกใหม่บล็อก “แอปฯ เป๋าตัง” ขู่ นศ.หนุ่มหลงเชื่อ ล่อเปิดกล้องส่องฉกทอง–นาฬิกาหรูพ่อแม่ สูญ 1.2 ล้าน ยึดATM–มือถือเพียบ
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายเอ (นามสมมติ)อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์เข้ามาแอบอ้างว่าเป็น “เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์” พร้อมส่งภาพเอกสารราชการปลอมผ่านแอปพลิเคชัน LINE อ้างว่านายเอ เกี่ยวข้องกับคดีความผิดร้ายแรง บังคับให้โอนเงินในบัญชีมาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ในตอนแรก นายเอ มีท่าทีลังเลและไม่ปักใจเชื่อ แต่คนร้ายได้ใช้อุบายแจ้งว่า ขณะนี้ระบบของตำรวจได้อายัดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโทรศัพท์มือถือนายเอไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมท้าให้ลองเปิดใช้งานดู
เมื่อนายเอกดเข้าแอปฯ พบว่าไม่สามารถใช้งานได้จริงตามที่คนร้ายขู่ จึงเกิดความตื่นตระหนกตกใจหลงเชื่อ และยินยอมโอนเงินที่มีอยู่ในบัญชีทั้งหมดไปให้คนร้ายตามคำสั่ง
ต่อมาขณะที่คนร้ายกำลังถือสายคุยกับนายเอ ได้มีผู้ปกครองของนายเอเดินทางมาเยี่ยมที่ห้องพัก คนร้ายจึงออกอุบายให้นายเอเปิดกล้องหน้าโทรศัพท์มือถือ อ้างว่าเป็นการสแกนตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ
เมื่อคนร้ายสังเกตเห็นผ่านหน้าจอว่าผู้ปกครองสวมใส่ทรัพย์สินมีค่า ทั้งนาฬิกาหรูและสร้อยคอทองคำ ได้ใช้วาจาหลอกล่อและข่มขู่กดดันให้นายเอ แอบนำทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ปกครองไปส่งมอบให้กับเครือข่ายของคนร้ายรวมมูลค่าความเสียหายทั้งเงินสดและทรัพย์สินสูงถึง 1.2 ล้านบาท
หลังเกิดเหตุนายเอ ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.ฉลองกรุง ท้องที่เกิดเหตุทันที กระทั่ง ครอบครัวของผู้เสียหายซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้นำข้อมูลเข้าพบพ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.สืบสวนสภ.สตึก เพื่อประสานข้อมูลในการติดตามตัวคนร้าย
เมื่อได้รับรายงาน พล.ต.ต.เอนก ศรีกิจรัตน์ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์, พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎ์ แพ่งศรีสาร รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ และ พ.ต.อ.อนันต์ทองบันเทิง ผกก.สภ.สตึก ได้มีคำสั่งกำชับให้ชุดสืบสวน สภ.สตึก เร่งรัดแกะรอยเส้นทางการเงินเพื่อจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด
จากการสืบสวนเส้นทางการเงินเชิงลึกพ.ต.ท.ภานุวัฒน์ พร้อมทีมสืบสวนทราบว่า ผู้ทำหน้าที่เดินสายตระเวนกดเงินสดที่ได้จากการหลอกลวง คือ นายอัครพล หรือ “นิก“ มีประวัติตระเวนกดเงินบัญชีม้าในลักษณะนี้มาแล้วหลายท้องที่
จนกระทั่งวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ชุดสืบสวนสืบทราบว่า นายนิก ได้หนีไปซ่อนตัวอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.ลพบุรี ได้ประสานงานไปยัง กก.สส.ภ.จว.ลพบุรี นำโดย พ.ต.อ.พีรพัลส์ ชูช่วย ผกก.สส.ภ.จว.ลพบุรีนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นและจับกุม นายอัครพล หรือนิก ได้สำเร็จ
จากการตรวจค้นตัวและห้องพักของนายนิกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง บัตรกดเงินสด (ATM) ธนาคารต่างๆของผู้อื่น 5 ใบ
สอบสวน นายนิก รับสารภาพ ทำหน้าที่รับจ้างเดินสายกดเงินสดให้กับทีมแก๊งคอลเซ็นเตอร์จริง และก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งแต่ยังคงปากแข็งไม่ยินยอมให้การถึงจุดซ่อนเงินสดและทรัพย์สินที่หลอกลวงมาได้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายนิกตามหมายจับของศาล พร้อมแจ้งข้อหาหนักและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถประสานธนาคารทำการอายัดเงินในบัญชีม้าที่ผู้เสียหายโอนไปได้ทันเวลา 70,000 บาท โดยจะเร่งขยายผลติดตามทรัพย์สินที่เหลือและสืบสวนจับกุมหัวหน้าขบวนการมาลงโทษต่อไป

























