สืบบก.น.6 ร่วมกับการข่าวทบ.ตะครุบ2 ผู้ต้องหาริมถนนบ้านนา-แก่งคอย จ.สระบุรี ขนยาบ้า 2,000,000 เม็ด ซุกเต็มท้ายรถยนต์ Honda Jazz
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ร่วมกับ กองทัพบก ตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ. ปส.ตร. และ พล.ต.ท. กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่สั่งการให้ยกระดับการสืบสวนขยายผลและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน
นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.6, พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส. บก.น.6 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 และชุด ชปส.บก.น.6 บูรณาการร่วมกับ พล.ต.อภิชัย ทองธรรมชาติ ผบ.ขกท.
นำกำลังหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก (สปข.ขกท.ศปก.ทบ.) ร่วมกันวางแผนจับกุม นายธันวา อายุ 29 ปี และ นายอนุ อายุ 33 ปี สองผู้ต้องหาชาวจังหวัดชัยภูมิ ได้เมื่อเช้าวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 บริเวณริมถนนบ้านนา-แก่งคอย ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
สืบเนื่องจาก ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.6 และการข่าวทางทหาร ได้สืบสวนทราบเบาะแสสำคัญว่าจะมีการนัดหมายส่งมอบยาเสพติดล็อตใหญ่ในพื้นที่ จ.สระบุรี เพื่อเตรียมลำเลียงขนส่งเข้าสู่แหล่งพักยาเสพติดในพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานคร ก่อนกระจายลงสู่ชุมชน จึงนำกำลังไปซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์สะกดรอยอย่างใกล้ชิด
กระทั่งช่วงเช้ามืดของวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 พบรถยนต์ต้องสงสัยยี่ห้อ Honda Jazz สีขาว ขับเข้ามายังจุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำรถยนต์เข้าปิดล้อมทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง เพื่อบีบให้หยุดรถ
แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทัน ได้เหยียบคันเร่งถอยหลังพุ่งชนรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหวังเปิดทางหลบหนี อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตัดสินใจเข้าประชิดตัวและเข้าล็อกตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายไว้ได้ทันท่วงที
จากการตรวจค้นภายในห้องโดยสารและส่วนท้ายของรถยนต์ พบถุงกระสอบบรรจุ ยาบ้า 10 กระสอบ (กระสอบละประมาณ 200,000 เม็ด) รวมยาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 2,000,000 เม็ด วางอัดแน่นอยู่เต็มพื้นที่
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายรับสารภาพว่า รับจ้างขนลำเลียงยาบ้าล็อตดังกล่าวมาจริง มีเป้าหมายนำมาส่งมอบให้ลูกค้า ที่ จุดเกิดเหตุ เพื่อแลกกับค่าจ้างจำนวน 100,000 บาท นำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายธันวา เคยถูกดำเนินคดีข้อหาครอบครองยาบ้า (ปี 2562) และเสพยาเสพติด (ปี 2564) ในท้องที่ สภ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ส่วนนายอนุ ไม่พบประวัติการกระทำความผิด
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายและเร่งสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมนายทุนและขบวนการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังต่อไป

























