Monday, January 19, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวัน“อนุทิน-รุทธพล”แถลงผลงาน“ปส.-ตชด.”มัดรวม13คดีจับยานรกบิ๊กลอตในรอบ3เดือน

    “อนุทิน-รุทธพล”แถลงผลงาน“ปส.-ตชด.”มัดรวม13คดีจับยานรกบิ๊กลอตในรอบ3เดือน

    นายกรัฐมนตรี รมว.ยุติธรรม พร้อม ผบ.ตร. แถลงผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กว่า 3 เดือน จับกุมเกือบ 90,000 คดี ยึดยาบ้า กว่า 330 ล้านเม็ด

    วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.หาดไทย เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    มี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูลปุณยสิริ ผบช.ตชด., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผู้แทน กอ.รมน. และผู้บังคับบัญชา

    ร่วมแถลง เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการ “ต้องชนะยาเสพติด” ให้ได้อย่างเด็ดขาด

    ในห้วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งเครื่องปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ทลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญและยึดอายัดทรัพย์สินได้จำนวนมาก  สะท้อนถึงความเด็ดขาดในการสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ตั้งแต่ชายแดนจนถึงเมืองหลวง ดังนี้

    กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จับกุมเครือข่ายสำคัญ 10 คดี

    คดีที่ 1 : บก.ปส.1 จับบอสไต้หวัน บงการขบวนการยาเสพติดข้ามชาติ ซุกยาในพรมเตรียมส่งออก

    วันที่ 15 ม.ค.69 บก.ปส.1  จับกุม นายเฉียง หมิงเฟิง อายุ 27 ปี สัญชาติไต้หวัน ผู้ต้องหารายสำคัญ เป็นผู้สั่งการหลักของขบวนการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ได้ภายในคอนโดมิเนียมย่านอโศก กรุงเทพมหานคร

    ตรวจค้นพบคีตามีนประมาณ 5 กรัม พร้อมอุปกรณ์ต้องสงสัยจำนวนมาก และพบพรมหลายผืนถูกตัดเย็บเป็นช่องสำหรับซุกซ่อนผงสีขาวคล้ายยาเสพติด, จักรเย็บผ้าและอุปกรณ์แพ็กกิ้ง เตรียมส่งออกนอกราชอาณาจักร

    จากการสืบสวนพบผู้ต้องหาเป็น “มันสมอง” ของเครือข่าย มีพฤติการณ์แปรสภาพเฮโรอีนเป็นของเหลวคล้ายโลชั่น อำพรางบรรจุในขวดปลอมเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบลำเลียงผ่านระบบพัสดุระหว่างประเทศ

    ตรวจสอบย้อนหลังพบมีการส่งเฮโรอีนเหลวจาก สปป.ลาว ไปไต้หวัน น้ำหนักรวมประมาณ 10 กิโลกรัม ผู้ต้องหาเป็นบุคคลตามหมายจับไต้หวัน 4 คดีอาญาร้ายแรง ได้แก่ พยายามฆ่า, องค์กรอาชญากรรม, ฉ้อโกง และลักทรัพย์

    ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ส่งตัวให้ บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

    คดีที่ 2 : ทลายเครือข่าย “นักบินปราจีนบุรี” ลำเลียงไอซ์ข้ามภาค

    เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 กก.2 บก.ปส.1 ร่วมกับ บก.ขส.บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสาน ตรวจยึดยาไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 498 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์ 2 คัน ประกอบด้วยรถขนยาเสพติดและรถนำขบวน จับกุมได้บริเวณถนนสาย 304 อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

    จากการสืบสวนพบเป็นเส้นทางลำเลียงสำคัญ ต้นทางจากหลายจังหวัดภาคอีสาน มุ่งหน้าปลายทางกรุงเทพมหานคร ใช้รูปแบบรถนำ–รถตาม เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้น ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี รวมถึงขยายผลถึงนายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง และเส้นทางการเงินของเครือข่าย ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    คดีที่ 3 : บก.ปส.2 ยึดยาบ้า 1.73 ล้านเม็ด ไอซ์ 62 กิโลกรัม สกัดเครือข่ายชายแดนอีสาน

    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 กก.3 บก.ปส.2 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดน จ.นครพนม ใช้รถกระบะและรถเก๋งเป็นยานพาหนะ เจ้าหน้าที่ติดตามพบรถต้องสงสัยบนถนนทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนเข้าตรวจค้นที่ปั๊มน้ำมันใน จ.ศรีสะเกษ

    จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ตรวจค้นพบยาบ้า 865 มัด รวม 1,730,000 เม็ด บรรจุในกระสอบปุ๋ยซุกซ่อนในรถยนต์ พบไอซ์อีก 62 กิโลกรัม ผู้ต้องหารับสารภาพเป็นของตนเอง รถเก๋งซึ่งทำหน้าที่นำทางหลบหนีไปได้ อยู่ระหว่างติดตามจับกุมเพิ่มเติม

    คดีที่ 4 : บก.ปส.2 ขยายผลเครือข่ายบ้านอูบมุง ยึดยาบ้า 1.8 ล้านเม็ด

    สืบเนื่องจากการจับกุมคดียาบ้าใน จ.บุรีรัมย์   กก.2 บก.ปส.2 ขยายผลถึงเครือข่ายรายสำคัญ พบพฤติการณ์ลำเลียงยาบ้าจากแนวชายแดนอีสานตอนล่าง ใช้รถกระบะและรถเก๋งนำเส้นทาง วันที่ 7 มกราคม 2569 รถกระบะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ทำให้กระสอบยาบ้ากระจายออกมา ตรวจสอบพบยาบ้า 900 มัด รวม 1,800,000 เม็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย

    มีหนึ่งรายเป็นเยาวชน ใช้รถนำเส้นทางหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดี ขยายผลถึงเส้นทางลำเลียงและนายทุน เป็นเครือข่ายที่กระจายยาเสพติดหลายจังหวัดอยู่ระหว่างสอบสวนเชิงลึก เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

    คดีที่ 5 : เครือข่ายเหนือ ยึดยาบ้า 928,000 เม็ด เชียงราย

    กก.2 บก.ปส.3 สืบสวนเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดชายแดนเหนือ พบรถต้องสงสัยนำยาบ้ามาทิ้งไว้ในซอยพื้นที่
    จ.เชียงราย ตรวจยึดยาบ้าได้ 342,000 เม็ด ต่อมาขยายผลจนทราบตัวผู้เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้

    ตรวจค้นรถยนต์พบยาบ้าอีก 586,000 เม็ด ซุกซ่อนในช่องเก็บยางอะไหล่ รวมของกลางทั้งหมด 928,000 เม็ด เป็นเครือข่ายลำเลียงจากชายแดนสู่พื้นที่ตอนใน อยู่ระหว่างขยายผลผู้ร่วมขบวนการ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

    คดีที่ 6 : จับกุมเครือข่ายค้ายาบ้าในพื้นที่ จ.มุกดาหาร

    กก.3 บก.ปส.3 สืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.มุกดาหาร วันที่ 15 มกราคม 2569 ร่วมกับ นปส.พิษณุโลก เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ตรวจยึดยาบ้าประมาณ 282,000 เม็ด ได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าในเขตเมือง อีกจุดจับกุมได้ที่ริมถนนสายรองในพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย

    จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายหนึ่งเป็นว่าที่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่

    คดีที่ 7 : สกัดไอซ์ 105 กิโลกรัม เครือข่ายลำเลียงลงภาคใต้

    บก.ปส.4 ได้รับข้อมูลการข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดลงภาคใต้ วันที่ 7 มกราคม 2569 ร่วมกับ บก.ขส. เข้าสกัดกั้นขบวนการ จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมไอซ์ประมาณ 105 กิโลกรัม และรถยนต์ที่ใช้ในการลำเลียง 4 คัน
    จับกุมได้ในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

    ต่อมาขยายผลจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 ราย ที่ จ.สตูล ตรวจยึดรถยนต์เพิ่มเติม, อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน เป็นเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญจากภาคบนสู่ภาคใต้ อยู่ระหว่างขยายผลอายัดทรัพย์ และติดตามผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

    คดีที่ 8 : ยึดไอซ์ 100 กิโลกรัม เครือข่ายรถนำจากเชียงรายสู่ชายแดนใต้

    วันที่ 16 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจ จ.ชุมพร จับกุมผู้ต้องหาพร้อมไอซ์ประมาณ 100 กิโลกรัม จากการสืบสวนขยายผลพบรถยนต์หลายคันขับตามกันจากเชียงราย เชื่อมโยงกับคดียาบ้า 1,000,000 เม็ด ที่ถูกจับก่อนหน้า บก.ปส.4 วางกำลังเฝ้าระวังเส้นทางภาคใต้ จับกุมรถต้องสงสัยได้ในพื้นที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา พบไอซ์ซุกซ่อนในช่องลับภายในรถ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำหน้าที่ขับรถนำและลำเลียงยาเสพติดปลายทาง จ.นราธิวาส อยู่ระหว่างขยายผลเครือข่ายทั้งหมด

    คดีที่ 9 : ยึดยาบ้า 7.4 ล้านเม็ด เฮโรอีน 112 กิโลกรัม พร้อมรถบรรทุกอำพราง

    บก.สกส. ได้รับแจ้งจากสายลับเกี่ยวกับรถบรรทุกลำเลียงยาเสพติด ใช้เส้นทางจากภาคเหนือสู่ภาคกลาง วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ติดตามจับกุมรถบรรทุกในพื้นที่ จ.ราชบุรี จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ตรวจค้นพบยาบ้า 7,434,000 เม็ด และเฮโรอีน 300 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 112 กิโลกรัม ซุกซ่อนในรถบรรทุกไม่ประจำทาง   อยู่ระหว่างขยายผลนายทุนและเส้นทางการเงิน ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

    คดีที่ 10 : ยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด รถนำ–รถตาม ลงภาคใต้

    บก.สกส. ได้รับแจ้งเครือข่ายรับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือไปยังภาคใต้ วันที่ 16 มกราคม 2569 ตรวจพบรถยนต์ 2 คัน ขับนำ–ตามกัน เข้าตรวจค้นที่ด่านตรวจ จ.ชุมพร พบยาบ้าซุกซ่อนในช่องต่าง ๆ ภายในรถรวม  1,000,000 เม็ด จับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย เป็นเครือข่ายรับจ้างจากนายทุนภาคใต้ อยู่ระหว่างขยายผลผู้ว่าจ้าง และเส้นทางการเงิน

    กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) จับกุมขบวนการลักลอบขนยา 3 คดี

    คดีที่ 11 : ปฏิบัติการ “พิทักษ์ริมน้ำโขง” สกัดจับไอซ์ 480 กิโลกรัม ที่ จ.นครพนม

    ร้อย ตชด.236 สืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ พบการลำเลียงไอซ์จาก สปป.ลาว เข้าประเทศไทย คืนวันที่
    12–13 มกราคม 2569 วางกำลังซุ่มริมแม่น้ำโขง จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ตรวจยึดไอซ์ประมาณ 480 กิโลกรัม พร้อมอาวุธปืนและยานพาหนะหลายรายการ  อยู่ระหว่างขยายผลเครือข่ายฝั่งต่างประเทศ

    คดีที่ 12 : ตชด.435 ตรัง บุกจับเครือข่ายยาเสพติดข้ามภาค รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้าเกือบ 6.4 แสนเม็ด ซุกซ่อนในกระป๋องอาหาร เตรียมลำเลียงส่งลงใต้ หวังตบตาเจ้าหน้าที่

    ตชด. ขยายผลจากคดียาเสพติดทางพัสดุเอกชน พบการส่งพัสดุจากภาคเหนือไปภาคใต้ วันที่ 11 มกราคม 2569 ตรวจยึดยาบ้า 639,200 เม็ด ซุกซ่อนในกระป๋องอาหาร จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ในพื้นที่ จ.ชุมพร พบเป็นเครือข่ายส่งยาบ้าข้ามภาค มีการวางแผนเป็นระบบ อยู่ระหว่างขยายผลผู้ร่วมขบวนการ

    คดีที่ 13 :ตชด.ภาค 2 สนธิกำลัง DSI สกัดจับไอซ์ 316 กิโลกรัม ที่ จ.สกลนคร

    บก.ตชด.ภาค 2 รับแจ้งการลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสาน วันที่ 16 มกราคม 2569 ติดตามรถต้องสงสัยในพื้นที่ จ.สกลนคร เข้าตรวจค้นบริเวณตลาดบายพาส พบไอซ์บรรจุถุงดำรวม 316 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทำมาแล้วสองครั้ง รับจ้างลำเลียงจาก จ.มุกดาหาร ไปกรุงเทพมหานคร ค่าจ้างรวม 100,000 บาท

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments